อยู่กับน้ำหนักที่โยโย่มา 7 เดือนแล้ว เจอแบบนี้ควรทำยังไงดีคะ ?

ก่อนอื่นก็สวัสดีเพื่อนๆพันทิปนะ เราอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองให้ฟังและเป็นแง้คิดนะคะ อยากให้อ่านจนจบ อาจจะยาวไปหน่อย ( :
คือตอนที่เราอายุ 18 - 19  ก็หนักประมาณ 49 กก. สูง 165 ถือว่าพอดี หุ่นดี เหมาะกับตัวเองสุดๆเลยละ ใครๆก็ชมว่าเราหุ่นดี มีคนมาปรึกษาวิธิควบคุมหุ่นเยอะแยะมากมาย คือเอาจริงๆนะ ตอนมอต้นอ่ะ เราหนักประมาณ 55 พอจะชึ้นมอปลายก็อยากสวย อยากใส่ชุดมอปลายสวยๆ ก็เลยเลือกที่จะลดน้ำหนัก โดยการไม่กินข้าวเย็น และเราก็ทำได้จริงๆนะ เราลดมา 49 กก. คือตอนนั้นเราก็กินปกตินะ ข้าวเช้า ข้าวกลางวัน ขนม น้ำอัดลม เค้กก็มีบ้าง ก็โอเคนะ ไม่ขึ้นไม่ลงไปมากกว่านี้ เราอดข้าวเย็นได้เต็มๆ 3 ปี อาจมีกินบ้าง คร่าวๆก็น่าจะอาทิตย์ละครั้งเป็นพวกมื้อพิเศษกับที่บ้าน KFC PIZZA หมูกะทะนี่โปรดปรานมาก ขอบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าสองมื้อต่อวันนี่เรากินแค่เนื้อสัตว์นะคะ หมู ไก่ พวกนี้ เพราะเรา แพ้นม ไม่ผัก ไม่เผ็ดค่ะ 5555555
กับเพื่อนก็มีบ้าง เพราะนานๆทีจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อน แต่เราก็เป็นคนเพื่อนเยอะนะ ไม่ใช่ว่าไม่มีเพื่อนคบ 55555555 ที่บ้านก็จะรู้ว่าไม่กิน ก็จะไม่ซื้อกับข้าวมาเผื่อ เพื่อนก็จะรุ้ก็จะไม่ค่อยชวนไปกินสักเท่าไหร่ น้ำหนักคงที่ค่ะ 49 กก.

แต่พอมาถึงจุดเปลี่ยน ... ชีวิตต้องเข้ามหาลัย ละต้องย้ายมาอยู่หอ อยู่กับเพื่อน ช่วงนั้นได้เป็นทั้งดาวสาขา เป็นพรีเซนเตอร์มหาลัย เป็นที่รู้จักในเฟรชชี่ ชีวิตดี๊ดี 55555555 อยู่กับเพื่อนเราก็เริ่มกินข้าวเย็นบ่อยขึ้น เพราะทั้งกิจกรรมหาลัย ทั้งสังสรรค์ น้ำหนักขึ้นมา 52 -53 กก. แค่ตอนนั้นก็แอบเครียดมากพอละ ก็คิดว่าขอให้ไม่ขึ้นไปมากกว่านี้ก็พอ ชีวิตแอบทุกข์ค่ะ รุ่นน้องที่ รร. เริ่มทักว่าอ้วนขึ้นรึปล่าว แต่ตอนนั้นก็อ่ั เราก็โอเคค่ะ ทำใจได้เพราะมันก็ไม่ได้ออกขนาดนั้น หุ่นเรายังพอได้อยู่นะ ><

