สวัสดีเพื่อน ๆ พันทิป
เราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง มีครอบครัว มีแฟน มีเพื่อน คบกับแฟนมา 7 ปี ตั้งใจว่าปีน่าจะแต่งงานกัน แต่กับเหมือโดนฟ้าผ่าเข้ามาเต็ม ๆ กลางกระบาน
เมื่อวันที่เขาป่วยเข้า รพ. ??????????????????
เขาเป็นคนรักครอบครัว มีจิตใจโอบอ้อมอารี รักสัตว์ ชอบธรรมชาติ ตั้งแต่รู้จักกันมาแทบที่จะไม่มีเรื่องที่ทำให้เราเสียใจเลยดูแลครอบครัวเราดีทุกอย่าง พาพ่อของเราไปหาหมอทุกครั้งที่ รพ.(คนแก่ก็มีโรคประจำตัว) ทำทุกอย่างที่แม่เราต้องการ (ขนาดยังไม่ได้แต่งงานอิอิ) เวลาพี่สาวเราไม่สบายก็ได้เขาอีกนั้นแหละที่พาไปหาหมอ เอาเป็นว่าทำได้เกิบทุกอย่าง ยกเว้นว่ายน้ำไม่เป็น ข้อเสีย กินเหล้า สูบบุหรี่
บรรยายสรรพคุณหมดแล้ว
เมื่อวันที่เขาป่วยเข้า รพ. ??????????????????
วันที่แรกของการเข้า รพ. เวลาประมาณ 5 ทุ่ม กว่า ๆ ไปด้วยอาการไข้หวัด อาการไอ ไปถึงพยาบาลวัดไข้สูงมาก 40 และต้องไปเอ็กซเรย์ ปอด เพราะไอมาก
สรุปต้องแอดมิด นอน รพ. ด้วยเป็นเด็กหอทั้งคู่มาอยู่กรุงโดยไม่มีญาต เราก็ต้องเฝ้าไข้เรื่องธรรมดา
คืนนั้นทั้งหมอ ทั้งพยาบาลเดินเข้าออกกันเป็นว่าเล่น (รพ.เอกชน แห่งหนึ่ง) ให้ยา ให้น้ำเกลือ เจาะเลือด
เช้าต่อมา บอกกับแฟนว่าวันนี้ลางานแล้ว แต่ขอไปเคลียงานแปปหนึ่งเดี๋ยวจะกับมา สาย ๆ หน่อยเราก็กลับไปที่ รพ. ไปไม่ทันคุณหมอ ไม่นานมีพยาบาลเดินมาพร้อมกับกุญแจ มาล็อคหน้าต่างตรงระเบียง เราทำน่า งง ๆ พยาบาลก็บอกว่าพอดีเป็นกฎของทาง รพ. คิดในใจว่าก็เคยนอนเฝ้าญาตไม่เห็นล็อค สักพักหนึ่งแฟนก็ทำน่าซึม ๆ ตาแดง แล้วบอกว่าเขาติด HIV และมีเชื้อราในปอด เรา งง น่าชา ๆ ทำอะไรไม่ถูก เขาบอกว่าเขาก็ไม่รู้ว่าติดได้ยังไง เขาบอกว่าเขาไม่เคย

ไม่ได้เล่นยา ถามว่าเชื่อไหมเราเชื่อเพราะที่ผ่านมาเขาไม่ใช่คนแบบนั้น ระยะเวลาในการติดเชื่อคุณหมอแจ้งว่าน่าจะติดเชื้อมาประมาณ 10 ปี แล้ว เราเลยลองค่อย ๆ คุยกับเขาว่าลองคิดดูไหมว่าเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วไปอยู่ตรงไหนของจุดเสียง เขาบอกว่าเขาประสบอุบัติเหตุต้องนอน รพ.และต้องให้เลือด ไม่ว่าเขาจะติดเชื้อจากอะไรก็ตาม ในเมื่อมันเกิดแล้ว ก็ต้องแก้ไข นวัตกรรมการแพทย์สมันนี้ก็ค่อยข้างทันสมัย เขาบอกว่าขอโทษ ตอนนั้นน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว บอกเขาว่าขอตั้งสติแปปหนึ่ง เขาบอกเขากลัวเราติด พอตั้งสติได้เราบอกกับเขาว่า ไม่เป็นไรรีบรักษาตัวเองให้หายดี