เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อปีที่แล้วค่ะ เราทำงานไปสักพักก็ตั้งใจมาเรียนต่อในกรุงเทพ แต่ช่วงเรียนต่อเราจะไม่ได้มีรายได้อะไร เราเลยอยากหารายได้เสริม เป็นจังหวะเดียวกับที่เรารู้จักพี่คนนึง เขาแนะนำให้ทำธุรกิจเครือข่าย ก็เลยไปฟัง พอฟังแล้วโอ้ว นี่แหละคือทางออกของชีวิต เขาบอกทำแล้วหยุดได้ เจอคนที่ใช่คนเดียวก็ passive income ได้ เราเองบอกตรงไม่ได้หวังจะร่ำรวยไรจากธุรกิจนี้อะไร ก็กะว่าทำสักปี ให้พอเวลามาเรียนมีรายได้จากตรงนี้สัก 5-6 พันบาทต่อเดือนมาจุนเจือตอนเรียน เท่านั้น
บุญพาวาสนาส่ง หลังจากเราทำงานหนักอยู่หลายเดือนก็เจอ ดาวน์ไลน์คนนึง ซึ่งเราเป็นคนสปอนเซอร์มาเอง เขาตั้งใจมาก เราเทรนงานกับเขาตัวต่อตัวอยู่ 4-5 เดือน เขามีรายได้จากธุรกิจเดือนละหลายหมื่น ซึ่งแซงเราไปแล้ว หลังจากนั้นเราก็ยุ่งๆเรื่องติดต่อหาที่เรียน ก็ห่างๆธุรกิจนี้ไปค่ะ แต่ก็ยังคุยติดต่อกับ ดาวน์ไลน์ตลอด จนผ่านมาหลายเดือน อัฟไลน์กับดาวน์ไลน์เราก็มาบอกว่าอยากย้ายบริษัท เราก็เหรอๆ ย้ายก็ย้าย ไปไหนไปด้วย แต่ตอนนั้นเราเองก็ไม่ได้มีเวลาทำ เพียงแต่คิดว่าเราเป็นทีมเดียวกันไปไหนไปกัน ถึงไม่มีเวลาทำธุรกิจเต็มตัวแต่ที่บ้านเราก็ซื้อกินซื้อใช้ของอยู่ พอย้ายบริษัท ตำแหน่งที่วางผังองค์กร เราไม่ได้เรียนร้องว่าจะเอาเราไปวางตรงไหน คือวางตรงไหนก็ได้ เพราะเราคิดว่าเราคงไม่มีเวลาทำ เพราะเราก็จะเริ่มเรียนพอดี ปรากฎอัฟไลน์ก็เอาเราวางไว้ตำแหน่งเดิม ก็คือแต่เราก้ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทใหม่ตลอด พอย้ายบริษัทมา อัฟไลน์กับดาวน์ไลน์เรา ได้ตำแหน่งสูงมาก เรียกได้ว่า รายได้5-6หลักต่อเดือน ตัวเองเองก็ได้โบนัสคืนมาจากการที่ดาวน์ไลน์เราคนนี้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเงินหลักพันถึงหมื่นต้นๆ ก็คือเงินที่เขาเรียกว่าค่าลิขสิทธิ์ ที่เราไปชวนเขามา ซึ่งเราก็ขอบคุณดาวน์ไลน์ตลอดที่ตั้งใจทำงาน และเป็นที่ปรึกษาให้กำลังใจเขาในบางครั้ง ดาวน์ไลน์เราก็เข้าใจว่าเราจำเป็นต้องเรียนต่อไม่มีเวลาไปช่วยเขา และเขาก็อยากให้เรายังอยู่ในธุรกิจนี้ต่อไป ซื้อกินซื้อใช้ รักษายอดจะได้มีเงินใช้เล็กๆน้อยๆระหว่างเรียน( เป็นความตั้งใจเราตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำธุรกิจอยู่แล้วที่อยากมีรายได้ระหว่างเรียนต่อ)