จุดเปลี่ยนจุดที่สอง เรามีแฟนค่ะ ... ก็ยังควบคุมน้ำหนักอยู่นะคะ ไม่เกิน 53 กก. ช่วงคบแรกๆก็ไปนั่งเป้นเพื่อนเขากินข้าวเย็นอยู่บ่อยๆ ขอย้ำ ! ว่าแค่นั่งเฝ้า เราไม่กินค่ะ เพราะกลัวอ้วน แฟนเราก็เข้าใจนะ ก็ไม่ว่าไร แต่พอคบไปนานๆเข้าความรักก็เริ่มอิ่มเอิบ เริ่มชอบชวนกันไปหาของดีๆกิน นั่นนุ้นนี่ ร้านกาแฟ ร้านเค้ก ร้านหรูๆ ในช่วงกลางวัน เราก็โอเค แต่ตัวก็แอบแน่นๆขึ้น เราชอบไปเที่ยวค่ะ ทริปแรกที่เราไปก็คือหัวหิน กลับมานี่น้ำหนักขึ้น เป็น 55 กก. เรานี่แทบตาย ช๊อคค่ะ น้ำตาคลอ คนเริ่มทักหนาหูขึ้น เราก็กดดันตัวเอง ไปเข้าฟิตเนส ตอนนั้นพี่เทรนเน่อก็บอกว่าหุ่นอย่างเราไม่ต้องเข้าหรอกเปลืองตัง เราก็แบบคิดว่าเอาไว้เล่นหนุกๆก็ยังดี เรามาจริงจังกับการอดอาหารค่ะ ตั้งเป้าว่ายังไงก็ต้องน้ำหนักลง เราใช้สูตร แบบ 7 วัน เช้า โยเกิต เที่ยงไข่ต้อม เย็น สลัด ละอีกหลายๆแบบใน 7 วัน ทรมานมากกกกกก พูดเลยยยยยย แต่ก็ผ่านมาได้ ลงไป 52 เกือบๆ 53

จุดเปลี่ยนจุดที่สาม ครั้งที่สาหัสที่สุดในชีวิต TT
เราตัดสินใจไปทำเวเซอร์ดูดไขมันที่ต้นขาค่ะ ตอนนั้นก็ไม่ได้บอกใครนะ บอกแค่แฟน ตอนนั้นคิดบ้าไรก็ไม่รู้ ก่อนทำ ก็หนัก 53 นะ ดูดออกไปได้ 1,000 cc เราก็ถือว่าเยอะนะ คิดในใจยังไงน้ำหนักก็ต้องลงละวะ สักโลสองโลก็ยังดี ตอนหลังทำได้ห้าวันไปชั่งน้ำหนัก 57 ค่าาาาา คือใจหายมากกกก แต่แอบคิดในใจว่า คงบวมน้ำเกลือ ใจดียิ้มสู้สุดๆ พอหลังจากทำได้ หนึ่งเดือน น้ำหนักเราก็อยู่ที่ 57 กก. ค่ะ ช่วงนั้นปิดเทอมไม่ค่อยได้เจอใคร แต่พอเปิดเท่านั้นแหละ คนทักกัน แบบว่า 100 เปอร์เซนที่เจอ 'ไปทำไรมาอ้วนขนาดนี้' 'ทำไมขาใหญ่ขนาดนี้' 'กินน้อยๆนะ' คือชีวิตเหมือนตายค่ะ พูดเลย เราทำขามา แต่ขาใหญขึ้น น้ำหนักก็ขึ้น เรากลุ้มใจค่ะ เลยไปปรึกษาพี่หมอที่ดูดไขมัน เขาก็ไม่ได้รับผิดชอบอะไร โทษว่าเป็นที่ตัวเรา เราคงกินเยอะ แต่เราทุกคนก็รู้ตัวเองอยู่แล้วเนาะว่ากินมากน้อยขนาดไหน

หลังจากนั้น เราก็กลับมาอยู่กับความอ้วนของตัวเองค่ะ มันออกที่สะโพกกับต้นขาเยอะสุด แต่ก่อนเอว 26 ขึ้นมาเป็น 29 นิ้วเลยค่ะ มันอาจจะดูไม่เยอะ แต่ช้ำใจมากค่ะ ต้องไปมหาลัยต้องเจอใครต่อหลายคนที่ทักว่าอ้วนอย่างไม่หยุดหย่อน เราเลยตัดสินใจแน่วแน่ค่ะ ว่ายังไงเราจะลดน้ำหนักให้ได้ เราใช้วิธีตอนมอปลายค่ะ คืออดข้าวเย็น แต่... มันไม่เป็นผลค่ะ น้ำหนักเราขึ้นมา 59 กก. เสียใจมากกกก ร้องไห้เลย ร้องแบบไม่อายด้วย เลยมาสู้ใหม่ เรามาเริ่มนับแคลอรี่ค่ะ กินไม่เกินวันละ 1200 มีออกกำลังกายบ้าง เล็กๆน้อยๆเพราะไม่มีเวลา งดน้ำอัดลม ของทอดมัน แป้ง แต่ตอนนั้นให้โควต้ากับตัวเอง อาทิตย์ละ 2 ครั้งที่จะกินอะไรก็ได้แต่อยู่ในหลักที่พอดี แต่ น้ำหนักก็ไม่ลงค่ะ ....

