สวัสดีค่ะ หลังจากที่ได้ไปดูม็อกกิ้ง เจย์มาเมื่ออาทิคย์ที่แล้ว เราก็ได้ดูรายการหนังพาไปเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา
(จริงๆเป็นแฟนรายการนี้มานานแล้วค่ะ ตามดูทุกอาทิตย์) เราเห็นว่ามันมีความคล้ายคลึงกันบางอย่าง
เป็นอะไรที่อยากแชร์และอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสดูมากๆ ดูจบแล้วเป็นมูดที่สตั๊นอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ 55
เราก็เลยขอมาแชร์ความประทับใจในหนังพาไปตอนนี้ให้ได้ฟังกัน : )
พาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่พาไปทิเบตค่ะ ตอนแรกๆก็พาเที่ยวชมปกติ แต่เราก็ชอบมากเพราะส่วนใหญ่เราเคยเห็นแต่
เมืองท่องเที่ยวเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป ฯลฯ ไม่เคยได้รู้เลยว่าที่นั่นก็เจริญและน่าเที่ยวมากๆ
มีทั้งร้านเบเกอรี่ ร้านกาแฟสวยๆ ร้านขายของเยอะแยะ แล้วบรรยากาศก็ดีด้วย
แถมคนที่นั่นดูใจดีสุดๆ พาร์ทที่แล้วๆที่ไปอินเดีย เราจะเห็นว่ามีกลโกงสารพัดรูปแบบ
แต่ที่นี่ไม่มีเลย เขาใจดีเดินพามาหาโรงแรมโดยไม่คิดจะโกง(เหมือนที่เจอที่อินเดีย)เลยค่ะ
ที่สำคัญเราคิดว่าความคิดของคนที่นั่นมีทัศนคติที่ดีมากๆ เดี๋ยวจะพูดให้ฟังต่อไปนะคะ
เอาจริงๆรู้สึกสะเทือนใจตั้งแต่ที่ได้ดูวีดีโอทหารจีนเข้ายึดทิเบต ตอนที่เห็นภาพชาวบ้านคนนึง
กำลังถูกทหารสี่ห้านายทำร้ายอยู่นั้นเราแบบ.. พูดอะไรไม่ออก ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย?
คุณมายึดบ้านเขาไม่พอ คุณยังทำร้ายคนในครอบครัวเขาอีกเหรอ? ..รู้สึกว่าตัวเองดูโลกสวยไปเลย
พอมาเห็นคนที่นั่นเขาเดินประท้วง ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์เหมือนวันว่าเดินทำไม
จนกระทั่งที่พี่บอลมาอธิบาย เราตกใจมากๆที่รู้ว่าเขามีการเรียกร้องเสรีภาพให้ประเทศด้วยการ 'เผาตัวเอง'
ไม่ได้ตกใจที่วิธีการนะคะ เพราะตามข่าวดังๆเราจะเห็นวิธีที่น่ากลัวและน่าตกใจมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น
ระเบิดตัว ระเบิด รถ ระเบิดตึก ฯลฯ แต่ที่เราตกใจกับสิ่งที่ได้ยินในครั้งนี้ก็เพราะ เราไม่เคยได้รับรู้มาก่อน
ทั้งที่นี่ไม่ใช่การเผาตัวตายรายแรก เป็นรายที่ร้อยกว่าๆแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างที่พี่บอลพี่ยอดบอก
ข่าวไม่เคยมาถึงหูเราเลย ไม่มีใครบนโลกรู้เห็นเรื่องนี้ ไม่มีการพูดถึงไม่มีการให้ความสนใจ
เราเห็นภาพบนบอร์ดที่แสดงรายชื่อผู้เสียชีวิตไว้แล้วมันทั้งหดหู่และสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก
บางคนยังเด็ก บางคนยังเป็นหนุ่มเป็นสาว เขาควรจะมีชีวิตที่ดีต่อไปแต่ก็ยังเลือกทำอะไรแบบนี้ให้ประเทศชาติ
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือทุกๆวันนี้การสูญเสียก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ และในอนาคตไม่รู้จะมีอีกกี่ร้อยชีวิตที่ต้องจากไป
เพราะทวงคืนอิสระภาพให้กับบ้านเกิดเมืองนอน..
เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นถ้าเราไม่รุกรานสิทธิคนอื่นก่อนตั้งแต่แรก
คิดต่อไปอีกเราก็จะพบความจริงว่าไม่ใช่แค่ที่นี่ แต่บนโลกนี้ยังมีเรื่องคล้ายๆกันเกิดขึ้นอีกเยอะ
ทุกมุม ทุกเขตแดน ทุกรอยต่อ ทุกเส้นแบ่ง แม้แต่บนแผ่นดินผืนเดียวกันเองก็ตาม
เราหลงโลกสวยคิดไปเองว่า นี่เรากำลังอยู่ในยุคไอที ที่มีสมาร์ทโฟน มีระบบสัญญาณ 4G มีนวัตกรรมดีๆให้ใช้
แต่ความรุนแรงเหมือนในสงครามเมื่อหลายสิบหลายร้อยปีก่อนก็ไม่เคยหายไปไหน
และเทคโนโลยีก็ไม่เคยช่วยอะไรให้มันดีขึ้น กลับกันเรากับใช้สิ่งที่เรียกว่านวัตกรรมพวกนั้นปกปิดสิ่งที่คนทั้งโลกควรจะได้รู้
ทั้งที่มีเรื่องแบบนี้อยู่แต่เรากลับเหมือนถูกปิดหูปิดตามาโดยตลอด ..เราถูกกรอกหูอยู่ทุกวันว่าต้องการความสงบ
การรบราฆ่าฟันกันไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่จนกระทั่งทุกวันนี้มันก็ยังไม่มีอะไรที่ดีขึ้น การสูญเสียไม่เคยน้อยลงไป
และเพราะฝ่ายที่สูญเสียมีแต่ประชาชนตัวเล็กๆ นั่นทำให้มันยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ต้องให้ความสนใจอะไรของสังคม..
ที่พูดมาทั้งหมดนี้เราไม่ได้จะจุดประเด็นหรือตั้งใจให้เกิดการลุกฮือใดๆทั้งสิ้น
เราเพียงแค่รู้สึกสะเทือนใจที่ไม่เคยได้รับรู้เรื่องแบบนี้มาก่อน และแค่รู้สึกว่า..แบบนี้มันถูกแล้วเหรอ?
แล้วโลกเราจะอยู่อย่างนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่? มันเป็นความอัดอั้นตันใจที่พูดกับใครไม่ค่อยได้และก็ไม่รู้ว่าปัญหาแบบนี้
จะเริ่มแก้อย่างจริงจังได้จากตรงไหน เพราะถ้าพูดถึงความเป็นจริงแล้ว คงไม่มีใครอยากจะยอมอ่อนข้อหรือเสียผลประโยชน์
เราที่เป็นเพียงแค่ประชาชนคนตัวเล็กๆคนหนึ่งถึงจะรับรู้ไปแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนัก
ถ้าทุกๆคนได้รับรู้อย่างเราบ้างมันก็คงจะดีไม่น้อย ไม่แน่ว่าหลายๆเสียงรวมกันมันอาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นก็ได้
สุดท้ายที่เคยบอกไว้ตอนต้นว่าชอบทัศนคติของคนที่นี่ คือเราประทับใจที่พี่ผู้ชายเขาพูดตอนสุดท้ายมาก
ที่เขาบอกว่าไม่ได้โกรธเคืองอะไรนักท่องเที่ยวคนจีน เห็นคนจีนที่เข้ามาที่นี่เป็นเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป
เขาแยกแยะได้ว่าคนพวกนั้นกับรัฐบาลจีนเป็นคนละส่วนกัน แล้วก็ที่พี่บอลถามว่าถ้าทิเบตได้กลับเป็นประเทศอีกครั้ง
พี่เขาจะกลับไปไหม หรือจะอยู่ที่นี่ต่อเพราะทุกอย่างก็ลงหลักปักฐานอยู่ตรงนี้มานานแล้ว
พี่เขาบอกว่าจะกลับไป ต่อให้ต้องเริ่มนับจากศูนย์ใหม่ก็ตาม เพราะวัฒนธรรม ศาสนา ทุกอย่างของเขาแม้จะ