เดี๋ยวนี้มียาต้านเชื้อ เยอะแยะ และต้องรักษาตัวเองต้องเลิกเหล้า เลิกสูบบุหรี่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเล็กน้อย ออกกำลังกาย ระหว่างนอนรักษาตัว พยาบาลมาเจาะเลือดเกิบทุกวัน นอนให้ออกซิเจน เพราะปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ ให้ยาฆ่าเชื้อราในปอด ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไร แค่ให้ผ่านในจุด ๆ นั้นมาให้ได้ก่อน และเพื่อความสบายใจของเขา เราจะไปตรวจเลือดเพื่อดูว่าเราติดไหม ผลออกมาคือเราปกติ แต่เขาก็ยังคงไม่สบายใจ เราเลยบอกเขาไปว่าอีก 2 เดือนเดี๋ยวมาตรวจซ้ำ
วันที่สอง เราลางานอีกครึ่งวันเพื่อรอพบหมอ หมอบอกโชคดีนะที่มาทันอาการออกทุกอย่างแล้ว ตอนนี้หมอให้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ไอ ยาลดไข้ โดยรวมตอนนี้ดีขึ้นมาก รอผลเลือดของค่า CD4 (CD4 cells บางครั้งถูกเรียกว่า T-cells หรือ T-helper cells เป็น cell เม็ดเลือดขาวซึ่งจัดระบบภูมิต้านทานของร่างกายต่อการติดเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา และ ไวรัส) ระดับปกติของ CD4 ในคนที่ไม่ติดเชื้อ HIV จะอยู่ระหว่าง 400 – 1600 ต่อ เลือด 1 ลบ.มม. รอ ๆ ๆ ๆ ผล
เรามาทำงานตามปกติ เลิกงานก็รีบไป รพ. เจอน่าเราเขายิ้ม แล้วบอกว่านึกว่าจะทิ้งกันซะแล้ว เราก็เลยบอกกับเขาว่า HIV ก็เหมือนเบาหวาน ไม่หายแต่ก็ไม่ตาย
วันที่สาม อาการยังทรง ไม่มีไข้ ไอเล็กน้อย (เพราะกินยา) แต่ไม่มีแรงเดินไม่ไหวเหนื่อย และยังต้องให้ออกซิเจนต่อไป กินอาหารได้ปกติ ตอนนั้นจัดทุกอย่างที่คิดว่าช่วยได้อัดของกิน อาหารปกติยังกินไม่ค่อยได้ ให้กินนม แบรนด์ซุปไก่ รังนก ผลไม้ เรียกว่ายัด 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น บางทีมีแถมรอบดึก
เราไปทำงานปกติแต่เตรียมทุกอย่างไว้ให้ แล้ว มีแค่มื้อกลางวันที่ต้องเดิมมาหยิบจากตู้เย็นเอง
วันที่สี่ อาการดีขึ้นมาก น่าตาดูสดชื่นขึ้น กินอาหารได้เยอะขึ้น แต่ก็ยังต้องใส่ออกซิเจนอยู่ และยังต้องให้ยาฆ่าเชื้ออยู่ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทาง รพ.โทรมาถามว่าจะให้ยาฆ่าเชื้อเพิ่มไหม เพราะมันค่อนข้างมีราคาสูง ตอนนั้นบอกเลยว่าไม่ได้สนใจเรื่องค่าใช้จ่ายเลยบอกว่าให้คะ เราโทรบอกพ่อ และแม่ของเขาว่าเขาไม่สบายอยู่ รพ. แต่เราพามาเอกชนเพราะอาการหนัก พ่อเขาก็ถามว่าหนูเห็นว่าไงก็จัดการเลย แม่เขา น้องเขา ก็อยากจะมาดูอาการแต่เขาไม่ให้มา ด้วย 1.ไกล เพราะอยู่ ตจว.
