[CR] เจอผี...ที่เวียงจันทร์ (เจ้าของเดียวกับ..."แบกเป้ลำพัง ไปลาววังเวียง" กระทู้พิเศษเพื่อขอบคุณทุกคน)


กระทู้นี้เป็นกระทู้พิเศษเพื่อขอบคุณที่ทุกคนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากกระทู้นี้ครับ
“ภูกระดึง” (เกือบ)ถึงที่ตาย!!! >>https://pantip.com/topic/39622790
นั่งรถไฟไปดู..."ผี"...ที่เชียงดาว>>https://pantip.com/topic/37548826
แบกเป้ลำพัง ไปลาววังเวียง >>http://pantip.com/topic/33074302
ดราม่า!...หลวงพระบาง>>http://pantip.com/topic/34466332
คนที่...5>>http://pantip.com/topic/34528419
ปีนัง...ปัง! ปัง! โป๊ะ!>>http://pantip.com/topic/35690354
ซึ่งอันที่จริง ผมเองช่วงนี้ยุ่งมากไม่ได้ไปเที่ยวไหน แต่อยากมีกระทู้เล็กๆมาขอบใจความอบอุ่นของทุกคน ที่พอนึกออกก็มีแค่เรื่องนี้
* หมายเหตุ กระทู้นี้อาจมีรีวิวหรือข้อมูลที่สำคัญไม่มากเพราะผมจำไม่ค่อยได้ กรุณาอย่าถือสา และรับปากกันก่อน!!!
- อย่า!!!...สืบหาหรือว่าให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่เกี่ยวข้อง ถ้าใครจำได้ ใครไม่ฟัง ผมแช่งฟ้าผ่ามุ้งลวดที่บ้านจริงๆด้วย!!!
- กระทู้นี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล กรุณาอย่าดราม่า ไม่ต้องยกหลักกลศาสตร์ควอนตัมรึวิทยาศาสตร์อะไรมาอ้างอิง อ่านแบบบันเทิงพอ
- เหตุการณ์ทุกอย่าง...เกิดขึ้นจริง!!! คุณไม่ต้องเชื่อก็ได้ แต่ผมกล้าเอาเกียรติหัวหน้าลูกเสือสำรองกลุ่มทานตะวัน3ปีซ้อนเป็นประกัน!!!
- ภาพถ่ายทั้งหมดถ่ายด้วยมือถือโง่ๆอาจไม่สวยเท่าไหร่ขออภัยล่วงหน้า และบางภาพเพิ่งถ่ายขึ้นเพื่อใช้ประกอบเรื่อง

ถ้าพร้อมแล้ว...แบกเป้ให้มั่น!!! ผูกเชือกรองเท้าให้แน่น!!! แล้วตามผมมาเลย!!!

...


ประตูกระจกด้านข้างถูกเปิดออก ทั่วทั้งห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลเล็กๆทอดตัวลอดผ่านผ้าม่านบางๆที่ปลิวอยู่ช้าๆแค่นั้น...

ผู้หญิงคนนั้น...เธออยู่ตรงนี้...

เธอ...อยู่ “ข้างบน” นี้...

...

8 ธันวาคม 2555 (24 ชั่วโมงก่อน)

3 ทุ่มกว่าผมอัพสเตตัสในFacebookเพื่อบอกให้ทุกๆคนรู้ว่า ผมกำลังจะ”หนีเที่ยว”และอาจจะไม่สามารถโทรติดต่อได้สักระยะ หลังจากผมนั่งสบตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเคลียร์งานอีเวนท์ของบริษัทรถยนต์ค่ายหนึ่งติดต่อกันมา3คืนติดจนเสร็จ

ถ้านานกว่านี้สักนาที...ผมคงสังเคราะห์แสงแทนการกินข้าวได้แล้ว

“สรุป...เรื่องบวชนี่เราจะบวชจริงๆใช่มั้ย อย่าทำเป็นเล่นนะ แม่จะได้บอกญาติๆเตรียมของ” เสียงแม่ผมที่ปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“อืม...ใช่! ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็ต้นปี แต่ถ้าไม่ลงตัวก็อาจจะปีหน้า แต่ถ้า...ได้สาวลาวมาเป็นสะใภ้ อันนี้ก็อีกเรื่อง 555+” ผมพูดอย่างอารมณ์ดี