ถูกทำลายลงไป แต่ถ้าพวกเขาเข้มแข็งและช่วยกัน มันก็รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ได้ เขายังมีความหวังว่าสักวัน
ทุกๆอย่างมันจะดีขึ้น.. เราฟังแล้วแบบ.. รู้สึกชื่นชมเขาจังเลย จิตใจเขาเข้มแข็งมาก
ดูจบแล้วเราน้ำตาคลอ โอเค มันเศร้ามันซึ้ง แต่เรารู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น เป็นความรู้สึกมัวๆ
ที่อัดอั้นแล้วก็สะเทือนอยู่ในใจ ดูจบแล้วพูดอะไรไม่ออกไปหลายนาทีเพราะอึ้งกับสิ่งที่ได้รับรู้
เพิ่งได้เห็นว่าอีกมุมหนึ่งของโลกเราเป็นแบบนี้นี่เอง.. ขอบคุณรายการหนังพาไปมากๆที่ทำให้เราได้เห็นอะไรมากขึ้น
ได้รู้สิ่งที่ในห้องเรียนไม่เคยมีสอน ที่สำคัญขอบคุณแทนผู้เสียสละเหล่านั้น ที่พี่ๆได้ช่วยขยายอุดมการณ์
และสิ่งที่พวกเขาตั้งใจอยากจะบอกกับโลกใบนี้ให้อีกหลายๆคนได้รับรู้ ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะ : )
นี่เป็นอีกหนึ่งตอนที่เราอยากให้คุณได้ดู เชื่อว่าหลังจากดูจบแล้วคุณจะได้อะไรกลับมาแน่ๆ
ขอบคุณที่อ่านกระทู้มาจนถึงบรรทัดนี้ และถ้าใครมีอะไรจะร่วมแชร์ก็ยินดีมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ : ))
หนังพาไป (ธรรมศาลา.. ไม้ขีดไฟบนหลังคาโลก) : อยากให้ทุกคนได้ดู
สวัสดีค่ะ หลังจากที่ได้ไปดูม็อกกิ้ง เจย์มาเมื่ออาทิคย์ที่แล้ว เราก็ได้ดูรายการหนังพาไปเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา
(จริงๆเป็นแฟนรายการนี้มานานแล้วค่ะ ตามดูทุกอาทิตย์) เราเห็นว่ามันมีความคล้ายคลึงกันบางอย่าง
เป็นอะไรที่อยากแชร์และอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสดูมากๆ ดูจบแล้วเป็นมูดที่สตั๊นอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ 55
เราก็เลยขอมาแชร์ความประทับใจในหนังพาไปตอนนี้ให้ได้ฟังกัน : )
พาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่พาไปทิเบตค่ะ ตอนแรกๆก็พาเที่ยวชมปกติ แต่เราก็ชอบมากเพราะส่วนใหญ่เราเคยเห็นแต่
เมืองท่องเที่ยวเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป ฯลฯ ไม่เคยได้รู้เลยว่าที่นั่นก็เจริญและน่าเที่ยวมากๆ
มีทั้งร้านเบเกอรี่ ร้านกาแฟสวยๆ ร้านขายของเยอะแยะ แล้วบรรยากาศก็ดีด้วย
แถมคนที่นั่นดูใจดีสุดๆ พาร์ทที่แล้วๆที่ไปอินเดีย เราจะเห็นว่ามีกลโกงสารพัดรูปแบบ
แต่ที่นี่ไม่มีเลย เขาใจดีเดินพามาหาโรงแรมโดยไม่คิดจะโกง(เหมือนที่เจอที่อินเดีย)เลยค่ะ
ที่สำคัญเราคิดว่าความคิดของคนที่นั่นมีทัศนคติที่ดีมากๆ เดี๋ยวจะพูดให้ฟังต่อไปนะคะ
เอาจริงๆรู้สึกสะเทือนใจตั้งแต่ที่ได้ดูวีดีโอทหารจีนเข้ายึดทิเบต ตอนที่เห็นภาพชาวบ้านคนนึง
กำลังถูกทหารสี่ห้านายทำร้ายอยู่นั้นเราแบบ.. พูดอะไรไม่ออก ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย?