2. เป็นห่วงกลัวจะมาอยู่ลำบาก ต่างที่ ต่างถิ่น
3. เรื่องค่าใช่จ่าย เป็นมนุษย์เงินเดือน ที่บ้านฐานะปานกลาง
สรุปคือ เราจะค่อยรายงานอาการ ถ่ายรูปส่งไปให้ดู
วันที่ห้า อาการดีขึ้นมาก หมอมาดูอาการ แล้วคนไข้ก็ขอกลับบ้านได้ยังครับ โดยรวมอาการดีขึ้นหมออนุญาติให้กลับบ้านได้จร้า คนไข้ยิ้มปากเกิบถึงหู
ช่วงบ่ายก็ออกจาก รพ. พร้อมกับยาถุงโต(ไปที่ไหน) อยู่แล้วหอพักของเรา จัดการทำความสะอาดห้องเป็นการยกใหญ่ แล้วก็เสียสละเตรียงนอนให้เขาไป เรา ฤ นอนกับพื้น ระหว่างนี้ก็นอนพักฟื้นอีก 7 วัน ระหว่างที่กับมาพักฟื้น วันแรก ๆ จะมีไข ช่วงเช้า กินข้าวกินยาเสร็จ ก็จะปกติ เป็นแบบนี้เกิบทุกวัน และเราก็ยังคงอัดของกินเหมือนเดิน และคนไข้ก็กิน ๆ ๆ กินเก่งกว่าตอนไม่ป่วยอีก
และแล้วก็ถึงวันนัดดูอาการ หมอที่นี่น่ารัก ชมว่าน่าตาดูสดใส่ขึ้นถามถึงอาการโดยทั่วไปเป็นอย่างไร น้ำหนักลงไปประมาณ 8 Kg
ผล CD4 ของเขามีแค่ 26 จากระดับปกติของคนปรติจะอยู่ระหว่าง 400 – 1600 ต่อ เลือด 1 ลบ.มม. หมอพูดขำขำ นึกว่าจะไม่รอด แล้วก็หัวเราะกันและก็ดูอาการทั่วไป วัดไข้ วัดความดัน ปกติ แล้วก็จัดยามีเพิ่ม ป้องกันเชื้อราขึ้นสมอง และรอนัดพบหมดเฉพาะทางด้านปอด และตา เพื่อดูว่าเชื้อราหมดหรือยังและ เริ่มยาต้านไวรัสต่อไป
ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี ที่เรารู้ เราจะได้ดูแลและป้องกัน ศึกษาหาข้อมูลในการดูแลผู้ป่วย และรู้จักที่จะอยู่กับมัน

จะสุขหรือจะทุกข์อยู่ที่เราคิด

อยากจะให้คนที่กำลังท้อแท้ ได้มีกำลังใจ สู้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า
เหนื่อยได้ ท้อได้ แต่อย่างหมดกำลังใจนะคะ
อยู่อย่างไรให้สุขใจ
เราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง มีครอบครัว มีแฟน มีเพื่อน คบกับแฟนมา 7 ปี ตั้งใจว่าปีน่าจะแต่งงานกัน แต่กับเหมือโดนฟ้าผ่าเข้ามาเต็ม ๆ กลางกระบาน
เมื่อวันที่เขาป่วยเข้า รพ. ??????????????????
เขาเป็นคนรักครอบครัว มีจิตใจโอบอ้อมอารี รักสัตว์ ชอบธรรมชาติ ตั้งแต่รู้จักกันมาแทบที่จะไม่มีเรื่องที่ทำให้เราเสียใจเลยดูแลครอบครัวเราดีทุกอย่าง พาพ่อของเราไปหาหมอทุกครั้งที่ รพ.(คนแก่ก็มีโรคประจำตัว) ทำทุกอย่างที่แม่เราต้องการ (ขนาดยังไม่ได้แต่งงานอิอิ) เวลาพี่สาวเราไม่สบายก็ได้เขาอีกนั้นแหละที่พาไปหาหมอ เอาเป็นว่าทำได้เกิบทุกอย่าง ยกเว้นว่ายน้ำไม่เป็น ข้อเสีย กินเหล้า สูบบุหรี่
บรรยายสรรพคุณหมดแล้ว
เมื่อวันที่เขาป่วยเข้า รพ. ??????????????????
