เมื่อผมได้รู้จัก " คนมีเซ้นส์ "

สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวพันทิพย์ทุกคน ซึ่งกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกในการเล่าเรื่องของผมนะครับ หากมีอะไรจะแนะนำ ติ ชม ก็ยินดีรับฟังนะครับ  ต้องบอกก่อนครับว่าเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้นั้นเกิดขึ้นจริงกับรุ่นพี่ที่ผมสนิทเมื่อตอนเรียนป.โทด้วยกัน และอ่านไปโปรดใช้วิจารณญาณด้วยนะครับ  
ขออนุญาตเรื่มเรื่องเลยนะครับ  

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

           ต้องขอบอกก่อนว่าตัวผมนั้นสมัยก่อน (วัยรุ่น) เป็นคนที่ "ไม่เคย" เชื่ออะไรแนวๆผีสาง นางไม้เลยครับ เพราะส่วนหนึ่งตัวผมนั้นไม่เคยเจอกับอะไรแบบนี้มาก่อน พวกผีอำ เห็นอะไรแว่บๆ หรือเห็นผีแบบนี้มาก่อนเลยครับ ส่วนตัวนั้นเลยเป็นคนที่ไม่ค่อยจะทำบุญซักเท่าไหร่นอกจากวันเกิด หรือมีคนเดินมาขอเงิน หรือมีซองผ้าป่าให้มาใส่ ก็ทำๆไปครับหลายครั้งเพราะตัดความรำคาญ ไม่เคยคิดจะไปเข้าวัด ทำบุญ ตื่นมาตักบาตรก็คงยาก สวดมนต์นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ไม่มีทาง !  แต่ก็แปลกที่ผมกลัวผี 555  สงสัยเพราะเด็กๆคงถูกหลอกไว้มาก เดี๋ยวผีมากินตับมั่ง เดี๋ยวผีมาจับมั่ง (ผมเดาเอานะ) เอาเป็นว่าผมกลัวผีแต่ไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องผีเท่าไหร่ (งงมะครับ) ใช้คำว่าไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่คงดีกว่าครับ จนกระทั่งผมมาเปลี่ยนความคิดเมื่อรู้จักกับรุ่นพี่ที่เรียนป.โทคนนี้ครับ...

           ขอกล่าวถึงพี่คนนี้ก่อนนะครับว่าพี่เค้าเป็นผู้หญิง ผิวขาว แบบสาวเหนือ เรารู้จักกันเพราะพี่เค้าไปช่วยอาจารย์ทำวิจัย และผมก็บังเอิญไปช่วยอาจารย์เหมือนกัน ตอนแรกที่เราเห็นหน้ากันต้องบอกก่อนเลยนะครับว่าเราทั้งคู่ต่างรู้สึกลบต่ออีกฝ่าย (หลังเราสนิทกันเลยได้ถามถึงเรื่องนี้พี่เค้า ซึ่งเราก็คิดเหมือนกันเลยยย555) ตอนไปช่วยอาจารย์ทำวิจัยนั้น 2 วัน 3 คืนครับ ตอนไปทำวิจัยเราก็แทบไม่ได้คุยกันเพราะทั้งวันต้องคอยเก็บแบบสอบถาม ทำให้เรามีโอกาสคุยกันน้อยมากนอกจากช่วงกลางคืนที่ต้องมาคุยสรุปงานกัน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