คุณมายึดบ้านเขาไม่พอ คุณยังทำร้ายคนในครอบครัวเขาอีกเหรอ? ..รู้สึกว่าตัวเองดูโลกสวยไปเลย
พอมาเห็นคนที่นั่นเขาเดินประท้วง ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์เหมือนวันว่าเดินทำไม
จนกระทั่งที่พี่บอลมาอธิบาย เราตกใจมากๆที่รู้ว่าเขามีการเรียกร้องเสรีภาพให้ประเทศด้วยการ 'เผาตัวเอง'
ไม่ได้ตกใจที่วิธีการนะคะ เพราะตามข่าวดังๆเราจะเห็นวิธีที่น่ากลัวและน่าตกใจมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น
ระเบิดตัว ระเบิด รถ ระเบิดตึก ฯลฯ แต่ที่เราตกใจกับสิ่งที่ได้ยินในครั้งนี้ก็เพราะ เราไม่เคยได้รับรู้มาก่อน
ทั้งที่นี่ไม่ใช่การเผาตัวตายรายแรก เป็นรายที่ร้อยกว่าๆแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างที่พี่บอลพี่ยอดบอก
ข่าวไม่เคยมาถึงหูเราเลย ไม่มีใครบนโลกรู้เห็นเรื่องนี้ ไม่มีการพูดถึงไม่มีการให้ความสนใจ
เราเห็นภาพบนบอร์ดที่แสดงรายชื่อผู้เสียชีวิตไว้แล้วมันทั้งหดหู่และสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก
บางคนยังเด็ก บางคนยังเป็นหนุ่มเป็นสาว เขาควรจะมีชีวิตที่ดีต่อไปแต่ก็ยังเลือกทำอะไรแบบนี้ให้ประเทศชาติ
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือทุกๆวันนี้การสูญเสียก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ และในอนาคตไม่รู้จะมีอีกกี่ร้อยชีวิตที่ต้องจากไป
เพราะทวงคืนอิสระภาพให้กับบ้านเกิดเมืองนอน..
เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นถ้าเราไม่รุกรานสิทธิคนอื่นก่อนตั้งแต่แรก
คิดต่อไปอีกเราก็จะพบความจริงว่าไม่ใช่แค่ที่นี่ แต่บนโลกนี้ยังมีเรื่องคล้ายๆกันเกิดขึ้นอีกเยอะ
ทุกมุม ทุกเขตแดน ทุกรอยต่อ ทุกเส้นแบ่ง แม้แต่บนแผ่นดินผืนเดียวกันเองก็ตาม
เราหลงโลกสวยคิดไปเองว่า นี่เรากำลังอยู่ในยุคไอที ที่มีสมาร์ทโฟน มีระบบสัญญาณ 4G มีนวัตกรรมดีๆให้ใช้
แต่ความรุนแรงเหมือนในสงครามเมื่อหลายสิบหลายร้อยปีก่อนก็ไม่เคยหายไปไหน
และเทคโนโลยีก็ไม่เคยช่วยอะไรให้มันดีขึ้น กลับกันเรากับใช้สิ่งที่เรียกว่านวัตกรรมพวกนั้นปกปิดสิ่งที่คนทั้งโลกควรจะได้รู้
ทั้งที่มีเรื่องแบบนี้อยู่แต่เรากลับเหมือนถูกปิดหูปิดตามาโดยตลอด ..เราถูกกรอกหูอยู่ทุกวันว่าต้องการความสงบ
การรบราฆ่าฟันกันไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่จนกระทั่งทุกวันนี้มันก็ยังไม่มีอะไรที่ดีขึ้น การสูญเสียไม่เคยน้อยลงไป
และเพราะฝ่ายที่สูญเสียมีแต่ประชาชนตัวเล็กๆ นั่นทำให้มันยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ต้องให้ความสนใจอะไรของสังคม..