ทุกข์ + ท้อ เรายอมรับเลยว่าเราเคยคิดจะฆ่าตัวตาย คนที่เคยหุ่นดีหน้าตาดี ละต้องมาอ้วน แบบนี้ คงจะเข้าใจ แต่เราก็ฮึดสู้ใหม่นะ สู้ค่ะ ออกกำลังกายมากขึ้น กินคลีนค่ะ ช่วงแรกๆ ก็ยังกินผิดๆถูกๆ ค่ะ แอบกินน้ำอัดลมบ้าง ขนมบ้าง สัดส่วนก็กระชับลงบ้าง แต่ก็ยังมีคนทักว่าขากับสะโพกใหญ่อยู่ เราล้มละท้อมาเป็นๆสิบๆครั้ง ร้องไห้วันละหลายๆรอบ ท้อมากค่ะ เราน้อยใจตัวเองว่า ทำไมวะ เราก็ทำแบบเขาทุกอย่าง น้ำหนักเราไม่ลดเหมือนเขา น้ำหนักก็ขึ้นๆลง 56 57 58 59 อยู่แบบนี้ เราก็มาดูว่าเราบกพร่องตรงไหน ก็ไม่มีนะ  ตอนนั้นคิดงั้นค่ะ

เราเลยมาจริงจังกับคลีนมากขึ้น เราเริ่มทำกับข้าว เตรียมใส่กล่องไว้กินสามมื้อต่อวัน เช้านี่กิน ไข่เวฟค่ะ คล้ายๆไข่ต้มแต่ได้ฟิวที่ดีกว่า คือใช้ไข่ไก่ 1 ฟอง ละก็เฉพาะไข่ขาวอีก 50 g. ข้าวกล้อง 100 g พอเที่ยงก็แล้วแต่วันค่ะ อาจจะกะเพาอกไก่ ไร้น้ำมัน แห้งๆแต่ก็ฝืนกินค่ะ ตอนเย็นก็กินแต่ไข่ขาค่ะ ประมาณ 150 g ให้ไม่หิวมากเกินไป ก็อาจจะให้มีขนมที่แคลน้อยๆสักหนึ่งอย่างต่อวัน คือเอาง่ายๆให้ไม่เกิน 1000 แคล อันนี้ลดแบบสบายๆค่ะ คลีน 6 วัน แอบโกง 1 วัน เราเข้าฟิตเนสแบบจริงจัง มีเทรนเนอร์ มีไปเข้ายิมต่อยมวย เฉลี่ยออกกำลังกายอาทิตย์ละ 4 ครั้ง เอวเรากลับมา 27 นิ้วค่ะ ขาเริ่มลงบ้าง มั้งนะ คนทักว่าอ้วนน้อยลง แต่ก็ยังมีอยู่บ้างคือคนที่ไม่ได้เจอนานๆ แต่ไม่เคยได้ยินคำว่าผอมลงจากใครเลย เราก็ท้อนะ แต่ก็คิดซะว่าชั่งมันเถอะ เปลี่ยนการแต่งตัวเอา ปกติจะเป็นคนแต่งจัดค่ะ แฟชั่นจ๋า ขาสั้นเอวลอย ขอให้บอก นำเทรนสุดๆ แต่พออ้วนหลังจากที่ทำใจได้ ก็เลยใส่ขายาวบ่อยขึ้นค่ะ หาเสื้อเอวลอยพอเก๋ๆ ให้ไม่ธรรมดามาก

..... ทุกวันนี้ก็อยุ่กับน้ำหนัก 57 กก. มาเจ็ดเดือนเต็มๆแล้วคะ ไม่ลดไม่เพิ่มไปกว่านี้เลย ทำยังไงก็ไม่ลด กลายเป็นผู้หญิงโครงใหญ่ไปซะแล้ว เราก็ยังควบคุมอาหารเหมือนเดิม ออกกำลังเหมือนเดิม ก็อยากน้ำหนักลงนะคะ แต่จนปัญญาแล้วจริงๆ ขอบคุณที่อ่านจนจบ อยากจะเอารูปให้ดูนะคะ แต่อายเพื่อน เพราะเพื่อนเล่น pantip เยอะค่ะ 55555555 ใครมีอะไรดีๆก็แนะนำหน่อยนะคะ ถ้าผอมกว่านี้เมื่อไหร่ สัญญาจะลงรูปให้ดูตั้งแต่ มอต้น มอปลาย และมหาลัยเลย.ให้ดูเลยคะ ถ้าผอมเราคงได้เจอกันอีก จ๊วฟๆนะ .... ^^
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่