(เตือนภัย) โดนล้วงโทรศัพท์ระหว่างก้าวเท้าขึ้นรถเมล์ !!!

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกว่านี่เป็นกระทู้แรกที่เขียนนะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ
ขอบคุณทุกท่านมากๆ ที่เสียสละเวลาอ่านกระทู้ของเรานะคะ

ตามหัวข้อกระทู้เลยค่ะ ...
โทรศัพท์ที่หายไปคือ Samsung Galaxy Note II (Galaxy Note 2) สีขาว
เรื่องเกิดขึ้นวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 เวลาประมาณ 18.45 น. สถานที่ป้ายรถเมล์ท่าจอดรถถนนมหาพฤฒาราม ตอนนั้นฟ้าเริ่มมืดแล้ว
ถ้าใครเคยไปรอรถเมล์ป้ายนั้นจะทราบว่ามันค่อนข้างมืดและเปลี่ยวพอสมควร
เราใส่ชุดนักศึกษา สะพายกระเป๋าเป้สีดำ และสะพายกระเป๋าข้างสีน้ำเงิน (ใบไม่ใหญ่มาก) ใช้สำหรับใส่กระเป๋าเงิน มือถือ หูฟัง ฯลฯ

เรารอรถเมล์สาย 75 เพื่อที่จะเดินทางกลับบ้าน ตอนนั้นฟังเพลง ใส่หูฟังทั้ง 2 ข้าง ...
โดยที่มือถือเก็บเอาไว้ในกระเป๋าข้างสีน้ำเงิน ก็ยืนฟังเพลงไป รอรถเมล์ไป
ระหว่างนั้นก็มองๆ สังเกตคนรอบข้างด้วย
สักพักรถเมล์สาย 75 ธรรมดาสีครีม-แดง ก็มาจอดเทียบป้าย ตรงที่เรายืนรอพอดี
ในใจคิด “ดีเนอะ จะได้ไม่ต้องวิ่งตามให้เหนื่อย เป๋ก็หนัก”
พอรถเมล์มาจอดปับ ผู้คนที่ยืนรออยู่ที่ป้ายก็กรูกันเข้ามา ดัน เบียด เพื่อที่จะได้ขึ้นไปนั่ง
มันเป็นอารมณ์ที่แบบ ถ้าใครใช้บริการรถเมล์เป็นประจำจะรู้เลยค่ะ ว่ามันดัน เบียด  แย่งกันยังไง ?
เรายืนรอให้คนบนรถลงมาให้หมดก่อน ระหว่างนั้นก็ยังฟังเพลงอยู่
เรามองคนที่ลงมาจากรถ มีลุง มีป้า และปิดท้ายด้วยชาวต่างชาติ 2 คน สักพักเรารู้สึกได้ว่า กระเป๋าเป๋โดนเบียดมาก ดันๆ แปลกๆ
เราก็หันไปมองทางด้านขาวที่โดนเบียด ปล.กระเป๋สะพายที่มีโทรศัพท์ กระเป๋าเงิน ฯลฯ ข้างอยู่ข้างซ้าย
ก็ไม่มีอะไร มีผู้ชายอื่นอยู่ข้างหลังเราทางด้ายขวารอจะขึ้นรถ ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

