ปรองดองโจทย์ยากท้าทายคสช. จะหักหรือยอมจำนนระบอบทักษิณ ผ่าประเด็นร้อน แนวหน้าออนไลน์
ยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นโจทย์ยากที่สุดและท้าทายความพยายามแก้ปัญหาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ก็คือการสร้างความปรองดองในชาติระหว่างเครือข่ายระบอบทักษิณกับฝ่ายที่ต่อต้านระบอบทักษิณ
โดยเริ่มมีความเคลื่อนไหวที่ชี้ให้เห็นสัญญาณที่จะนำไปสู่วิกฤติการเผชิญหน้า
<
<
<
ความสำคัญของการถอดถอนไม่ได้อยู่ที่การพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองเพราะทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์
นายสมศักดิ์ และ นายนิคม ต่างพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว แต่อยู่ที่ผลซึ่งจะตามมาหาก
สนช.มีมติถอดถอนนั่นคือการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี และที่สำคัญรัฐธรรมนูญชั่วคราว
มาตรา 35 ได้วางกรอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่กำหนดให้ผู้ซึ่งเคยถูกถอดถอนหรือมีคดีติดตัวไม่
สามารถที่จะลงสมัครสส.และสว.ไปตลอดชีวิต นั่นหมายถึงโทษประหารทางการเมืองบุคคลทั้ง 3 หาก
ถูกถอดถอน
ยิ่งไปกว่านั้นคดีถอดถอน นายสมศักดิ์ นายนิคม และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญ
สำหรับคดีถอดถอนที่จะตามมานั่นคือ 308 สส.และสว.ที่ร่วมลงชื่อและลงมติผ่านร่างแก้ไข
รัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการรอชี้มูลความผิด
ของป.ป.ช.เพื่อส่งมายัง สนช.ในไม่ช้านี้ ซึ่งหาก 308 สส.และสว.ที่ล้วนเป็นเครือข่ายและแนวร่วม
ระบอบทักษิณถูกถอดถอนนั่นหมายถึงจะหมดอนาคตทางการเมืองทันทีพร้อมกับการล่มสลายของ
เครือข่ายระบอบทักษิณ
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงจะเรียงหน้าออกมาข่มขู่
กดดัน สนช.กระทบไปยังคสช.อย่างหนักว่าพร้อมที่จะทำสงครามแตกหักหากพรรคพวกของตัวเองถูก
ถอนโดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์
<
<
<
สำหรับจุดยืนท่าทีของคสช.ภายใต้สถานการณ์ความแตกแยกที่พร้อมจะปะทุที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าจะมี
สัญญาณจาก พล.อ.นพดล อินทปัญญา สมาชิกสนช. ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกฯและรมว.กลาโหม ที่พยายามเดิมเกมเพื่อเบรกการถอดถอนเหล่าแกนนำเครือข่ายระบอบ
ทักษิณภายใต้การถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็น
เกมของคสช.ผ่านสมาชิกสนช.สายทหารที่ต้องการสร้าง
ความปรองดองด้วยการยอมจำนนตามความต้องการของระบอบทักษิณ
<
<
<
ภายใต้เป้าหมายที่จะสร้างความปรองดองในชาติจึงถือเป็นโจทย์ยากท้าทายคสช.เพราะไม่ว่าจะตัดสินใจ
เลือกทางไหนก็ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ถือเป็นภาระหน้าที่ของคสช.ที่จะต้องเลือกจุดยืน
ที่อยู่บนพื้นฐานความถูกต้องชอบธรรมและยึดผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้
โดยไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่
กดดันของขบวนการอันเลวร้าย มิฉะนั้นแทนที่จะนำไปสู่การสร้างความปรองดองตรงข้ามกลับยิ่งเป็นการ
สุมไฟแตกแยกให้ลุกโชนและเสี่ยงที่จะนำไปสู่วิกฤติรอบใหม่
ทีมข่าวการเมือง
http://www.naewna.com/creative/129924
