*ก่อนอื่นขอบอกเลยนะคะว่า นี่เป็นกระทู้แรกที่ตั้งเลยสำหรับเรา มีข้อผิดพลาดอะไรแนะนำด้วยนะคะ*
เริ่มแรกขอเกิ่นก่อนว่า เรากับแฟนเราคบกันมาตั้งแต่เรายังเรียนมหาวิทยาลัย เรากับแฟนเดิมทีเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยอนุบาลถึงประถม
จนมาเจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย จนเราเรียนจบทำงาน ปัจจุบันเราทำงานในห้างจะมีวันหยุดอาทิตย์นึง2วัน แต่ไม่ค่อยตรงเสาร์อาทิตย์ แฟนเราช่วยงานของที่บ้าน เวลาวันหยุดเราแฟนก็จะมาอยู่กับเราที่บ้านเราเป็นแบบนี้มาสักเกือบๆปี หลังจากที่เราคบกันมา4ปีแล้ว (บางคนอาจจะถามว่าแม่ไม่ว่าหรอ คือแม่เราเข้าใจวัยรุ่นมาก เข้าใจถึงความธรรมดาของวัยรุ่นสมัยนี้) เราจะคุยกันเสมอเรื่องแต่งงาน จนถึงตอนนี้ ตอนที่เราคิดว่าไม่ราบรื่นแน่นอน
คือเราตกลงกับแฟนว่าเราจะแต่งงาน โดยที่เราก็บอกพ่อแม่ฝ่ายเรา แฟนก็บอกพ่อแม่ฝ่ายเขา ต่างฝ่ายต่างรับรู้ แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างรับรู้กับยิ่งทำเฉย อย่างแม่เรา เราบอกกับแม่ว่าแฟนเราจะมาขอนะ ต้องให้พ่อแม่เขามาคุยอะไรไหม (จะบอกว่าแม่เราความคิดค่อนข้างสมัยใหม่บวกกับรอมานานละ) แม่บอกไม่เป็นไรให้แฟนเรามาคุยก็ได้ (คุยในที่นี่คือมาคุยเรื่องสินสอด) แต่ด้วยแฟนอาจจะไม่กล้ารึคิดว่าแม่เราสบายๆ ไม่เรื่องมากเลยไม่ได้คุยอะไร บวกกับช่วงนั้นแม่ไม่สบายด้วยเลยไม่ได้เข้าไปคุยไรแบบมีสาระ จนเราไปดูฤกษ์แต่งมาจนกำหนดวันแล้ว ได้เป็นช่วงต้นๆปีหน้า ส่วนเรื่องสินสอดเราคุยกันมาตลอดว่าทองเราจะเก็บกันเอง เพราะแฟนคิดว่าจะแต่งเมียทั้งทีต้องหาเงินมาด้วยตัวเอง (อันนี้เราเห็นด้วย) ส่วนเงินแม่แฟนเราบอกผ่านแฟนเรามาว่า เดี๋ยวช่วยหนึ่งแสน เราก็แบบเฮ้ย เราทำงานก็ดี เรียนจบมาก็ดี ผิดกับแฟนที่ยังเรียนไม่จบไม่มีงานประจำ ช่วยแต่ที่บ้าน เขาไม่ภูมิใจในลูกสะไภ้คนนี้เลยหรอ ดูเขาแบบให้เท่านี้ไม่พอใจก็แล้วแต่ อยากแต่งก็หากันเอง (อันนี้คิดเองนะ) เราก็โอเคไม่เป็นไร ปรึกษากับแฟนว่าอาจจะเพราะเราทำงานกันแล้วก็ได้ (ทำงานในที่นี่เราคนเดียวที่มีเงินเดือนประจำ แฟนได้ไม่ประจำ ) เลยคิดเก็บทองกันเอง แต่กำหนดแต่งคืออีก5เดือนข้างหน้าบวกกับเรามีทองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว2บาท เป้าเราคือทอง10บาท (ทอง10เงิน1แสนก็ไม่น่าเกียจนะ) จนเราเริ่มเตรียมการว่าจะจัดงานแบบไหน เราคิดว่าจะแต่งเช้าพร้อมโตีะจีนให้เสร็จไปเลยทีเดียว