ฉันได้มีโอกาสได้คุยกับผู้ชายคนหนึ่ง ในภาพภายนอกเขาดูเหมือนจะเป็นคนดี ฉันเองก็รู้สึกว่าชอบในตัวเขาเหมือนกัน ด้วยความที่เขาเป็นคนตรง คิดอะไรก็พูด อีกอย่างเขาเป็นผู้ชายที่ชอบวางแผนชีวิตในอนาคต แบบนี้แหละที่ผู้หญิงชอบ แต่ในเรื่องของเรา ดูเหมือนเขาจะมีความลับปิดบังฉันอยู่ เราคุยกันมาได้ซักระยะนึงเริ่มจากการคุยไลน์กัน จากการพิมกันไปมากลายเป็นโทรหากันทุกวัน กลางวันและกลางคืน แต่พออยู่มาวันนึงที่ฉันได้รู้ความจริงในตัวเขา เมื่อพบรูปเขาในเฟสของแฟนของเขาเองที่เพิ่งมาเม้นไว้นานมาแล้ว ทุกๆสถานที่ๆที่เขาไปเที่ยวกัน เขาบอกเราว่าเขาไปกับเพื่อน แต่ทุกรูปมันมีเงาของผู้หญิงคนนั้นซึ่งเป็นแฟนอยู่ จริงๆเราเหมือนจะพอรู้ตั้งแต่เเรกแล้วว่าเขาคงจะมีแฟนแล้ว เนื่องด้วยอายุที่เราห่างกัน 7 ปี เรากำลังเรียนจบป.ตรี ส่วนเขาทำงานแล้ว มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่มีใคร ในวันนั้นเราจึงตัดสินใจว่าเราจะบอกเขาว่าเรารู้ความจริงแล้ว เราจึงบอกว่าตอนนี้เรารู้ทุกอย่างแล้ว มีอะไรก็เคลียร์กันวันนี้ให้จบ เพราะเราก็เข้าใจหัวอกผู้หญิงทางนั้นเหมือนกัน ถ้าเค้ามารู้ เราคิดว่าเขาก็คงเสียใจมาก ต่อให้วันนี้ฉันและเขายังไม่ถลำลึกเกินไป เรื่องนี้ฝ่ายฉันน่าจะถอนตัวได้ทัน เมื่อเราบอกเขา เหตุผลที่เขาตอบมาให้ฉันฟัง..
ใช่ ผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนของเขา คบกันมามากกว่า 5 ปี แล้ว แต่มาช่วงหลังๆเขารู้สึกว่าผู้หญิงเปลี่ยนไป งอแง ขี้หึง ขี้หวง เอาแต่ใจไปไหนมาไหนกับใครก็ไม่ได้ แต่เขาทั้งสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันนะคะ เขาแยกกันอยู่ แต่เขาก็มีทริปไปเที่ยวด้วยกันเจอกันบ้าง (ฉันก็ได้แต่ฟังจากที่ต้องเป็นคนเจ็บ...ฉันเหมือนต้องเปลี่ยนมาเป็นคนที่ต้องเข้าใจเขา) เขาบอกฉันว่าด้วยความที่อยู่กันแบบนี้ละมั้ง เลยลากมานาน เขาบอกว่าเรื่องของเขาและแฟนมันเหมือนความผูกพันมากกว่าความรัก เค้าเคยแพลนที่จะแต่งงานกันนะคะ แต่เขาก็บอกว่าแต่ยังไงมันก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะตอนนี้เหมือนอยู่กันไปงั้นๆ แฟนเขาก็โทรมาหาบ้าง เหมือนให้รู้ว่ายังมีตัวตนอยู่ ประมาณนี้ เขามักจะบอกอยู่เสมอว่า ถึงแต่งกันไปยังไงก็ต้องเลิกกันอยู่ดี เพราะเขารู้แล้วว่ามันไม่ใช่ (ส่วนตัวเราก็คิดนะคะว่าถ้าไม่ใช่มันทนคบมาตั้ง 5 ปีได้ไงวะ) แต่เขาบอกก็บอกว่าตอนนี้เขาก็คงต้องเลือกว่าจะเลือกตัวเองหรือแฟนเขา (แต่ตอนที่คุยกับเรา เราก็จะบอกเขาตลอดนะคะว่าให้ไปคุยกับแฟนตัวเองก่อน ถ้าเคลียร์กันได้ ให้แฟนพี่เขาเปลี่ยนตัวเอง ส่วนเราจะเป็นคนถอยมาเอง เพราะถอยตอนนี้มันก็ยังไม่สาย เพราะเราก็ยังไม่ได้ให้ใจพี่เขาไปเท่าไรนัก )