             คืนแรกผ่านไปก็ไม่มีอะไรครับ ตื่นเช้ามาก็ไปทำงานตามปกติ แต่พอคืนที่ 2 ทุกคนก็เริ่มล้าน้องๆป.ตรีก็เริ่มขี้เกียจ ชวนพี่ๆ(ผม)คุย ทำให้ผมกับรุ่นพี่ป.โทผมได้คุยกันมากขึ้นและเริ่มสนิทกัน ตามประสาผมชอบฟังเรื่องผี คุยไปคุยมาก็เข้าเรื่องผีซะงั้น น้องๆก็ต่างเล่าเรื่องผีที่ตนเคยเจอมาก็พอสนุกสนานครับเล่าแบบทั่วๆไปตามที่เคยได้ยินกันมาแหละ
             พอถึงคิวพี่ป.โท พี่ของผมเค้าก็บอกว่าที่นี่มีผีนะเว้ย (เค้าพูดแบบติดตลก) พวกน้องๆก็แบบเฮฮา ตามประสา ผมก็เลยมองขึ้นไปบนที่พัก (ซึ่งที่พักนั้นจะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ชั้นล่าง มีลานโล่งๆตรงกลางค่อนข้างใหญ่ มีห้องนอน 2 ห้องใหญ่ๆ ประกบด้านซ้ายและขวา ส่วนชั้น 2 ก็จะมีห้องนอน 2 ห้องใหญ่ๆ ตรงกับตำแหน่งห้องนอนด้านล่างเช่นกัน ตรงกลางชั้น 2 ก็จะเป็นที่โล่งๆ ไปจนถึงหลังคาคับ ส่วนผม อาจารย์ และรุ่นพี่ป.โทนั้นนอนบ้านที่เหมือนจะสร้างแยกออกมาจากบ้านไม้หลังนั้นครับ) พอผมมองขึ้นไปบนชั้น 2 เหมือนผมเห็นคนถูพื้นอยู่ครับใช้มือกับผ้านี่แหละครับ ถูไปถูมา ผมแอบตกใจนิดนึง (เนื่องจากคนเยอะเลยไม่กลัวมาก)  ผมเลยไม่มองด้านบน มาคุยกะน้องๆพี่ๆต่อ คุยได้แปปเดียวก็แอบมองไปอีก อารมณ์สงสัยแบบข้องใจ เพราะผมมานั่งคิดว่า ใครแมร่งจะมาถูพื้นตอนดึกๆวะ พอผมมองขึ้นไปอีก เชื่อมั้ยครับว่าก็เห็นแบบเงาๆกำลังอยู่อีกที่นึง ซึ่งหลังจากนั้นทำให้ผมไม่มองขึ้นไปอีกเลยเพราะคิดว่าชัวแล้วแหละ มีอะไรอยู่ด้านบนแน่ๆ  หลังจากนั้นไม่เกิน 5 นาที เชื่อมั้ยครับผมเห็นเป็นผู้หญิงคนนึงลงมาที่บันได พร้อมผ้ากับกระป๋องใส่น้ำไว้ถูพื้น ผมนี่โครตขำกับความปัญญาอ่อนของตัวเอง ที่แท้คนดูแลแกคงไปถูพื้นด้านบนให้ (ผมก็แอบงงว่าทำไมทำตอนกลางคืน) ดีนะที่ผมไม่ได้เล่าให้ใครฟัง ไม่งั้นคงอายตาย
คืนที่ 2 ก็จบไปแบบไม่มีอะไร (สำหรับผม) นอนหลับฝันดีในห้องตัวเองด้านนอกบ้านไม้  
    
===========================================================================

                 ตื่นเช้ามา ในตอนเช้าน้องๆบางส่วนก็ต้องไปเก็บข้อมูลบางส่วนอีกทำให้เช้านี้ชุลมุนนิดหน่อยเพราะตอนบ่ายพวกเราต้องกลับ กทม. ทำให้ทุกอย่างในช่วงเช้านี้ดูรีบร้อนไปหมด หลังจากที่น้องๆเก็บของ เก็บงาน ได้เรียบร้อยหมดแล้ว พวกเราก็เตรียมตัวกลับ กทม. ซึ่งพวกเรามากันค่อนข้างเยอะประมาณ 50กว่าคนทำให้น้องๆป.ตรีต้องนั่งรถทัว และอาจารย์และพี่ๆป.โทนั่งรถตู้อีกคัน หลังจากนั้นก่อนกลับ กทม. พวกเรามีนัดไปแวะตลาดน้ำในจังหวัดนี้ก่อน ต้องนั่งรถไปแปปนึงก็ถึง พอถึงตลาดน้ำน้องๆป.ตรีก้แยกย้ายกันไปดูของตามกลุ่มเพื่อนตัวเอง อาจารย์และพี่ๆป.โทก็ไปด้วยกัน ก็ไปหาร้านนั่งเป็นร้านกาแฟร้านนึง พวกเราก็คุยกันไปคุยกันมา รุ่นพี่ป.โทเค้าเล่าให้ฟังว่าที่พักเราไปนั้นมีน้องเจอผี อาจารย์ผมทั้ง 2 คนนี่หันควับเลยครับ 555 ผมก็สนใจนะเลยถามพี่เค้าว่าเจอยังไง ?