“เดี๋ยวเถอะ!...ไอ่ตูดหมึก เดินทางดีๆ รักษาเนื้อรักษาตัวดีดีนะ” แม่ให้พรก่อนวางหู ถึงแม้ความจริงผมจะไม่ค่อยชินเท่าไหร่ เพราะปกติประโยคสุดท้ายของแม่มักจะเป็น “เมื่อคืนฝันอะไร...?” เพราะแม่จะเอาไปแทงหวย แต่ผมก็ดีใจถือเป็นคำพูดดีดีก่อนการเดินทางไกล

ใช่แล้ว!...ผมกำลังจะไปลาว ผมไม่มีข้อมูลอะไรนอกจากนั่งรถไฟไปลงหนองคายและหารถข้ามไปเวียงจันทร์ ผมมีเวลาประมาณ3วัน ที่จะไปพักผ่อน ก่อนจะกลับมางานแต่งงานของเพื่อนของเพื่อนที่ชวนเพื่อนของผมแล้วมาชวนผมไปเป็นเพื่อนของเพื่อนผมอีกที (งงมั้ย?... 555+)

ลาวเป็นที่ที่เดียวที่ผมนึกออกในตอนนั้น เนื่องจากเป็นประเทศที่ใกล้ และใช้ภาษาไม่ต่างกับเราเท่าไหร่ ด้วยคะแนนภาษาอังกฤษสมัยมัธยมของผมที่คะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ลาวจริงเหมาะที่จะเอาเวลาพักอันน้อยนิดที่มี ไปนอนหายใจเอาบรรยากาศความเป็นอยู่และวิถีชีวิตช้าๆ มาเติมชีวิตวุ่นวายของผมให้เต็ม

นี่เป็นการไปลาวครั้งแรกในชีวิต และผมตั้งใจเลยว่าจะไปเวียงจันทร์ เพราะมันเป็นประตูด่านแรกที่ผมควรจะรู้จักกับลาว ตั้งใจว่าแล้วรอบต่อไปค่อยลองBackpackไป...กุ๊ยหลิน เมืองลาวอย่างวังเวียง หรือ เมืองมรดกโลกอย่างหลวงพะบาง

แอบจินตนาการเล็กๆว่าจะได้พบรักแท้กับไกด์ลาวสักคนที่ลาวแบบอนันดา

โดยไม่ได้รู้เลยว่า...ผมไม่ได้เป็นพระเอกในหนังเรื่อง “สะบายดี...หลวงพะบาง”

แต่เป็น... “ลัดดาแลนด์”...ต่างหาก

9 ธันวาคม 2555

หลังจาก 12 ชั่วโมงที่ผมนอนเป็นหนอนชาเขียวอยู่ในรังดักแด้ที่เรียกว่า“เตียง”ในชั้นบนของรถไฟ ผมก็มาเหยียบแผ่นดินประเทศลาวด้วยความช่วยเหลือจาก “พี่หน่อย” ชาวลาวที่ไปศึกษาต่อที่ไทย โดยพี่หน่อยอาสาขับรถมาส่งในตัวเมืองเวียงจันทร์ เนื่องจากเมื่อคืนด้วยความเป็นสุภาพบุรุษที่หม่อมพ่อหม่อมแม่ที่วังได้สั่งและสอนปลูกฝังผมมา ผมไปช่วยพี่หน่อยขนกระเป๋าขึ้นโบกี้ พี่หน่อยเลยใจดีให้ติดรถมาด้วย

ผมได้แต่ขอบคุณพี่หน่อย และสัญญาว่าจะตอบแทนบุญคุณด้วยการไปปล่อยหอยขม ดายหญ้าหน้าบ้าน และสวดมนต์ข้ามปีเพื่อเป็นอานิสงส์ให้กับพี่หน่อยเป็นการตอบแทนน้ำใจ ดูพี่หน่อยยิ้มรับแบบแห้งๆก่อนจะแลกLineแยกย้ายกัน

วันนี้...อากาศที่เวียงจันทร์ร้อนระอุทะลุ 40 องศาเห็นจะได้ ผมเดินผ่าน”ประตูซัย” ซึ่งถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ก็ว่าได้ เห็นน้ำพุแล้วอยากกระโดดลงไปว่าย แต่พี่ตำรวจลาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆคงไม่อนุญาต และผมอาจได้กลับไทยเร็วกว่าที่คิดไว้ โชคดีมากที่ชาติก่อนทำบุญมาดีเลยเกิดเป็นคน ถ้าเกิดเป็นไอติมป่านนี้คงละลายเป็นน้ำไปแล้ว

ก้าวแรกที่ผมเห็นเวียงจันทร์ ผมไม่ได้รู้สึกแปลกตามากมายเท่าที่คิดไว้ ผมว่า... “เวียงจันทร์เหมือนกับสยามสแควร์ เป็นสยามที่เปลี่ยนจาก7-11เป็นวัดและอารามเก่าแก่ในทุกๆ500เมตร”

ต่างกันแค่...7-11ไม่เสียค่าเข้า แต่... “วัดที่นี่...เสียค่าเข้าทุกวัด”

เกือบเที่ยงแล้ว...ผมเดินหาโรงแรมแบบตามมีตามเกิด จนมาเจอโรงแรมนึง อยู่ริมถนนและมองเห็นวิว“ประตูซัย”ได้พอดี ผมวางกระเป๋าลงและถามพนักงานว่า “มี...ถั่ว...เอ๊ย!...มีห้องมั้ย?” ซึ่งเป็นคำพูดประโยคเดิมๆที่ผมถามซ้ำๆกันมาเป็นโรงแรมที่ 4

พนักงานก้มหน้าไปที่เคาท์เตอร์เพื่อเช็คข้อมูล และเงียบไป ผมไม่รู้ว่าคิดไปเองมั้ยว่าเหมือนพนักงานคนนั้น... “กำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง”
“อ่า...มีครับ แต่ว่าเป็นห้องสูทนะครับ เป็นห้องใหญ่นอนได้ประมาณ 4 คน พอดีมีแขกเค้าเปลี่ยนห้อง” พนักงานพูดด้วยภาษาไทยชัดแจ๋ว

ผมตอบตกลงทันทีด้วยราคา 500 บาท ซึ่งผมว่า... “ถูกมาก!”

พนักงานถือกุญแจเดินนำผมออกไปทางประตูด้านหลังของโรงแรม สวนกับฝรั่งที่ออกมาจากลิฟท์
“อ้าว!...ห้องพักไม่ได้อยู่ในตึกริมถนนเหรอ?” ผมถามพนักงานเพราะเสียดายวิวดีดี
“พอดี...ห้องที่ว่าง จะอยู่อีกตึกข้างหลังครับ” พนักงานตอบกลับผมโดยไม่หันกลับมามอง
“เอ้อ!...น้องนี่...พูดไทยชัดมากเลยนะ” ผมรู้สึกโชคดีที่จะได้สื่อสารกันง่ายๆ
“ที่นี่...คนไทย...มานอนบ่อยครับ” พนักงานตอบนิ่งๆ

ตึกที่ผมพักอยู่ไม่ไกลจาก“ตึกตลาดเซ้า”ซักเท่าไหร่...ห้องที่ผมพักอยู่ชั้น 2 ด้านในสุดทางเดิน เป็นห้องเดี่ยวห้องสุดท้ายที่อยู่มุมตึกหันหน้าชนกับทางเดินพอดี เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับประตูห้องน้ำ ห้องกว้างมาก มีประตูกระจกติดผ้าม่านเพื่อเปิดออกไประเบียงข้างนอกซึ่งอยู่ทางด้านข้างเตียง อากาศถ่ายเทสะดวก โปร่ง โล่ง สะอาดและมีแสงแดดส่องถึง บรรยากาศดีทีเดียว จนรู้สึกว่าค่าห้องไม่น่าจะถูกมากขนาดนี้ ถ้าคืนละ1,200 – 1,500 ก็น่าจะขายได้อยู่ ถึงตอนนี้...ผมรู้สึกโชคดีที่ห้องที่ว่างนี้อยู่แค่ชั้น 2 ถ้าอยู่ชั้น 4 ผมคงมีถึงฆาตและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรแน่ๆ เพราะ... “ตึกนี้...ไม่มีลิฟท์”

ผมรับกุญแจมาจากพนักงานและปิดประตูห้อง แล้วก้าวเข้าห้องได้ไม่ถึงอึดใจ...

“ก๊อก!...ก๊อก!...ก๊อก!...”

เสียงเคาะประตูดังตามหลัง ผมหันกลับไปเปิดประตู พนักงานคงลืมอะไรสักอย่าง...