ส่วนเรื่องของฉัน พี่เขาก็เหมือนจะพยายามบอกมาตั้งแต่เเรกแล้วแหละว่ามี ฉันก็เหมือนจะรู้ แต่ฉันก็ยังเลือกที่จะคุย เพราะฉันคิดว่าฉันคงไม่ได้คิดอะไรไปมากมายกับพี่เขา เพราะเซ้นมันบอกเราว่าก็อย่าเพิ่งไปไว้ใจ อันนี้ฉันรู้ดี ฉันจึงบอกกันตลอดว่าตลอดการคุยกันเราจะไม่ปิดกั้นตัวเอง ตอนนี้ฉันไม่มีใคร ถ้าวันไหนเจอคนที่ดีกว่าพี่เขาฉันก็สามารถเดินออกไปได้เลยแบบไม่มีการผูกมัดใดใด ส่วนเรื่องของพี่เขาถ้าเขาเคลียร์กับแฟนเขาได้ทางหนึ่งเขาก็อาจจะกลับไปคบกันเหมือนเดิม ส่วนอีกทางหนึ่งพี่เขาคงอาจจะเลือกตัวเอง (แต่มันคงเป็นไปได้น้อย..)ถึงวันนั้นเราคงกลับมาคุยกันใหม่ได้
ทุกวันนี้ฉันก็อยากใจดำ ตัดทุกอย่างไปไม่คุยกับเขาเหมือนกันนะคะ แต่อีกใจนึง สิ่งที่เราเคยทำมาทุกวัน เวลานี้เราเคยทำแบบนี้ มันก็ทำให้ยิ่งยากที่เราจะตัดใจ แต่ฉันก็คงต้องทำถ้ามันถึงเวลานั้น เขาบอกว่า เขารู้สึกอึดอัดมาตลอดเวลาที่คุยกับฉันเพราะรู้สึกมีความลับ เขารู้ว่าฉันต้องเสียใจ ใช่ฉันก็เสียใจแต่ก็จะให้ทำยังไงอะเนอะ แต่เขาก็บอกว่า ในวันนึงที่เขามาเจอฉันเขาบอกว่าเขาเจอคนที่เขาคิดว่าเราน่าจะเข้ากันได้ (มันก็แค่ช่วงแรก) .. เพราะฉันไม่ค่อยโทรตาม ไม่จุกจิก ไม่ขี้หึง ไม่วีน ไม่เหวี่ยง ฉันรู้ตัวฉันดี ฉันอยู่ในมุมของฉันมาตลอดเวลา จนตอนนี้เขารู้สึกว่าฉันกำลังมาแทนที่แฟนของเขา ผู้ชายอะเนอะค่ะพออยากได้ก็พูดเอาใจกันทุกอย่าง แต่พี่เขาดูเป็นคนซีเรียสเรื่องความรักมากนะคะ เหมือนเขาอายุ 29 แล้วเขาก็ต้องการสร้างอนาคต สร้างชีวิตร่วมกับใครสักคนนึงที่เขาจะสามารถมั่นใจว่าเขาจะอยู่ด้วยกันแบบเขาไม่ต้องมาอยู่แบบอดทนอยู่หลังแต่งงานกัน เพราะเขาก็ไม่อยากจะแต่งงานแล้วมาเลิกกันทีหลัง (อันนี้เขาบอกฉันมา..