ที่พูดมาทั้งหมดนี้เราไม่ได้จะจุดประเด็นหรือตั้งใจให้เกิดการลุกฮือใดๆทั้งสิ้น
เราเพียงแค่รู้สึกสะเทือนใจที่ไม่เคยได้รับรู้เรื่องแบบนี้มาก่อน และแค่รู้สึกว่า..แบบนี้มันถูกแล้วเหรอ?
แล้วโลกเราจะอยู่อย่างนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่? มันเป็นความอัดอั้นตันใจที่พูดกับใครไม่ค่อยได้และก็ไม่รู้ว่าปัญหาแบบนี้
จะเริ่มแก้อย่างจริงจังได้จากตรงไหน เพราะถ้าพูดถึงความเป็นจริงแล้ว คงไม่มีใครอยากจะยอมอ่อนข้อหรือเสียผลประโยชน์
เราที่เป็นเพียงแค่ประชาชนคนตัวเล็กๆคนหนึ่งถึงจะรับรู้ไปแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนัก
ถ้าทุกๆคนได้รับรู้อย่างเราบ้างมันก็คงจะดีไม่น้อย ไม่แน่ว่าหลายๆเสียงรวมกันมันอาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นก็ได้
สุดท้ายที่เคยบอกไว้ตอนต้นว่าชอบทัศนคติของคนที่นี่ คือเราประทับใจที่พี่ผู้ชายเขาพูดตอนสุดท้ายมาก
ที่เขาบอกว่าไม่ได้โกรธเคืองอะไรนักท่องเที่ยวคนจีน เห็นคนจีนที่เข้ามาที่นี่เป็นเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป
เขาแยกแยะได้ว่าคนพวกนั้นกับรัฐบาลจีนเป็นคนละส่วนกัน แล้วก็ที่พี่บอลถามว่าถ้าทิเบตได้กลับเป็นประเทศอีกครั้ง
พี่เขาจะกลับไปไหม หรือจะอยู่ที่นี่ต่อเพราะทุกอย่างก็ลงหลักปักฐานอยู่ตรงนี้มานานแล้ว
พี่เขาบอกว่าจะกลับไป ต่อให้ต้องเริ่มนับจากศูนย์ใหม่ก็ตาม เพราะวัฒนธรรม ศาสนา ทุกอย่างของเขาแม้จะ
ถูกทำลายลงไป แต่ถ้าพวกเขาเข้มแข็งและช่วยกัน มันก็รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ได้ เขายังมีความหวังว่าสักวัน
ทุกๆอย่างมันจะดีขึ้น.. เราฟังแล้วแบบ.. รู้สึกชื่นชมเขาจังเลย จิตใจเขาเข้มแข็งมาก
ดูจบแล้วเราน้ำตาคลอ โอเค มันเศร้ามันซึ้ง แต่เรารู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น เป็นความรู้สึกมัวๆ
ที่อัดอั้นแล้วก็สะเทือนอยู่ในใจ ดูจบแล้วพูดอะไรไม่ออกไปหลายนาทีเพราะอึ้งกับสิ่งที่ได้รับรู้
เพิ่งได้เห็นว่าอีกมุมหนึ่งของโลกเราเป็นแบบนี้นี่เอง.. ขอบคุณรายการหนังพาไปมากๆที่ทำให้เราได้เห็นอะไรมากขึ้น
ได้รู้สิ่งที่ในห้องเรียนไม่เคยมีสอน ที่สำคัญขอบคุณแทนผู้เสียสละเหล่านั้น ที่พี่ๆได้ช่วยขยายอุดมการณ์
และสิ่งที่พวกเขาตั้งใจอยากจะบอกกับโลกใบนี้ให้อีกหลายๆคนได้รับรู้ ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะ : )
นี่เป็นอีกหนึ่งตอนที่เราอยากให้คุณได้ดู เชื่อว่าหลังจากดูจบแล้วคุณจะได้อะไรกลับมาแน่ๆ
ขอบคุณที่อ่านกระทู้มาจนถึงบรรทัดนี้ และถ้าใครมีอะไรจะร่วมแชร์ก็ยินดีมากๆเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ : ))