ตอนแรกไม่ได้คิดจะตั้งกระทู้เรื่องนี้หรอกค่ะ เราก็ล่องลอยในพันทิฟไปมาเหมือนวิญญาณนี่แหละค่ะช่วงนี้ เข้าไปอ่าน กด+ให้กำลังใจบ้าง ไม่ก็แปะโน่นนี่ไว้อ่าน แต่มันมีเรื่องที่คันปาก อยากเล่า และอยากหาวิธีแก้เผ็ดเด็กสาววัยใส ที่พูดอะไรสองแง่สองง่าม ชวนให้คนอื่นเข้าใจผิดเสมอๆ
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อหลายเดือนก่อน เราก็เข้ามาเรียนในมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง หลังจากที่ซิ่วมาหลายปีและที่นั่น เราเองก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อนอยู่เลย จะมีก็แต่รุ่นน้องที่เคยเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกัน แต่ไม่ค่อยจะสนิทกันเท่าไหร่ เราเลยเริ่มจะหาเพื่อน และหาประสบการณ์ในการเป็นน้องใหม่อีกครั้งในรั่วแห่งนี้ มีน้องคนนึงที่เรียนอยู่คนละคณะมาสนิทกับเรา ช่วงที่เค้ารับน้องมหาลัย เราก็สนิทกันพอประมาณ ไปทานข้าวด้วยกันบ้าง ตามประสาคนที่อยู่กลุ่มเดียวกัน(กลุ่มน้องใหม่ที่จับฉลากได้)
ต่างคนก็ต่างเล่าเรื่องของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง แต่เราก็ไม่ได้บอกหรอกว่าอายุมากกว่า(มากกว่าพอประมาณ ไม่เยอะหรอก จริงๆนะ) เราก็ได้รู้มาว่า เค้าเป็นคนแถวนี้แหละ เคยทำงานคล้ายๆพริตตี้ แล้วก็มีแฟนที่รักกันมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ย้ำว่ามาก เพราะเวลาที่เล่าเรื่องผู้ชายคนนั้น คุณน้องจะออกตัวว่ารักกันมากเลย
ส่วนมากจะเป็นเราที่รับฟังเค้ามากกว่า เพราะเราเองก็ไม่ค่อยที่จะอยากเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังเท่าไหร่ มันคงจะไม่น่าอภิรมณ์เท่าไหร่ ถ้าเด็กสาววัยใสจะมารับรู้เรื่องราวของพี่สาวสุดรันทดคนนี้
จากนั้นมาเราก็ไม่ค่อยได้โทรคุยกันหลังปิดการรับน้องของมหาลัย เรามีงานยุ่ง ทั้งเรื่องรับน้องของคณะ และตัวเราต้องรับผิดชอบทางการเงินของตัวเอง ทำงานพิเศษ และการบ้านที่แทบจะทับถมจนหายใจหายคอไม่ออก
เราก็ใช้ชีวิตของเราไป บางทีก็ตลกดีเหมือนกันที่ต้องเรียกคนที่อายุน้อยกว่าว่าพี่ แล้วต้องมาเรียกเด็กว่าเพื่อน ก็มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าเราโตกว่า เราค่อนข้างจะเป็นหมาเดียวดาย เพราะไม่ค่อยจะเข้ากับเพื่อน ประมาณว่าเพื่อนชวนกันไปเที่ยวเราไม่ได้ไปเพราะติดงาน ทำให้ระยะห่างของเรากับเพื่อนๆปีหนึ่งค่อนข้างมากอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนมากก็เข้าใจและไม่ได้เกลียดเราหรอกนะ คือเวลาเราไปนั่งกับกลุ่มไหนก็จะได้ยินพวกนั้นนินทาเรื่องของอีกกลุ่ม มันก็มันส์ดีนะ ได้รู้หลายๆเรื่องดี ก็มีน้องบางคนที่สนิทอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน เวลาเราหรือเค้า(ขอใช้คำว่าน้องk) มีปัญหาก็จะเอามาปรึกษาพูดคุยกัน ส่วนมากน้องเค้าจะปรึกษาเราเรื่องความรัก เราก็ให้คำแนะนำไปตามความเป็นจริง ไม่เพ้อ แต่ก็ให้มองโลกในแง่ดีไม่วิตกจนเสียการเรียน
และแล้ววันนึง ตอนที่เรากับน้องkแยกกันที่ร้านข้าว เราป๊ะเข้ากับน้องที่เจอกันตอนรับน้องมหาลัย(เรียกว่าน้องf) เราก็คุยๆกันตามประสา แต่หน้าตานางดูเศร้าๆ ซึ่งบางทีก็มองดูเวอร์เกินจริง ไอ้เราก็ดันพูดแบบหวังดีไปว่า 'มีอะไรมั๊ย ปรึกษาเราได้นะ'