                  พี่เค้าก็เล่าว่า น้องผู้หญิงที่นอนชั้น 2 น่ะมีอยู่คนนึงตื่นมาจะเข้าห้องน้ำกลางดึก ซึ่งห้องนอนมันใหญ่และยาวทำให้เปิดไฟไม่สะดวกเนื่องจากคนอื่นๆเค้านอนกันอยู่ ทำให้เค้าไปหยิบไฟฉายมาส่องทางเพื่อออกไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่นอกห้องนอนที่เปิดประตูไปก็เจอห้องน้ำ พอน้องเค้าหาไฟฉายเจอกำลังจะส่องไปตรงประตูเท่านั้นแหละ แกส่องไปเจอเพื่อนคนนึงกำลังนอนอยู่ แต่มีคนนุ่งผ้าแดงนั่งคร่อมเพื่อนเค้าอยู่ น้องแกเห็นแบบนั้นก็อึ้ง ฉี่เฉ่อไม่ไปแล้ว นอนคลุมโปงเลยจนถึงเช้า

                  ส่วนอีกคนก็เห็นเหมือนกันนั่งอยู่บนคานและมองลงมาด้านล่าง พอผมกับอาจารย์ได้ยินแบบนั้นก็อึ้งเพราะพวกเราไม่เจออะไร แต่อาจารย์คนนึงแกบอกว่าแกก็โดนเหมือนกันตอนแกนั่งอยู่บนเตียงรออาจารย์อีกท่านอาบน้ำ เพราะแกจะอาบต่อระหว่างแกนั่งรอ เตียงที่แกนั่งยุบลงไปเฉยๆ เหมือนมีคนมานั่งด้วย

               และยังมีรุ่นพี่ป.โทเค้าบอกเค้าก็เจอในเย็นวันแรกที่กินอาหารเย็นนั้น เราจะกินกันที่ด้านหลังบ้านพักที่เรานอนกันซึ่งต้องเดินผ่านข้างๆเท่านั้นเดินทะลุบ้านไปไม่ได้ (จำไม่ได้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน) ตอนรุ่นพี่ป.โทเค้าเดินจากบ้านพักของพี่ที่อยู๋ด้านหน้าของบ้านไม้พี่แกก็มองเข้าไปในบ้านเห็นอาจารย์กำลังนั่งตรวจงานอยู่และมีคนคอยยื่นงานให้ตรวจ พี่แกก็ไม่ได้แวะเข้าไปหาก็เดินไปทางข้างบ้านเพื่อที่จะไปด้านหลังบ้านเพื่อนทานข้าว พอแกไปถึงที่ทานข้าวแกก็งงเพราะแกเห็นอาจารย์ทั้ง 2 ท่านนั่งรอพี่แกอยู่ที่โต๊ะแล้ว แต่เค้าก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังจนที่ร้านกาแฟนี่แหละคับและแกยังเล่าอีกว่าท่าคนที่ยื่นงานให้ตรวจนั้นนั่งพับเพียบและยื่นให้แบบประคองอ่ะครับ (เหมือนรับของจากเจ้า) หลังจากจบงานวิจัยนั้น
ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นไปกินข้าว ดื่มน้ำมิตรภาพ(ผมเรียกงี้นะ555) และได้รู้เรื่องราวแปลกประหลาดหลายๆเรื่องจากพี่เค้าอีกเยอะ.....

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอพักก่อนนะครับ นี่ยังไม่เข้าเรื่องเท่าไหร่เลย555 เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าต่อนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่