เนื่องจากบริษัทที่เราทำนี้ มีแผนการตลาดที่ว่า ถ้าคนข้างบนไม่รักษายอด โบนัสจะขึ้นไปหาคนที่อยู่ถัดขึ้นไป ทำให้ อัฟไลน์เรา โทรมาหาเราและบอกเราว่า ให้เราเลิกรักษายอดซะ( ไม่รักษายอด เราก็จะไม่ได้โบนัส โบนัสส่วนค่าลิขสิทธิ์ที่เราแนะนำคนนี้เข้ามาก็จะเป็นของอัฟไลน์เรา ) เขาบอกว่า เพราะเราไม่ได้มีเวลามาช่วยทีมงานเลย เราเห็นแก่ตัวและเอาเปรียบ เราก็บอกเขาไปว่า เรากำลังเรียนต่อ ซึ่งเรียนหนักไม่มีเวลาไปช่วยจริงๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ เดือนที่แล้วเขาบอกให้เราซื้อของตุนสินค้า แล้วโยน PV มาช่วยดาวน์ไลน์เราหน่อย ซึ่งเป็นเงิน 60,000บาท
เราไม่มีตังค์ขนาดนั้นไปตุนสินค้า เราเลยโทรหาดาวน์ไลน์ ดาวน์ไลน์บอก ไม่ต้องโยนคะแนนมาช่วยเขา เขาอยากโตจริงๆ ไม่อยากโตเพราะอัฟไลน์โยนคะแนนมาช่วย และบอกเราว่าไม่ต้องกังวล หรือห่วงเขา ให้เราตั้งใจเรียนเป็นพอ เราก็บอกอัฟไลน์ไปว่าเราไม่มีตังค์
ผลปรากฏก็คือเขาโทรมาบอกให้เราเลิกรักษายอดซะ เลิกรับโบนัส และด่าว่าเราเห็นแก่ตัว เราเองก็เงียบไม่ได้เถียงเพราะมึนมาก ตกใจกับคำพูดของอัฟไลน์พอควร ตอนคุณมาชวนเราทำธุรกิจ คุณบอกถ้าเจอคนที่ใช่คนเดียวก็พาสซีฟได้ แต่ตอนนี้คุณกลับมาบีบเรา
เราเลยอยากขอความเห็นจากคนในวงการธุรกิจเครือข่ายค่ะว่ามีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้ และเราควรทำยังไงดีคะ
UL ไม่ให้รักษายอด เราควรทำไงดีคะ
บุญพาวาสนาส่ง หลังจากเราทำงานหนักอยู่หลายเดือนก็เจอ ดาวน์ไลน์คนนึง ซึ่งเราเป็นคนสปอนเซอร์มาเอง เขาตั้งใจมาก เราเทรนงานกับเขาตัวต่อตัวอยู่ 4-5 เดือน เขามีรายได้จากธุรกิจเดือนละหลายหมื่น ซึ่งแซงเราไปแล้ว หลังจากนั้นเราก็ยุ่งๆเรื่องติดต่อหาที่เรียน ก็ห่างๆธุรกิจนี้ไปค่ะ แต่ก็ยังคุยติดต่อกับ ดาวน์ไลน์ตลอด จนผ่านมาหลายเดือน อัฟไลน์กับดาวน์ไลน์เราก็มาบอกว่าอยากย้ายบริษัท เราก็เหรอๆ ย้ายก็ย้าย ไปไหนไปด้วย แต่ตอนนั้นเราเองก็ไม่ได้มีเวลาทำ เพียงแต่คิดว่าเราเป็นทีมเดียวกันไปไหนไปกัน ถึงไม่มีเวลาทำธุรกิจเต็มตัวแต่ที่บ้านเราก็ซื้อกินซื้อใช้ของอยู่ พอย้ายบริษัท ตำแหน่งที่วางผังองค์กร เราไม่ได้เรียนร้องว่าจะเอาเราไปวางตรงไหน คือวางตรงไหนก็ได้ เพราะเราคิดว่าเราคงไม่มีเวลาทำ เพราะเราก็จะเริ่มเรียนพอดี