ถ้ามีกินโตีะจีนเย็นจะกลัวเปลืองไปมากกว่านี้ พวกเราคิดแล้วว่า ทุกอย่างเริ่มมีค่าใช้จ่าย แล้วเงิน1แสนอาจจะไม่พอก้ได้ (ลืมบอกแม่เรายกเงินสินสอดให้เป็นค่าจัดงาน) เราเลยตกลงกับแฟนว่างั้นทองอ่าเราลดเหลือแค่4บาทก้พอ ส่วนที่เหลือก็ผสมเป็นเงินสินสอดบวกกับเป็นค่าใช้จ่ายก่อนวันงาน มาถึงจุดนี้คือเราพอเห็นงานลางๆมาแล้ว ตื่นเต้นมา
จนมาถึงวันนี้วันที่เราเข้าไปคุยกับแม่เราว่า เราจะแต่งวันไหน จะมีนั้น จัดนี่ไหม แม่บอกก็บอกว่า คิดซะเยอะค่าสินสอดเท่าไหร่เนี่ย เราก็บอกไปแบบข้างต้นว่า แม่เฟนให้มาเท่านี้เก็บเองเท่านี่ สุดท้ายเห็นไม่พอใช้จ่ายเลยเหลือสุทธิที่ ทอง4บาทเงิน2แสน แม่โวยใหญ่ว่า ลุกไม่ต้องมาเหนื่อยเก็บเองหรอกนะ ทางพ่อแม่เขาต้องจัดการให้ซิ ให้แค่นี้ไม่พอหรอก เด็กๅสมัยนี้เขายังแต่งกันทอง10เงิน2แสนเลย(เด็กแถวบ้านอายุ18) ลุกโตมีงานทำดี เรียนมาก็ดี จะมาแต่งกันแค่นี้ไม่นึกถึงหน้าตัวเองเลย ลูกยอมเขาเกินไป ยอมเป็นของเขา เขาก็ใจเย็นทำอะไรก็ได้ จะให้เท่าไหร่ก็ได้ มีสินสอดแค่นี้ก็ผูกข้อมืออย่างเดียวจบ
เราถึงกับอึ้งไปพักนึง กลับมาคิดแม่พูดถูก เรายอมเขาเอง จะไปเรียกร้องอะไร เรานี่สงสารแม่นะ เราไปช่วยเขาเก็บเงิน ละยังไปลดค่าตัวกระหน่ำมาก แต่ในทางกลับกันแม่ก็ว่าแม่แฟนว่า ให้มาได้ไงแสนเดียว เหมือนไม่อยากจะให้แต่งเลย เราก็คิดแบบแม่นะ ว่าตอนเรียนไม่จบเขาบอกเรียนจบจะขอ พอเรียนจบมาไม่ขอสักที จนเราจบมาเกือบจะ3ปีแล้ว ดูเขาไม่คิดมาขอเราเลย อาจจะผิดที่แฟนเราที่ไม่พยายามบอกพ่อแม่เขาเอง จนทำให้เวลาเลยมานานขนาดนี้
จนตอนนี้เรายังไม่ได้บอกแฟนเรา เรื่องที่แม่บอกให้ แฟนพาผู้ใหญ่มาคุยกับแม่เรื่องสู่ขอแบบจริงจัง และเรื่องสินสอด ช่วงนี้น้องสาวของยายแฟนเสียด้วยเลยไม่กล้าบอกไปกันใหญ่ ไม่รู้ทำไง รู้สึกแค่ว่าคบกันมาทะเลาะกัน เถียงกัน ไม่เข้าใจกันมาก็เยอะ ไม่คิดว่าจะแต่งงานยังมิวายหนีอุปสรรคไม่พ้น จนเราท้อแล้ว น้อยใจโชคชะตาตัวเองที่อาจจะไม่ดีพอให้ใครภูมิใจ ไม่ดีพอที่เขาจะมาขอให้ลูกชายเขา สรุปเราจะได้แต่งกันไหม ถ้าแม่เรียกสิดสอดไปเขาจะยังยื่นยันจะแต่งกัยเราไหม ในเมื่อแม่เขาช่วยแค่1แสน มาถึงจุดนี้แล้วเราควรทำไงดี
ปล ยาวไปหน่อยนะคะ แต่นี่เอาย่อๆแล้ว ความจริงมีรายละเอียดเยอะกว่านี้
ปล แท็กไม่รู้ถูกป่าว เห็นเกี่ยวกับแต่งงาน และบวกกับเป็นปัญหาชีวิตจริงๆสำหรับเรานะ
คนอย่างฉันจะมีโอกาสได้แต่งงานแบบคนอื่นไหม?