ดูซิคะขนาดแถยังมีเหตุผลที่มีน้ำหนัก) และอีกอย่างเมื่อเขามาเจอฉัน เขาบอกว่ายิ่งทำให้ตัวเขายิ่งลังเล และการที่มีฉันอยู่อาจทำให้เขาสามารถตัดสินใจได้ไวขึ้น เขาบอกว่าถ้าเขาบอกเรื่องนี้ให้ฉันรู้ตั้งแต่แรกฉันอาจจะไม่อยู่กับเขาก็เป็นได้ เพราะฉันก็คงรับไม่ได้ เหมือนๆกับคนอื่น แต่สำหรับฉันลึกๆแล้วฉันก็รับไม่ได้หรอกคะ แต่คงเป็นเพราะว่าฉันก็ไม่ค่อยได้ให้ใจเขาไปมากเท่าไหร่ ฉันเลยยังไม่รู้สึกเจ็บเท่าไร แต่แค่น้อยใจในโชคชะตาเท่านั้นเอง เพราะตลอดชีวิตความรักของฉัน ฉันมันเป็นคนที่ต้องมาทีหลังตลอด และก็จะเป็นเหตุการณ์เดิมๆแบบนี้เสมอ แต่ทุกๆครั้งที่ผ่านมาคือ เหมือนเขาก็ระหองระแหงกัน ส่วนฉันดันเขามาช่วงนี้ของเขาพอดี สุดท้ายเขาก็เลิกกัน แล้วเราถึงค่อยมาคบกัน เขาบอกว่ามันอาจจะดูเหมือนกับการเห็นแก่ตัว (ก็ใช่อ่ะแหละ..) แต่เขาก็บอกว่าเขายังไม่ได้แต่งงาน และก็ยังไม่ได้อยู่ด้วยกันกับแฟน ฉะนั้นแล้วการคบกันของเขากับแฟนก็เหมือนกับการไม่ผูกมัดกัน แล้วทำไมเขาจึงต้องปิดโอกาสตัวเองไม่ให้ไปเจอคนที่ดีกว่า.... เขาขอร้องฉัน เขาไม่อยากให้ฉันไป เขาบอกว่าวันนี้เขาเจอคนที่เข้าใจเขาแล้วถึงอาจจะไม่รู้ว่าจะใช่มั้ย แต่เขาก็อยากให้ฉันให้โอกาสเขา เขาจะรีบไปจัดการกับตัวเอง ฉันก็บอกว่ามันยากมากนะ กาัรที่จะตัดสินใจจบความสัมพันธ์กับใคร ฉันก็เลยบอกให้เขาไปเคลียร์ตัวเองก่อน..ส่วนฉันก็จะไม่ไปไหน เขาพร้อมเมื่อไหร่ ฉันก็ยังจะรอเค้าอยู่ที่เดิม (ถ้ายังไม่มีใครที่ดีกว่าเขาเดินเข้ามาหาฉันนะ..) ไม่ต้องห่วงฉันจะเป็นแบบเดิม แต่ฉันก็กระอักกระอวกทุกครั้งเมื่อหลังจากที่ฉันรู้เรื่องเขา แล้วต้องมาคุยกันเหมือนเดิม ฉันไม่สบายใจอย่างมากๆๆ
ที่ฉันมาโพสกระทู้นี้ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครทั้งสามคนโดนว่า แต่ฉันก็เชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลของกันและกัน ในการที่จะตัดสินใจเลือกใครสักคนให้เข้ามาอยู่ในชีวิต เรื่องครอบครัวเลือกคู่ชีวิตนั้นเป็นสิ่งสำคัญ หากเลือกผิด เราก็อาจจะต้องทนไปตลอดชีวิต แต่เราก็ต้องดูด้วยถ้าเราทนอยู่เรามีความสุขหรือไม่มี ถ้าทนแล้วมี ก็อยู่ไปเถอะคะ ชีวิตครอบครัวบางทีจะหาคนที่ให้เข้าใจเหมือนกันหมดทุกอย่างมันก็คงยาก ดีบ้างไม่ดีบ้างสลับกันชีวิตจะได้มีสีสัน
ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงหาทางออกให้ตัวเองไม่เจอ แต่แค่คิดไว้ว่าหากวันใดวันนึงเราเจอคนที่ดีกว่านี้ เราจะไปจากพี่เขา แต่อีกใจเราก็คิดแบบบาปนะคะ (ขอโทษนะคะ) ถ้าเขาเกิดไปด้วยกันไม่รอดแล้วเลิกกัน ฉันก็ยังอยากจะเป็นคนนั้นของพี่เขาอยู่ดี... แต่ยังไงๆลึกๆแล้วมันคงเป็นไปไม่ได้หรอกคะ ความเป็นจริงคำตอบนั้นฉันก็คงรู้อยู่แก่ใจดีว่าฉันคงต้องเป็นฝ่ายเดินออกมาเอง...
#ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์เดียวแบบฉัน คุณจะทำยังไงกันคะ?..ตอนนี้ฉันสับสนไปหมด เขาก็ยังโทรหาและมาหาเหมือนเดิม
รักของฉัน เรื่องของเรา และเขา?
ใช่ ผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนของเขา คบกันมามากกว่า 5 ปี แล้ว แต่มาช่วงหลังๆเขารู้สึกว่าผู้หญิงเปลี่ยนไป งอแง ขี้หึง ขี้หวง เอาแต่ใจไปไหนมาไหนกับใครก็ไม่ได้ แต่เขาทั้งสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันนะคะ เขาแยกกันอยู่ แต่เขาก็มีทริปไปเที่ยวด้วยกันเจอกันบ้าง (ฉันก็ได้แต่ฟังจากที่ต้องเป็นคนเจ็บ...ฉันเหมือนต้องเปลี่ยนมาเป็นคนที่ต้องเข้าใจเขา) เขาบอกฉันว่าด้วยความที่อยู่กันแบบนี้ละมั้ง เลยลากมานาน เขาบอกว่าเรื่องของเขาและแฟนมันเหมือนความผูกพันมากกว่าความรัก เค้าเคยแพลนที่จะแต่งงานกันนะคะ แต่เขาก็บอกว่าแต่ยังไงมันก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะตอนนี้เหมือนอยู่กันไปงั้นๆ แฟนเขาก็โทรมาหาบ้าง เหมือนให้รู้ว่ายังมีตัวตนอยู่ ประมาณนี้ เขามักจะบอกอยู่เสมอว่า ถึงแต่งกันไปยังไงก็ต้องเลิกกันอยู่ดี เพราะเขารู้แล้วว่ามันไม่ใช่ (ส่วนตัวเราก็คิดนะคะว่าถ้าไม่ใช่มันทนคบมาตั้ง 5 ปีได้ไงวะ) แต่เขาบอกก็บอกว่าตอนนี้เขาก็คงต้องเลือกว่าจะเลือกตัวเองหรือแฟนเขา (แต่ตอนที่คุยกับเรา เราก็จะบอกเขาตลอดนะคะว่าให้ไปคุยกับแฟนตัวเองก่อน ถ้าเคลียร์กันได้ ให้แฟนพี่เขาเปลี่ยนตัวเอง ส่วนเราจะเป็นคนถอยมาเอง เพราะถอยตอนนี้มันก็ยังไม่สาย เพราะเราก็ยังไม่ได้ให้ใจพี่เขาไปเท่าไรนัก )
ส่วนเรื่องของฉัน พี่เขาก็เหมือนจะพยายามบอกมาตั้งแต่เเรกแล้วแหละว่ามี ฉันก็เหมือนจะรู้ แต่ฉันก็ยังเลือกที่จะคุย เพราะฉันคิดว่าฉันคงไม่ได้คิดอะไรไปมากมายกับพี่เขา เพราะเซ้นมันบอกเราว่าก็อย่าเพิ่งไปไว้ใจ อันนี้ฉันรู้ดี ฉันจึงบอกกันตลอดว่าตลอดการคุยกันเราจะไม่ปิดกั้นตัวเอง ตอนนี้ฉันไม่มีใคร ถ้าวันไหนเจอคนที่ดีกว่าพี่เขาฉันก็สามารถเดินออกไปได้เลยแบบไม่มีการผูกมัดใดใด ส่วนเรื่องของพี่เขาถ้าเขาเคลียร์กับแฟนเขาได้ทางหนึ่งเขาก็อาจจะกลับไปคบกันเหมือนเดิม ส่วนอีกทางหนึ่งพี่เขาคงอาจจะเลือกตัวเอง (แต่มันคงเป็นไปได้น้อย..)ถึงวันนั้นเราคงกลับมาคุยกันใหม่ได้
