“ข้าพเจ้าเป็นคนมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง ไม่มีลูกที่จะสืบทอดราชสมบัติ อายุก็ใช่ว่าจะยืนยาว อย่างน้อยก็คือถ้าอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป ข้าพเจ้าไม่เคยมีความปรารถนาในตำแหน่งต่างๆ ไม่เคยต้องการอำนาจส่วนตัว มีเพียงความสามารถที่จะสร้างความเจริญให้ชนชาติเท่านั้นที่ข้าพเจ้าฝืนใจอยู่” พระราชดำรัสของร.๗ที่มีต่อคณะราษฏร
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว....พระองค์คือพระราชาในดวงใจผมตลอดมา ในสายตาผม....พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอาภัพที่สุด และทรงพระปรีชาที่สุด ก่อนการขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเชษฐา อย่างไม่ได้คาดหวังและเตรียมพระองค์มาก่อน พระองค์แทบจะไม่มีฐานกำลังสนับสนุน( ปรกติพระมหากษัตริย์จะแต่งตั้งองค์รัชทายาทไว้ล่วงเพื่อที่องค์รัชทายาทนั้นจะได้เรียนรู้และเตรียมพระองค์ ไม่ว่าด้านการปกครอง ด้านทหาร และเศรษฐกิจ) สำหรับ “เจ้าฟ้าประชาธิปก” นั้น ในสองสามปีก่อนขึ้นครองราชย์พระองค์แทบจะไม่เฉลียวพระทัยเลยว่าจะได้ขึ้นครองราชย์ ด้วยว่ามีพระเชษฐาร่วมพระมารดาที่มีจะสืบราชสมบัติถึงสามพระองค์และพระองค์ก็ทรงเป็นโอรสองค์เล็กสุด แต่เหล่าพระเชษฐาบางพระองค์ก็มาสิ้นพระชนม์เสีย บางพระองค์ก็หมดสิทธิ์ในการขึ้นครองราชย์เพราะไปแต่งงานกับสามัญชนและชาวต่างชาติ....กระนั้น แม้เพียงไม่กี่วันก่อนที่ ร.๖ จะสวรรคต พระองค์ก็ยังไม่ได้ทรงแต่งตั้งองค์รัชทายาทเพราะทรงรอดูพระสูติกาลของพระราชินีว่าจะให้กำเนิดโอรสหรือธิดา และเมื่อทรงทราบว่าพระองค์ได้ราชธิดา (คือสมเด็จพระเพชรรัตน์ราชสุดา)นั่นแหละเจ้าฟ้าประชาธิปกจึงได้รับการสถาปนาเป็นองค์รัชทายาทและขึ้นครองราชย์เพียงไม่กี่วันต่อมา(ร.๖เสด็จสวรรคตในวันถัดมาหลังจากพระประสูติกาลของราชธิดา)
........ตามที่ได้อ่านมาหลายแห่ง ส่วนใหญ่ก็มีการบันทึกตรงกันว่าเจ้าฟ้าประชาธิปกนั้นไม่ประสงค์จะขึ้นครองราชย์เลย พระองค์ทรงเห็นว่าพระเชษฐาต่างมารดาของพระองค์คือเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์มีความเหมาะสมกว่า แต่เมื่อเจ้าฟ้าบริพัตรฯ ทรงปฏิเสธ...เจ้าฟ้าประชาธิปกจึงเสด็จขึ้นเถลิงราชสมบัติเป็นรัชกาลที่ ๗ แห่งราชวงศ์จักรี.....จะเห็นว่าเส้นทางขึ้นครองราชย์ของพระองค์ทรงคดเคี้ยวเลี้ยวลดไม่น้อยเมื่อเทียบกับพระเชษฐาและกษัตริย์องค์อื่นๆ นั่นยังไม่เท่ากับเส้นทางระหว่างที่ “ครองราชย์” ของพระองค์ที่นอกจากคดเคี้ยวแล้ว ยังขรุขระมีหลุมมีบ่อ มีภัยอันตรายรายล้อม จนท้ายที่สุดพระองค์ก็ทรงประกาศสละราชสมบัติ!!! ความลำบากและราชกิจของพระองค์หากจะกล่าวก็คงยาว คงสรุปรวบยอดสั้นๆ ว่า.....พระองค์ทรงตรากตรำทั้งงานราษฏร์และงานหลวงอย่างหนัก พระราชกรณียกิจของพระองค์ทั้งที่ลับที่แจ้งแทบจะไม่มีเล็ดลอดให้พสกนิกรได้ชื่นชม พระเสโทแทบจะไม่มีใครเห็น ที่สำคัญที่สุดต้องสรรเสริญพระหทัยของพระองค์ที่ฝ่าฝันเรื่องร้ายต่างๆ นานา ไม่ว่าจะด้าน การไม่ลงรอยกันระหว่างพระปรยูรญาติ การเมือง และด้านเศรษฐกิจ
"วันรัฐธรรมนูญ"....ธ ผู้ทรงตรากตรำ เหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาธิปไตย....ข้าพระพุทธเจ้ารู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ......