เริ่มแรกขอเกิ่นก่อนว่า เรากับแฟนเราคบกันมาตั้งแต่เรายังเรียนมหาวิทยาลัย เรากับแฟนเดิมทีเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยอนุบาลถึงประถม
จนมาเจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย จนเราเรียนจบทำงาน ปัจจุบันเราทำงานในห้างจะมีวันหยุดอาทิตย์นึง2วัน แต่ไม่ค่อยตรงเสาร์อาทิตย์ แฟนเราช่วยงานของที่บ้าน เวลาวันหยุดเราแฟนก็จะมาอยู่กับเราที่บ้านเราเป็นแบบนี้มาสักเกือบๆปี หลังจากที่เราคบกันมา4ปีแล้ว (บางคนอาจจะถามว่าแม่ไม่ว่าหรอ คือแม่เราเข้าใจวัยรุ่นมาก เข้าใจถึงความธรรมดาของวัยรุ่นสมัยนี้) เราจะคุยกันเสมอเรื่องแต่งงาน จนถึงตอนนี้ ตอนที่เราคิดว่าไม่ราบรื่นแน่นอน
คือเราตกลงกับแฟนว่าเราจะแต่งงาน โดยที่เราก็บอกพ่อแม่ฝ่ายเรา แฟนก็บอกพ่อแม่ฝ่ายเขา ต่างฝ่ายต่างรับรู้ แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างรับรู้กับยิ่งทำเฉย อย่างแม่เรา เราบอกกับแม่ว่าแฟนเราจะมาขอนะ ต้องให้พ่อแม่เขามาคุยอะไรไหม (จะบอกว่าแม่เราความคิดค่อนข้างสมัยใหม่บวกกับรอมานานละ) แม่บอกไม่เป็นไรให้แฟนเรามาคุยก็ได้ (คุยในที่นี่คือมาคุยเรื่องสินสอด) แต่ด้วยแฟนอาจจะไม่กล้ารึคิดว่าแม่เราสบายๆ ไม่เรื่องมากเลยไม่ได้คุยอะไร บวกกับช่วงนั้นแม่ไม่สบายด้วยเลยไม่ได้เข้าไปคุยไรแบบมีสาระ จนเราไปดูฤกษ์แต่งมาจนกำหนดวันแล้ว ได้เป็นช่วงต้นๆปีหน้า ส่วนเรื่องสินสอดเราคุยกันมาตลอดว่าทองเราจะเก็บกันเอง เพราะแฟนคิดว่าจะแต่งเมียทั้งทีต้องหาเงินมาด้วยตัวเอง (อันนี้เราเห็นด้วย) ส่วนเงินแม่แฟนเราบอกผ่านแฟนเรามาว่า เดี๋ยวช่วยหนึ่งแสน เราก็แบบเฮ้ย เราทำงานก็ดี เรียนจบมาก็ดี ผิดกับแฟนที่ยังเรียนไม่จบไม่มีงานประจำ ช่วยแต่ที่บ้าน เขาไม่ภูมิใจในลูกสะไภ้คนนี้เลยหรอ ดูเขาแบบให้เท่านี้ไม่พอใจก็แล้วแต่ อยากแต่งก็หากันเอง (อันนี้คิดเองนะ) เราก็โอเคไม่เป็นไร ปรึกษากับแฟนว่าอาจจะเพราะเราทำงานกันแล้วก็ได้ (ทำงานในที่นี่เราคนเดียวที่มีเงินเดือนประจำ แฟนได้ไม่ประจำ ) เลยคิดเก็บทองกันเอง แต่กำหนดแต่งคืออีก5เดือนข้างหน้าบวกกับเรามีทองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว2บาท เป้าเราคือทอง10บาท (ทอง10เงิน1แสนก็ไม่น่าเกียจนะ) จนเราเริ่มเตรียมการว่าจะจัดงานแบบไหน เราคิดว่าจะแต่งเช้าพร้อมโตีะจีนให้เสร็จไปเลยทีเดียว