ช่วงรอตักบาตรเมื่อเช้านี้ แม่ได้เอ่ยกับดิฉันด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า...ขอร้องว่าอย่าให้ดิฉันพูดเรื่องนี้อีก เพราะท่านรู้สึกหวั่นวิตกและกังวลมาก
สืบเนื่องมากจาดิฉันมีเพื่อนบ้านใหม่ซึ่งเปิดร้านอาหารและมีบางสิ่งบางอย่างรบกวนมาถึงบ้านดิฉัน
ดิฉันจึงหาทางพูดปัญหาเรื่องนี้กับเค้าด้วยคำพูดที่(คิดว่า)ละมุนละม่อมที่สุด
คุณแม่บอกว่าไม่อยากให้ดิฉันพูดอีกเพราะไม่อยากมีเรื่องทะเลาะกับคนข้างบ้าน โดยเฉพาะรายนี้ซึ่งเค้าเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่
ดิฉันตกใจกับวิธีคิดเช่นนี้พอสมควรค่ะ
นั่นเท่ากับว่าดิฉันต้องทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น(จนกว่าจะชินไปเอง)
หรือ ต้องย้ายบ้านหนี
หรือ บอกไปตรงๆ อะไรจะเกิดก็เกิด
ซึ่งข้อสุดท้ายดิฉันไม่อยากให้เกิดเพราะดิฉันกับแม่ใช้ชิวิตอยู่อย่างสมถะไม่เบียดเบียนใครและไม่นิยมความรุนแรง
แต่เห็นอาการวิตกของคุณแม่แล้ว ดิฉันรู้สึกว่านี่อะไรเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตของคนสุจริต..??
คุณแม่อาจจะ"รับได้" หรืออาจจะ"อดทน"กับสิ่งที่เกิดขึ้น จนกว่าท่านจะชิน
หรือจนกว่าอาการทางร่างกายจะบ่งบอกว่าท่านอ่อนเพลีย ปวดหัวเพราะนอนไม่หลับ (ซึ่งทุกวันนี้ท่านก็บ่นๆอยู่ ถึงกับต้องใช้ยานอนหลับช่วย)
แต่ไปๆมาๆ ดิฉันเริ่มเครียดกับอาการหวาดผวาของแม่มากกอย่างอื่นไปแล้วค่ะ
จะทำอย่างไรดีค่ะ
เพียงบางถ้อยคำ ถึงกับทำให้จิตตก
สืบเนื่องมากจาดิฉันมีเพื่อนบ้านใหม่ซึ่งเปิดร้านอาหารและมีบางสิ่งบางอย่างรบกวนมาถึงบ้านดิฉัน
ดิฉันจึงหาทางพูดปัญหาเรื่องนี้กับเค้าด้วยคำพูดที่(คิดว่า)ละมุนละม่อมที่สุด
คุณแม่บอกว่าไม่อยากให้ดิฉันพูดอีกเพราะไม่อยากมีเรื่องทะเลาะกับคนข้างบ้าน โดยเฉพาะรายนี้ซึ่งเค้าเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่
ดิฉันตกใจกับวิธีคิดเช่นนี้พอสมควรค่ะ
นั่นเท่ากับว่าดิฉันต้องทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น(จนกว่าจะชินไปเอง)
หรือ ต้องย้ายบ้านหนี
หรือ บอกไปตรงๆ อะไรจะเกิดก็เกิด
ซึ่งข้อสุดท้ายดิฉันไม่อยากให้เกิดเพราะดิฉันกับแม่ใช้ชิวิตอยู่อย่างสมถะไม่เบียดเบียนใครและไม่นิยมความรุนแรง
แต่เห็นอาการวิตกของคุณแม่แล้ว ดิฉันรู้สึกว่านี่อะไรเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตของคนสุจริต..??
คุณแม่อาจจะ"รับได้" หรืออาจจะ"อดทน"กับสิ่งที่เกิดขึ้น จนกว่าท่านจะชิน
หรือจนกว่าอาการทางร่างกายจะบ่งบอกว่าท่านอ่อนเพลีย ปวดหัวเพราะนอนไม่หลับ (ซึ่งทุกวันนี้ท่านก็บ่นๆอยู่ ถึงกับต้องใช้ยานอนหลับช่วย)
แต่ไปๆมาๆ ดิฉันเริ่มเครียดกับอาการหวาดผวาของแม่มากกอย่างอื่นไปแล้วค่ะ
จะทำอย่างไรดีค่ะ