เพราะคำนั้นของเรา เลยทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายต่างๆตามมาจนน่าปวดหัว
เดี๋ยวต่อนะคะ
สิ่งมีชีวิตวัยพรุ้งพริ้ง ผู้นำพาความซวยและบัดซบ -_-'
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อหลายเดือนก่อน เราก็เข้ามาเรียนในมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง หลังจากที่ซิ่วมาหลายปีและที่นั่น เราเองก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อนอยู่เลย จะมีก็แต่รุ่นน้องที่เคยเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกัน แต่ไม่ค่อยจะสนิทกันเท่าไหร่ เราเลยเริ่มจะหาเพื่อน และหาประสบการณ์ในการเป็นน้องใหม่อีกครั้งในรั่วแห่งนี้ มีน้องคนนึงที่เรียนอยู่คนละคณะมาสนิทกับเรา ช่วงที่เค้ารับน้องมหาลัย เราก็สนิทกันพอประมาณ ไปทานข้าวด้วยกันบ้าง ตามประสาคนที่อยู่กลุ่มเดียวกัน(กลุ่มน้องใหม่ที่จับฉลากได้)
ต่างคนก็ต่างเล่าเรื่องของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง แต่เราก็ไม่ได้บอกหรอกว่าอายุมากกว่า(มากกว่าพอประมาณ ไม่เยอะหรอก จริงๆนะ) เราก็ได้รู้มาว่า เค้าเป็นคนแถวนี้แหละ เคยทำงานคล้ายๆพริตตี้ แล้วก็มีแฟนที่รักกันมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ย้ำว่ามาก เพราะเวลาที่เล่าเรื่องผู้ชายคนนั้น คุณน้องจะออกตัวว่ารักกันมากเลย
ส่วนมากจะเป็นเราที่รับฟังเค้ามากกว่า เพราะเราเองก็ไม่ค่อยที่จะอยากเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังเท่าไหร่ มันคงจะไม่น่าอภิรมณ์เท่าไหร่ ถ้าเด็กสาววัยใสจะมารับรู้เรื่องราวของพี่สาวสุดรันทดคนนี้
จากนั้นมาเราก็ไม่ค่อยได้โทรคุยกันหลังปิดการรับน้องของมหาลัย เรามีงานยุ่ง ทั้งเรื่องรับน้องของคณะ และตัวเราต้องรับผิดชอบทางการเงินของตัวเอง ทำงานพิเศษ และการบ้านที่แทบจะทับถมจนหายใจหายคอไม่ออก
เราก็ใช้ชีวิตของเราไป บางทีก็ตลกดีเหมือนกันที่ต้องเรียกคนที่อายุน้อยกว่าว่าพี่ แล้วต้องมาเรียกเด็กว่าเพื่อน ก็มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าเราโตกว่า เราค่อนข้างจะเป็นหมาเดียวดาย เพราะไม่ค่อยจะเข้ากับเพื่อน ประมาณว่าเพื่อนชวนกันไปเที่ยวเราไม่ได้ไปเพราะติดงาน ทำให้ระยะห่างของเรากับเพื่อนๆปีหนึ่งค่อนข้างมากอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนมากก็เข้าใจและไม่ได้เกลียดเราหรอกนะ คือเวลาเราไปนั่งกับกลุ่มไหนก็จะได้ยินพวกนั้นนินทาเรื่องของอีกกลุ่ม มันก็มันส์ดีนะ ได้รู้หลายๆเรื่องดี ก็มีน้องบางคนที่สนิทอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน เวลาเราหรือเค้า(ขอใช้คำว่าน้องk) มีปัญหาก็จะเอามาปรึกษาพูดคุยกัน ส่วนมากน้องเค้าจะปรึกษาเราเรื่องความรัก เราก็ให้คำแนะนำไปตามความเป็นจริง ไม่เพ้อ แต่ก็ให้มองโลกในแง่ดีไม่วิตกจนเสียการเรียน
และแล้ววันนึง ตอนที่เรากับน้องkแยกกันที่ร้านข้าว เราป๊ะเข้ากับน้องที่เจอกันตอนรับน้องมหาลัย(เรียกว่าน้องf) เราก็คุยๆกันตามประสา แต่หน้าตานางดูเศร้าๆ ซึ่งบางทีก็มองดูเวอร์เกินจริง ไอ้เราก็ดันพูดแบบหวังดีไปว่า 'มีอะไรมั๊ย ปรึกษาเราได้นะ'
เพราะคำนั้นของเรา เลยทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายต่างๆตามมาจนน่าปวดหัว
เดี๋ยวต่อนะคะ