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว....พระองค์คือพระราชาในดวงใจผมตลอดมา ในสายตาผม....พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงอาภัพที่สุด และทรงพระปรีชาที่สุด ก่อนการขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเชษฐา อย่างไม่ได้คาดหวังและเตรียมพระองค์มาก่อน พระองค์แทบจะไม่มีฐานกำลังสนับสนุน( ปรกติพระมหากษัตริย์จะแต่งตั้งองค์รัชทายาทไว้ล่วงเพื่อที่องค์รัชทายาทนั้นจะได้เรียนรู้และเตรียมพระองค์ ไม่ว่าด้านการปกครอง ด้านทหาร และเศรษฐกิจ) สำหรับ “เจ้าฟ้าประชาธิปก” นั้น ในสองสามปีก่อนขึ้นครองราชย์พระองค์แทบจะไม่เฉลียวพระทัยเลยว่าจะได้ขึ้นครองราชย์ ด้วยว่ามีพระเชษฐาร่วมพระมารดาที่มีจะสืบราชสมบัติถึงสามพระองค์และพระองค์ก็ทรงเป็นโอรสองค์เล็กสุด แต่เหล่าพระเชษฐาบางพระองค์ก็มาสิ้นพระชนม์เสีย บางพระองค์ก็หมดสิทธิ์ในการขึ้นครองราชย์เพราะไปแต่งงานกับสามัญชนและชาวต่างชาติ....กระนั้น แม้เพียงไม่กี่วันก่อนที่ ร.๖ จะสวรรคต พระองค์ก็ยังไม่ได้ทรงแต่งตั้งองค์รัชทายาทเพราะทรงรอดูพระสูติกาลของพระราชินีว่าจะให้กำเนิดโอรสหรือธิดา และเมื่อทรงทราบว่าพระองค์ได้ราชธิดา (คือสมเด็จพระเพชรรัตน์ราชสุดา)นั่นแหละเจ้าฟ้าประชาธิปกจึงได้รับการสถาปนาเป็นองค์รัชทายาทและขึ้นครองราชย์เพียงไม่กี่วันต่อมา(ร.๖เสด็จสวรรคตในวันถัดมาหลังจากพระประสูติกาลของราชธิดา)
........ตามที่ได้อ่านมาหลายแห่ง ส่วนใหญ่ก็มีการบันทึกตรงกันว่าเจ้าฟ้าประชาธิปกนั้นไม่ประสงค์จะขึ้นครองราชย์เลย พระองค์ทรงเห็นว่าพระเชษฐาต่างมารดาของพระองค์คือเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์มีความเหมาะสมกว่า แต่เมื่อเจ้าฟ้าบริพัตรฯ ทรงปฏิเสธ...เจ้าฟ้าประชาธิปกจึงเสด็จขึ้นเถลิงราชสมบัติเป็นรัชกาลที่ ๗ แห่งราชวงศ์จักรี.....จะเห็นว่าเส้นทางขึ้นครองราชย์ของพระองค์ทรงคดเคี้ยวเลี้ยวลดไม่น้อยเมื่อเทียบกับพระเชษฐาและกษัตริย์องค์อื่นๆ นั่นยังไม่เท่ากับเส้นทางระหว่างที่ “ครองราชย์” ของพระองค์ที่นอกจากคดเคี้ยวแล้ว ยังขรุขระมีหลุมมีบ่อ มีภัยอันตรายรายล้อม จนท้ายที่สุดพระองค์ก็ทรงประกาศสละราชสมบัติ!!! ความลำบากและราชกิจของพระองค์หากจะกล่าวก็คงยาว คงสรุปรวบยอดสั้นๆ ว่า.....พระองค์ทรงตรากตรำทั้งงานราษฏร์และงานหลวงอย่างหนัก พระราชกรณียกิจของพระองค์ทั้งที่ลับที่แจ้งแทบจะไม่มีเล็ดลอดให้พสกนิกรได้ชื่นชม พระเสโทแทบจะไม่มีใครเห็น ที่สำคัญที่สุดต้องสรรเสริญพระหทัยของพระองค์ที่ฝ่าฝันเรื่องร้ายต่างๆ นานา ไม่ว่าจะด้าน การไม่ลงรอยกันระหว่างพระปรยูรญาติ การเมือง และด้านเศรษฐกิจ