ถ้ามีกินโตีะจีนเย็นจะกลัวเปลืองไปมากกว่านี้ พวกเราคิดแล้วว่า ทุกอย่างเริ่มมีค่าใช้จ่าย แล้วเงิน1แสนอาจจะไม่พอก้ได้ (ลืมบอกแม่เรายกเงินสินสอดให้เป็นค่าจัดงาน) เราเลยตกลงกับแฟนว่างั้นทองอ่าเราลดเหลือแค่4บาทก้พอ ส่วนที่เหลือก็ผสมเป็นเงินสินสอดบวกกับเป็นค่าใช้จ่ายก่อนวันงาน มาถึงจุดนี้คือเราพอเห็นงานลางๆมาแล้ว ตื่นเต้นมา
จนมาถึงวันนี้วันที่เราเข้าไปคุยกับแม่เราว่า เราจะแต่งวันไหน จะมีนั้น จัดนี่ไหม แม่บอกก็บอกว่า คิดซะเยอะค่าสินสอดเท่าไหร่เนี่ย เราก็บอกไปแบบข้างต้นว่า แม่เฟนให้มาเท่านี้เก็บเองเท่านี่ สุดท้ายเห็นไม่พอใช้จ่ายเลยเหลือสุทธิที่ ทอง4บาทเงิน2แสน แม่โวยใหญ่ว่า ลุกไม่ต้องมาเหนื่อยเก็บเองหรอกนะ ทางพ่อแม่เขาต้องจัดการให้ซิ ให้แค่นี้ไม่พอหรอก เด็กๅสมัยนี้เขายังแต่งกันทอง10เงิน2แสนเลย(เด็กแถวบ้านอายุ18) ลุกโตมีงานทำดี เรียนมาก็ดี จะมาแต่งกันแค่นี้ไม่นึกถึงหน้าตัวเองเลย ลูกยอมเขาเกินไป ยอมเป็นของเขา เขาก็ใจเย็นทำอะไรก็ได้ จะให้เท่าไหร่ก็ได้ มีสินสอดแค่นี้ก็ผูกข้อมืออย่างเดียวจบ
เราถึงกับอึ้งไปพักนึง กลับมาคิดแม่พูดถูก เรายอมเขาเอง จะไปเรียกร้องอะไร เรานี่สงสารแม่นะ เราไปช่วยเขาเก็บเงิน ละยังไปลดค่าตัวกระหน่ำมาก แต่ในทางกลับกันแม่ก็ว่าแม่แฟนว่า ให้มาได้ไงแสนเดียว เหมือนไม่อยากจะให้แต่งเลย เราก็คิดแบบแม่นะ ว่าตอนเรียนไม่จบเขาบอกเรียนจบจะขอ พอเรียนจบมาไม่ขอสักที จนเราจบมาเกือบจะ3ปีแล้ว ดูเขาไม่คิดมาขอเราเลย อาจจะผิดที่แฟนเราที่ไม่พยายามบอกพ่อแม่เขาเอง จนทำให้เวลาเลยมานานขนาดนี้
จนตอนนี้เรายังไม่ได้บอกแฟนเรา เรื่องที่แม่บอกให้ แฟนพาผู้ใหญ่มาคุยกับแม่เรื่องสู่ขอแบบจริงจัง และเรื่องสินสอด ช่วงนี้น้องสาวของยายแฟนเสียด้วยเลยไม่กล้าบอกไปกันใหญ่ ไม่รู้ทำไง รู้สึกแค่ว่าคบกันมาทะเลาะกัน เถียงกัน ไม่เข้าใจกันมาก็เยอะ ไม่คิดว่าจะแต่งงานยังมิวายหนีอุปสรรคไม่พ้น จนเราท้อแล้ว น้อยใจโชคชะตาตัวเองที่อาจจะไม่ดีพอให้ใครภูมิใจ ไม่ดีพอที่เขาจะมาขอให้ลูกชายเขา สรุปเราจะได้แต่งกันไหม ถ้าแม่เรียกสิดสอดไปเขาจะยังยื่นยันจะแต่งกัยเราไหม ในเมื่อแม่เขาช่วยแค่1แสน มาถึงจุดนี้แล้วเราควรทำไงดี
ปล ยาวไปหน่อยนะคะ แต่นี่เอาย่อๆแล้ว ความจริงมีรายละเอียดเยอะกว่านี้
ปล แท็กไม่รู้ถูกป่าว เห็นเกี่ยวกับแต่งงาน และบวกกับเป็นปัญหาชีวิตจริงๆสำหรับเรานะ