จากนั้นก็เป็นคิวเราแล้วจะได้ขึ้นรถเมล์ เราเดินก้าวเท้าขึ้นมีบันไดรถเมล์ประมาณ 2 ขั้นได้
ระหว่างที่เราก้าวขึ้นบันไดรับรู้ได้ว่า มันเบียด มันดึง มันดัน ดันดันกันขึ้นรถมากกว่าทุกวัน
ในใจเราบ่น “มันจะอะไรนักหนาฟะ ดันกันอยู่ได้...” แต่เราก็ยังไม่ได้คิดว่าจะโดนล้วงมือถือ
เราก็ดึงดันตัวเองมาจนขึ้นมายืนบนรถเมล์สาย 75 ได้ แล้วเสี้ยววินาทีนั้นเอง
มีแรงกระตุกอย่างแรงเกิดขึ้นที่หูของเรา เสียงเพลงที่เคยดังอยู่ก็เงียบลง ทิ้งไว้แค่หูฟังพร้อมเสียงที่ห้อยคาหูของเรา
เรารู้ตัวทันทีว่าโดนล้วงมือถือแล้ว  รีบหันกลับไปมองตรงทางขึ้นรถ มองออกไปตรงหน้าต่าง
เห็นหลังใครสักคนวิ่งออกไปเร็วๆ จากหน้าประตูรถเมล์ไป
เห็นผู้หญิงอวบ ถึงอ้วนคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากประตูรถ
ผู้หญิงคนนั้นหันมาเหมือนกำลังพูดหรือส่งสัญญาณอะไรสักอย่างกับใครสักคนตรงทางขึ้นรถเมล์  
เราตะโกน “เห้ยยย โทรศัพท์” คนบนรถเมล์ก็มอง แล้วรีบเบียดตัววิ่งสวนทางกับคนที่กำลังขึ้นรีบรถเมล์ลงไปข้างล่าง
แต่แล้วก็ไม่เจอใครสักคนที่เราเห็นเมื่อกี้นี้ เรามองซ้าย มองขวา ทำอะไรไม่ถูก ...
มีผู้ชายคนนึงนั่งอยู่บนรถเมล์สาย 75 คันนั้น ตะโกนกลับลงมาว่า “เมื่อกี้มีคนวิ่งไปทางนั้น”
แล้วชี้ไปทางขาวมือ จากนั้นก็พูดว่า “คงตามไม่ทันแล้วมั้ง”
นาทีนั้นเราไม่สนใจอะไร เราก็เห็นกับตาเหมือนกันว่ามีคนวิ่งไปทางขาว เราวิ่งตามไปไม่คิดชีวิต
วิ่งตามไปจนเกือบถึงป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนสตรีมหาพฤฒารามแต่ก็ไม่เจออะไร
เราเดินน้ำตาไหล... ร้องไห้แบบไม่อายอะไร

เดินไปหาตำรวจตรงป้อมตรงข้ามสถานีรถไฟหัวลำโพง เจอตำรวจรุ่นลุงอยู่ในป้อมหนึ่งคน
เราร้องไห้ ลุงตำรวจก็ถามว่าเป็นอะไร มีอะไร เราก็เล่าให้เค้าฟังไปบอกไปว่าเกิดอะไรขึ้น ฟูมฟายอย่างหนัก
ลุงตำรวจบอกว่า “หนูต้องไปแจ้งที่ สน.บางรักนะ รับแจ้งไม่ได้มันคนละเขตกัน”
เรา “แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”
ลุงตำรวจ  “หนูก็ต้องนั่งรถไป สน.บางรัก”
เรา “แล้ว สน.บางรักไปยังไง อยู่ตรงไหน”  
ลุงตำรวจ  “มันมี มีมี...สายอะไรบ้างนะ” ลุงอึกอักๆ ...
เราเลยบอกว่า งั้นหนูขอยืมมือถือลุงหน่อยค่ะ หนูจะโทรหาพ่อ ลุงตำรวจก็ส่งมือถือให้ยืม เรากดโทรศัพท์หาพ่อ
เล่าให้พ่อฟังร้องไห้อยู่ในป้อมตำรวจ คุยกับพ่อเสร็จก็ขอบคุณแล้วส่งมือถือคืนลุงตำรวจ
แล้วก็เดินออกจากป้อม หาทางไป สน.บางรักเอง เวลาตอนนั้นประมาณทุ่มกว่าๆ
เราเดินย้อนไปจนเจอพี่วินมอเตอร์ไซค์ เลยขึ้นมอเตอร์ไซค์ไป สน.บางรัก
สุดท้ายมาถึง สน.บางรัก ก็เข้าแจ้งความ ดำเนินคดีขั้นตอนตามกฏหมาย ผ่านมาจนถึงวันนี้เรื่องก็ยังเงียบค่ะ