“ไม่มีใคร...”
ข้างนอกบานประตูว่างเปล่า เห็นแค่เพียงรองเท้าที่วางเยื้องไปด้านขวาของห้องข้างๆ เค้าคงเคาะผิดห้อง

ผมปิดประตูก่อนจะเดินเอาสัมภาระไปวางบนเตียงไม้ขนาดใหญ่ที่พอจะนอนได้ 2-3 คนแบบสบายๆ หัวเตียงเป็นไม้แกะสลักลวดลายงดงาม แต่สิ่งที่ทำให้ผมสะดุดตา ไม่ใช่ความสวยของเตียงหรอก...แต่เป็นสิ่งที่อยู่...ด้านบน

เป็นภาพของนกฝูงนึง...ที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ พอลองเข้าไปมองดูใกล้ๆ มันเป็นงานศิลปะที่ผมก็ไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อน เหมือนมันไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยแปรงหรือพู่กัน แต่เป็น... “ควันไฟ” เหมือนเอาควันไฟมาลนจนเป็นลวดลาย ผมว่า...มันไม่เหมือน...นก...แต่เหมือน...ฝูงอีกา...

“ฝูงอีกา...ที่วาดด้วยควันไฟ” อืม...ไม่รู้ทำไม ผมรู้สึกขนลุกที่ต้นคอทุกทีเวลามองมัน

ที่สำคัญ...ทำไม ตำแหน่งของภาพมันไม่ได้ติดอยู่ตรงกลางของเตียง หรือ...”เตียง...มันถูกเคลื่อนที่”

ถ้าถามว่า... “ผมมีเซ็นส์มั้ย” บอกได้เลยว่า... “ถ้าไม่รวมเซ็นส์เบอร์นาร์ด(หมา)ฝูงนึงที่อยู่ในปาก” ผมแทบไม่มีเลย ผมไม่ได้รู้สึกอะไรแปลกๆกับห้อง ห้องนี้เลยสักนิด...แต่“กันเหนียว”ไว้หน่อยก็น่าดี...

ผมหยิบเหรียญบาทในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเหรียญนึง...เพื่อทำการ...”ซื้อที่”

* ความเชื่อเรื่องการซื้อที่เป็นความเชื่อส่วนตัวของผมที่ได้รับการสืบทอดมา ใครจะเอาไปใช้ก็ได้นะครับ เนื่องจากผมเป็นคนที่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว ไปค้างโรงแรมต่างจังหวัดก็บ่อย เรื่องแบบนี้เลยต้องทำเพื่ออุ่นใจไว้นิด โดยการนำเหรียญบาทมาวางไว้บนหัวเตียงและบอกกล่าวกับสัมภเวสี ภูตผีวิญญาณทั้งหลายว่า...

“ข้าพเจ้าขอใช้เงินจำนวนนี้เพื่อซื้อที่ซื้อทาง ให้เงินส่วนบุญนี้ที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้ขอสัมภเวสี ภูติผีทั้งหลายจงมารับไป และอย่าได้มารบกวนการพักผ่อนของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถอด” แล้วก็แผ่เมตตาเป็นอันจบ

เพราะเราไม่รู้ว่า...มีกี่คนที่นอนบนเตียงนี้ กี่คนที่ไม่สบายบนเตียงนี้
“กี่คนที่...ตาย...บนเตียงนี้”

หลังจากนั้น...ก็ทำการ“ขยับเตียง”สักเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เป็นการ... “ทับที่”...เพื่อเป็นการแก้เคล็ด
มีรุ่นพี่เคยถามผมว่า...เวลาไปนอนต่างที่ มี“วิธีแก้เคล็ด”อะไรที่เห็นผลเร็วและดีที่สุด...
ผมตอบว่า... “ใช้ยาหม่องนวดครับ...แก้เคล็ดได้ดีที่สุด”

...

ถูกถีบครับ!!! (ไม่แนะนำให้เอามุขนี้ไปเล่น 555+)

เอาล่ะ...ไหนๆมาถึงเวียงจันทร์ทั้งที...
ผมมีรายชื่อของร้านอาหาร 3 แห่งในเวียงจันทร์ที่ถ้าไม่ได้มา...ถือว่า...มาไม่ถึง
ไปแรดกันเล้ยยยยย!!!
ชื่อสินค้า:   ลาว เวียงจันทร์
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่