ปรากฎอัฟไลน์ก็เอาเราวางไว้ตำแหน่งเดิม ก็คือแต่เราก้ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทใหม่ตลอด พอย้ายบริษัทมา อัฟไลน์กับดาวน์ไลน์เรา ได้ตำแหน่งสูงมาก เรียกได้ว่า รายได้5-6หลักต่อเดือน ตัวเองเองก็ได้โบนัสคืนมาจากการที่ดาวน์ไลน์เราคนนี้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเงินหลักพันถึงหมื่นต้นๆ ก็คือเงินที่เขาเรียกว่าค่าลิขสิทธิ์ ที่เราไปชวนเขามา ซึ่งเราก็ขอบคุณดาวน์ไลน์ตลอดที่ตั้งใจทำงาน และเป็นที่ปรึกษาให้กำลังใจเขาในบางครั้ง ดาวน์ไลน์เราก็เข้าใจว่าเราจำเป็นต้องเรียนต่อไม่มีเวลาไปช่วยเขา และเขาก็อยากให้เรายังอยู่ในธุรกิจนี้ต่อไป ซื้อกินซื้อใช้ รักษายอดจะได้มีเงินใช้เล็กๆน้อยๆระหว่างเรียน( เป็นความตั้งใจเราตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำธุรกิจอยู่แล้วที่อยากมีรายได้ระหว่างเรียนต่อ)
เนื่องจากบริษัทที่เราทำนี้ มีแผนการตลาดที่ว่า ถ้าคนข้างบนไม่รักษายอด โบนัสจะขึ้นไปหาคนที่อยู่ถัดขึ้นไป ทำให้ อัฟไลน์เรา โทรมาหาเราและบอกเราว่า ให้เราเลิกรักษายอดซะ( ไม่รักษายอด เราก็จะไม่ได้โบนัส โบนัสส่วนค่าลิขสิทธิ์ที่เราแนะนำคนนี้เข้ามาก็จะเป็นของอัฟไลน์เรา ) เขาบอกว่า เพราะเราไม่ได้มีเวลามาช่วยทีมงานเลย เราเห็นแก่ตัวและเอาเปรียบ เราก็บอกเขาไปว่า เรากำลังเรียนต่อ ซึ่งเรียนหนักไม่มีเวลาไปช่วยจริงๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ เดือนที่แล้วเขาบอกให้เราซื้อของตุนสินค้า แล้วโยน PV มาช่วยดาวน์ไลน์เราหน่อย ซึ่งเป็นเงิน 60,000บาท
เราไม่มีตังค์ขนาดนั้นไปตุนสินค้า เราเลยโทรหาดาวน์ไลน์ ดาวน์ไลน์บอก ไม่ต้องโยนคะแนนมาช่วยเขา เขาอยากโตจริงๆ ไม่อยากโตเพราะอัฟไลน์โยนคะแนนมาช่วย และบอกเราว่าไม่ต้องกังวล หรือห่วงเขา ให้เราตั้งใจเรียนเป็นพอ เราก็บอกอัฟไลน์ไปว่าเราไม่มีตังค์
ผลปรากฏก็คือเขาโทรมาบอกให้เราเลิกรักษายอดซะ เลิกรับโบนัส และด่าว่าเราเห็นแก่ตัว เราเองก็เงียบไม่ได้เถียงเพราะมึนมาก ตกใจกับคำพูดของอัฟไลน์พอควร ตอนคุณมาชวนเราทำธุรกิจ คุณบอกถ้าเจอคนที่ใช่คนเดียวก็พาสซีฟได้ แต่ตอนนี้คุณกลับมาบีบเรา
เราเลยอยากขอความเห็นจากคนในวงการธุรกิจเครือข่ายค่ะว่ามีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้ และเราควรทำยังไงดีคะ