เราไม่หวังแล้วล่ะ ว่าเราจะได้เครื่องคืน เพราะมันแทบไม่มีทางเลยสักนิด
แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ค่ะ ทุกวันนี้บอกเลย ไม่ไปขึ้นรถเมล์ป้ายนั้น ไม่ผ่านไปทางนั้น ไม่ขึ้นรถเมล์สาย 75 ด้วย
เวลาจะขึ้น-ลงรถเมล์มันบีบหัวใจมากๆ เหมือนจะหยุดหายใจ...
เจอใครใช้มือถือรุ่นเดียวกันก็หันหน้าหนี สงสัยฝังใจมั้งคะ

ที่เสียใจร้องไห้อย่างหนัก ก็คงเป็นเพราะว่า “แม่” เป็นคนซื้อมือถือเครื่องนี้ให้เราเป็นขวัญรับปริญญา
เรากับแม่ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ พ่อกับแม่เลิกกัน พ่อเป็นคนส่งเสียงเลี้ยงดูเรามาตลอด เราสนิทกับพ่อ
เพราะงั้นการที่แม่จะให้อะไรเราสักชิ้น มันจึงเป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจเรามาก
แม่ซื้อมือถือมาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 นี้เอง ครอบครัวเราไม่ใช่คนรวย ไม่มีเงินเก็บอะไรมากมาย
แม่ต้องอดทน ยืนทั้งวันตั้งแต่เช้าจนมืด ทำงานเก็บเงิน
กว่าจะมีเงินพอซื้อของขวัญรับปริญญาชิ้นนี้ให้เราได้
แต่สุดท้ายเราก็รักษามันไว้ไม่ได้ มีคนใจบาปมาล้วงเอามันไปจากกระเป๋าทั้งๆ ที่ของอยู่ในกระเป๋าเรา
เราเองก็ปิดดีแล้วแท้ๆ ความรู้สึกมันทั้งเสียใจ รู้สึกผิดกับแม่มากถึงมากที่สุด


ก่อนหน้านี้เราใช้มือถือ nokia c2 (ใช้ต่อจากน้องสาว) เราใช้มันมาตั้งแต่เรียนปี 2 จนตอนนี้เรียนปี 5 กำลังจะจบ
แม่เลยซื้อ Note 2 ให้เป็นของขวัญ.... มันเป็นความเสียใจ รู้สึกผิดกับแม่มากๆ มากเกินบรรยายจริงๆ ค่ะ

Samsung Galaxy Note II (Galaxy Note 2) สีขาว ตั้งแต่แกะออกมาจากกล่องยังไง เราก็ดูแลรักษาแบบนั้น
แม้แต่สติ๊กเกอร์รอบเครื่องเรายังไม่แกะออกเลยค่ะ ก็มันเป็นของที่แม่เราซื้อให้นี่คะ มันมีคุณค่าทางจิตใจ
ต่อให้มีเครื่องใหม่ก็แทนกันไม่ได้ ถ้าเราซื้อมือถือด้วยเงินของตัวเองแล้วมันหายไป ยังไม่เสียใจเท่าแม่ซื้อให้

เล่ามาจนถึงตรงนี้ยาวมากค่ะ เห้อออ ขอบคุณอีกครั้งที่อ่านนะคะ
เราอยากให้ทุกคนระวังตัวเองมากๆ มือถือของเราขนาดอยู่ในกระเป๋าข้างตัว ยังโดนเอาไป
เพราะงั้นก็ระวังเวลาขึ้นรถเมล์ หรือรอรถเมล์ด้วยนะคะ เราไม่อยากให้ใคร เสียใจแบบเรา และเจ็บปวดแบบเรา...

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่