คิดถึง คุณม่วงคัน และมิตรสหาย ที่เกลียดระบอบทักษิณ เลยนำ ผ่าประเด็นร้อน "แนวหน้า" มาให้อ่าน ..sao..เหลือ..noi
ยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นโจทย์ยากที่สุดและท้าทายความพยายามแก้ปัญหาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ก็คือการสร้างความปรองดองในชาติระหว่างเครือข่ายระบอบทักษิณกับฝ่ายที่ต่อต้านระบอบทักษิณ
โดยเริ่มมีความเคลื่อนไหวที่ชี้ให้เห็นสัญญาณที่จะนำไปสู่วิกฤติการเผชิญหน้า
<
<
<
ความสำคัญของการถอดถอนไม่ได้อยู่ที่การพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองเพราะทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์
นายสมศักดิ์ และ นายนิคม ต่างพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว แต่อยู่ที่ผลซึ่งจะตามมาหาก
สนช.มีมติถอดถอนนั่นคือการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี และที่สำคัญรัฐธรรมนูญชั่วคราว
มาตรา 35 ได้วางกรอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่กำหนดให้ผู้ซึ่งเคยถูกถอดถอนหรือมีคดีติดตัวไม่
สามารถที่จะลงสมัครสส.และสว.ไปตลอดชีวิต นั่นหมายถึงโทษประหารทางการเมืองบุคคลทั้ง 3 หาก
ถูกถอดถอน
ยิ่งไปกว่านั้นคดีถอดถอน นายสมศักดิ์ นายนิคม และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญ
สำหรับคดีถอดถอนที่จะตามมานั่นคือ 308 สส.และสว.ที่ร่วมลงชื่อและลงมติผ่านร่างแก้ไข
รัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการรอชี้มูลความผิด
ของป.ป.ช.เพื่อส่งมายัง สนช.ในไม่ช้านี้ ซึ่งหาก 308 สส.และสว.ที่ล้วนเป็นเครือข่ายและแนวร่วม
ระบอบทักษิณถูกถอดถอนนั่นหมายถึงจะหมดอนาคตทางการเมืองทันทีพร้อมกับการล่มสลายของ
เครือข่ายระบอบทักษิณ
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงจะเรียงหน้าออกมาข่มขู่
กดดัน สนช.กระทบไปยังคสช.อย่างหนักว่าพร้อมที่จะทำสงครามแตกหักหากพรรคพวกของตัวเองถูก
ถอนโดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์
<
<
<
สำหรับจุดยืนท่าทีของคสช.ภายใต้สถานการณ์ความแตกแยกที่พร้อมจะปะทุที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าจะมี
สัญญาณจาก พล.อ.นพดล อินทปัญญา สมาชิกสนช. ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกฯและรมว.กลาโหม ที่พยายามเดิมเกมเพื่อเบรกการถอดถอนเหล่าแกนนำเครือข่ายระบอบ
ทักษิณภายใต้การถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นเกมของคสช.ผ่านสมาชิกสนช.สายทหารที่ต้องการสร้าง
ความปรองดองด้วยการยอมจำนนตามความต้องการของระบอบทักษิณ
<
<
<
ภายใต้เป้าหมายที่จะสร้างความปรองดองในชาติจึงถือเป็นโจทย์ยากท้าทายคสช.เพราะไม่ว่าจะตัดสินใจ
เลือกทางไหนก็ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ถือเป็นภาระหน้าที่ของคสช.ที่จะต้องเลือกจุดยืน
ที่อยู่บนพื้นฐานความถูกต้องชอบธรรมและยึดผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้ โดยไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่
กดดันของขบวนการอันเลวร้าย มิฉะนั้นแทนที่จะนำไปสู่การสร้างความปรองดองตรงข้ามกลับยิ่งเป็นการ
สุมไฟแตกแยกให้ลุกโชนและเสี่ยงที่จะนำไปสู่วิกฤติรอบใหม่
ทีมข่าวการเมือง
http://www.naewna.com/creative/129924