ทุกวันนี้ฉันก็อยากใจดำ ตัดทุกอย่างไปไม่คุยกับเขาเหมือนกันนะคะ แต่อีกใจนึง สิ่งที่เราเคยทำมาทุกวัน เวลานี้เราเคยทำแบบนี้ มันก็ทำให้ยิ่งยากที่เราจะตัดใจ แต่ฉันก็คงต้องทำถ้ามันถึงเวลานั้น เขาบอกว่า เขารู้สึกอึดอัดมาตลอดเวลาที่คุยกับฉันเพราะรู้สึกมีความลับ เขารู้ว่าฉันต้องเสียใจ ใช่ฉันก็เสียใจแต่ก็จะให้ทำยังไงอะเนอะ แต่เขาก็บอกว่า ในวันนึงที่เขามาเจอฉันเขาบอกว่าเขาเจอคนที่เขาคิดว่าเราน่าจะเข้ากันได้ (มันก็แค่ช่วงแรก) .. เพราะฉันไม่ค่อยโทรตาม ไม่จุกจิก ไม่ขี้หึง ไม่วีน ไม่เหวี่ยง ฉันรู้ตัวฉันดี ฉันอยู่ในมุมของฉันมาตลอดเวลา จนตอนนี้เขารู้สึกว่าฉันกำลังมาแทนที่แฟนของเขา ผู้ชายอะเนอะค่ะพออยากได้ก็พูดเอาใจกันทุกอย่าง แต่พี่เขาดูเป็นคนซีเรียสเรื่องความรักมากนะคะ เหมือนเขาอายุ 29 แล้วเขาก็ต้องการสร้างอนาคต สร้างชีวิตร่วมกับใครสักคนนึงที่เขาจะสามารถมั่นใจว่าเขาจะอยู่ด้วยกันแบบเขาไม่ต้องมาอยู่แบบอดทนอยู่หลังแต่งงานกัน เพราะเขาก็ไม่อยากจะแต่งงานแล้วมาเลิกกันทีหลัง (อันนี้เขาบอกฉันมา..ดูซิคะขนาดแถยังมีเหตุผลที่มีน้ำหนัก) และอีกอย่างเมื่อเขามาเจอฉัน เขาบอกว่ายิ่งทำให้ตัวเขายิ่งลังเล และการที่มีฉันอยู่อาจทำให้เขาสามารถตัดสินใจได้ไวขึ้น เขาบอกว่าถ้าเขาบอกเรื่องนี้ให้ฉันรู้ตั้งแต่แรกฉันอาจจะไม่อยู่กับเขาก็เป็นได้ เพราะฉันก็คงรับไม่ได้ เหมือนๆกับคนอื่น แต่สำหรับฉันลึกๆแล้วฉันก็รับไม่ได้หรอกคะ แต่คงเป็นเพราะว่าฉันก็ไม่ค่อยได้ให้ใจเขาไปมากเท่าไหร่ ฉันเลยยังไม่รู้สึกเจ็บเท่าไร แต่แค่น้อยใจในโชคชะตาเท่านั้นเอง เพราะตลอดชีวิตความรักของฉัน ฉันมันเป็นคนที่ต้องมาทีหลังตลอด และก็จะเป็นเหตุการณ์เดิมๆแบบนี้เสมอ แต่ทุกๆครั้งที่ผ่านมาคือ เหมือนเขาก็ระหองระแหงกัน ส่วนฉันดันเขามาช่วงนี้ของเขาพอดี สุดท้ายเขาก็เลิกกัน แล้วเราถึงค่อยมาคบกัน เขาบอกว่ามันอาจจะดูเหมือนกับการเห็นแก่ตัว (ก็ใช่อ่ะแหละ..) แต่เขาก็บอกว่าเขายังไม่ได้แต่งงาน และก็ยังไม่ได้อยู่ด้วยกันกับแฟน ฉะนั้นแล้วการคบกันของเขากับแฟนก็เหมือนกับการไม่ผูกมัดกัน แล้วทำไมเขาจึงต้องปิดโอกาสตัวเองไม่ให้ไปเจอคนที่ดีกว่า.... เขาขอร้องฉัน เขาไม่อยากให้ฉันไป เขาบอกว่าวันนี้เขาเจอคนที่เข้าใจเขาแล้วถึงอาจจะไม่รู้ว่าจะใช่มั้ย แต่เขาก็อยากให้ฉันให้โอกาสเขา เขาจะรีบไปจัดการกับตัวเอง ฉันก็บอกว่ามันยากมากนะ กาัรที่จะตัดสินใจจบความสัมพันธ์กับใคร ฉันก็เลยบอกให้เขาไปเคลียร์ตัวเองก่อน..ส่วนฉันก็จะไม่ไปไหน เขาพร้อมเมื่อไหร่ ฉันก็ยังจะรอเค้าอยู่ที่เดิม (ถ้ายังไม่มีใครที่ดีกว่าเขาเดินเข้ามาหาฉันนะ..) ไม่ต้องห่วงฉันจะเป็นแบบเดิม แต่ฉันก็กระอักกระอวกทุกครั้งเมื่อหลังจากที่ฉันรู้เรื่องเขา แล้วต้องมาคุยกันเหมือนเดิม ฉันไม่สบายใจอย่างมากๆๆ
ที่ฉันมาโพสกระทู้นี้ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครทั้งสามคนโดนว่า แต่ฉันก็เชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลของกันและกัน ในการที่จะตัดสินใจเลือกใครสักคนให้เข้ามาอยู่ในชีวิต เรื่องครอบครัวเลือกคู่ชีวิตนั้นเป็นสิ่งสำคัญ หากเลือกผิด เราก็อาจจะต้องทนไปตลอดชีวิต แต่เราก็ต้องดูด้วยถ้าเราทนอยู่เรามีความสุขหรือไม่มี ถ้าทนแล้วมี ก็อยู่ไปเถอะคะ ชีวิตครอบครัวบางทีจะหาคนที่ให้เข้าใจเหมือนกันหมดทุกอย่างมันก็คงยาก ดีบ้างไม่ดีบ้างสลับกันชีวิตจะได้มีสีสัน
ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงหาทางออกให้ตัวเองไม่เจอ แต่แค่คิดไว้ว่าหากวันใดวันนึงเราเจอคนที่ดีกว่านี้ เราจะไปจากพี่เขา แต่อีกใจเราก็คิดแบบบาปนะคะ (ขอโทษนะคะ) ถ้าเขาเกิดไปด้วยกันไม่รอดแล้วเลิกกัน ฉันก็ยังอยากจะเป็นคนนั้นของพี่เขาอยู่ดี... แต่ยังไงๆลึกๆแล้วมันคงเป็นไปไม่ได้หรอกคะ ความเป็นจริงคำตอบนั้นฉันก็คงรู้อยู่แก่ใจดีว่าฉันคงต้องเป็นฝ่ายเดินออกมาเอง...
#ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์เดียวแบบฉัน คุณจะทำยังไงกันคะ?..ตอนนี้ฉันสับสนไปหมด เขาก็ยังโทรหาและมาหาเหมือนเดิม