👑"ตลาดโจร" เป็นอดีตชื่อเรียกอันเป็นตำนานของ "เวิ้งนาครเขษม" (หรือเวิ้งนครเกษม) ย่านการค้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในอดีตขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งซื้อขายของเก่า เครื่องดนตรี และเครื่องมือช่างที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
#เวิ้งนาครเขษม
ประวัติความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่แห่งนี้ มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ
1. ที่มาของคำว่า "ตลาดโจร"
จุดเริ่มต้น: ในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากมีการประกาศเลิกทาส ทาสที่ปล่อยเป็นอิสระรวมถึงกลุ่มคนที่ไม่มีอาชีพ ได้นำข้าวของเครื่องใช้ของเจ้านายหรือสิ่งของที่เก็บมาได้มาวางขายในบริเวณนี้
แหล่งค้าของโจร: ต่อมาเริ่มมีผู้นำของที่ลักขโมยมามาแอบวางขายปะปนอยู่ด้วย ทำให้ผู้ที่ทำของหายมักจะมาเดินตามหาของตัวเองคืนที่นี่ จนชาวบ้านพากันเรียกว่า "ตลาดโจร" หรือที่ชาวต่างชาติรู้จักในชื่อ "Thief Market"
การเปลี่ยนชื่อ: ต่อมาเมื่อมีการจัดระเบียบพื้นที่และสร้างเป็นย่านการค้าถาวร จึงได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ว่า "เวิ้งนาครเขษม" ซึ่งมีความหมายมงคลอันหมายถึง เวิ้งที่ชาวเมืองรื่นรมย์หรือเป็นสุข
2. ยุครุ่งเรืองสู่ศูนย์รวมเครื่องดนตรีและของเก่า
เมื่อเวลาผ่านไป เวิ้งนาครเขษมได้เปลี่ยนภาพลักษณ์จากตลาดมืดกลายมาเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ โดยแบ่งสินค้าเด่นๆ ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:
แหล่งเครื่องดนตรี: ถือเป็นเซ็นเตอร์ที่นักดนตรีทั่วประเทศต้องมาเยือน เพราะเป็นแหล่งรวมร้านขายเครื่องดนตรีสากลและไทยแบรนด์นำเข้าชั้นนำ
ร้านค้าของเก่า: มีการค้าโบราณวัตถุ เครื่องลายคราม และของสะสมหายาก
เครื่องมือช่างและอุปกรณ์สิค้าอุตสาหกรรม: แหล่งรวมเครื่องจักรกลขนาดเล็กและอุปกรณ์ช่างทุกชนิด
3. สถานการณ์ปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบัน ภาพของย่านค้าเครื่องดนตรีแบบเดิมได้ปิดตำนานลงแล้ว เนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 14 ไร่ ได้ถูกเปลี่ยนมือและซื้อขายต่อไปยังกลุ่มทุนรายใหญ่ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทในเครือ แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ของตระกูลสิริวัฒนภักดี ซึ่งผู้ค้าเดิมส่วนใหญ่ได้ย้ายออกไปกระจายตัวเปิดร้านตามพื้นที่อื่นรอบกรุงเทพฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พื้นที่นี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโฉมใหม่ให้กลายเป็น โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) และแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ไทย-จีน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในย่านเยาวราช โดยจะมีการอนุรักษ์โครงสร้างอาคารเก่าบางส่วนควบคู่ไปกับการพัฒนาโรงแรม พื้นที่ค้าปลีก และจุดเช็กอินทางวัฒนธรรม
Photographer :: Dimitri Kessel. LIFE MAGAZINE
เรียบเรียง:: Retro Kong Back (Tui Horwang )
👑"ตลาดโจร" เป็นอดีตชื่อเรียกอันเป็นตำนานของ "เวิ้งนาครเขษม" (หรือเวิ้งนครเกษม)?
#เวิ้งนาครเขษม
ประวัติความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่แห่งนี้ มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ
1. ที่มาของคำว่า "ตลาดโจร"
จุดเริ่มต้น: ในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากมีการประกาศเลิกทาส ทาสที่ปล่อยเป็นอิสระรวมถึงกลุ่มคนที่ไม่มีอาชีพ ได้นำข้าวของเครื่องใช้ของเจ้านายหรือสิ่งของที่เก็บมาได้มาวางขายในบริเวณนี้
แหล่งค้าของโจร: ต่อมาเริ่มมีผู้นำของที่ลักขโมยมามาแอบวางขายปะปนอยู่ด้วย ทำให้ผู้ที่ทำของหายมักจะมาเดินตามหาของตัวเองคืนที่นี่ จนชาวบ้านพากันเรียกว่า "ตลาดโจร" หรือที่ชาวต่างชาติรู้จักในชื่อ "Thief Market"
การเปลี่ยนชื่อ: ต่อมาเมื่อมีการจัดระเบียบพื้นที่และสร้างเป็นย่านการค้าถาวร จึงได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ว่า "เวิ้งนาครเขษม" ซึ่งมีความหมายมงคลอันหมายถึง เวิ้งที่ชาวเมืองรื่นรมย์หรือเป็นสุข
2. ยุครุ่งเรืองสู่ศูนย์รวมเครื่องดนตรีและของเก่า
เมื่อเวลาผ่านไป เวิ้งนาครเขษมได้เปลี่ยนภาพลักษณ์จากตลาดมืดกลายมาเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ โดยแบ่งสินค้าเด่นๆ ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:
แหล่งเครื่องดนตรี: ถือเป็นเซ็นเตอร์ที่นักดนตรีทั่วประเทศต้องมาเยือน เพราะเป็นแหล่งรวมร้านขายเครื่องดนตรีสากลและไทยแบรนด์นำเข้าชั้นนำ
ร้านค้าของเก่า: มีการค้าโบราณวัตถุ เครื่องลายคราม และของสะสมหายาก
เครื่องมือช่างและอุปกรณ์สิค้าอุตสาหกรรม: แหล่งรวมเครื่องจักรกลขนาดเล็กและอุปกรณ์ช่างทุกชนิด
3. สถานการณ์ปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบัน ภาพของย่านค้าเครื่องดนตรีแบบเดิมได้ปิดตำนานลงแล้ว เนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 14 ไร่ ได้ถูกเปลี่ยนมือและซื้อขายต่อไปยังกลุ่มทุนรายใหญ่ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทในเครือ แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ของตระกูลสิริวัฒนภักดี ซึ่งผู้ค้าเดิมส่วนใหญ่ได้ย้ายออกไปกระจายตัวเปิดร้านตามพื้นที่อื่นรอบกรุงเทพฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พื้นที่นี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโฉมใหม่ให้กลายเป็น โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) และแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ไทย-จีน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในย่านเยาวราช โดยจะมีการอนุรักษ์โครงสร้างอาคารเก่าบางส่วนควบคู่ไปกับการพัฒนาโรงแรม พื้นที่ค้าปลีก และจุดเช็กอินทางวัฒนธรรม
Photographer :: Dimitri Kessel. LIFE MAGAZINE
เรียบเรียง:: Retro Kong Back (Tui Horwang )