วันที่แรกของการเข้า รพ. เวลาประมาณ 5 ทุ่ม กว่า ๆ ไปด้วยอาการไข้หวัด อาการไอ ไปถึงพยาบาลวัดไข้สูงมาก 40 และต้องไปเอ็กซเรย์ ปอด เพราะไอมาก
สรุปต้องแอดมิด นอน รพ. ด้วยเป็นเด็กหอทั้งคู่มาอยู่กรุงโดยไม่มีญาต เราก็ต้องเฝ้าไข้เรื่องธรรมดา
คืนนั้นทั้งหมอ ทั้งพยาบาลเดินเข้าออกกันเป็นว่าเล่น (รพ.เอกชน แห่งหนึ่ง) ให้ยา ให้น้ำเกลือ เจาะเลือด
เช้าต่อมา บอกกับแฟนว่าวันนี้ลางานแล้ว แต่ขอไปเคลียงานแปปหนึ่งเดี๋ยวจะกับมา สาย ๆ หน่อยเราก็กลับไปที่ รพ. ไปไม่ทันคุณหมอ ไม่นานมีพยาบาลเดินมาพร้อมกับกุญแจ มาล็อคหน้าต่างตรงระเบียง เราทำน่า งง ๆ พยาบาลก็บอกว่าพอดีเป็นกฎของทาง รพ. คิดในใจว่าก็เคยนอนเฝ้าญาตไม่เห็นล็อค สักพักหนึ่งแฟนก็ทำน่าซึม ๆ ตาแดง แล้วบอกว่าเขาติด HIV และมีเชื้อราในปอด เรา งง น่าชา ๆ ทำอะไรไม่ถูก เขาบอกว่าเขาก็ไม่รู้ว่าติดได้ยังไง เขาบอกว่าเขาไม่เคย
วันที่สอง เราลางานอีกครึ่งวันเพื่อรอพบหมอ หมอบอกโชคดีนะที่มาทันอาการออกทุกอย่างแล้ว ตอนนี้หมอให้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ไอ ยาลดไข้ โดยรวมตอนนี้ดีขึ้นมาก รอผลเลือดของค่า CD4 (CD4 cells บางครั้งถูกเรียกว่า T-cells หรือ T-helper cells เป็น cell เม็ดเลือดขาวซึ่งจัดระบบภูมิต้านทานของร่างกายต่อการติดเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา และ ไวรัส) ระดับปกติของ CD4 ในคนที่ไม่ติดเชื้อ HIV จะอยู่ระหว่าง 400 – 1600 ต่อ เลือด 1 ลบ.มม. รอ ๆ ๆ ๆ ผล
เรามาทำงานตามปกติ เลิกงานก็รีบไป รพ. เจอน่าเราเขายิ้ม แล้วบอกว่านึกว่าจะทิ้งกันซะแล้ว เราก็เลยบอกกับเขาว่า HIV ก็เหมือนเบาหวาน ไม่หายแต่ก็ไม่ตาย
วันที่สาม อาการยังทรง ไม่มีไข้ ไอเล็กน้อย (เพราะกินยา) แต่ไม่มีแรงเดินไม่ไหวเหนื่อย และยังต้องให้ออกซิเจนต่อไป กินอาหารได้ปกติ ตอนนั้นจัดทุกอย่างที่คิดว่าช่วยได้อัดของกิน อาหารปกติยังกินไม่ค่อยได้ ให้กินนม แบรนด์ซุปไก่ รังนก ผลไม้ เรียกว่ายัด 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น บางทีมีแถมรอบดึก
เราไปทำงานปกติแต่เตรียมทุกอย่างไว้ให้ แล้ว มีแค่มื้อกลางวันที่ต้องเดิมมาหยิบจากตู้เย็นเอง
วันที่สี่ อาการดีขึ้นมาก น่าตาดูสดชื่นขึ้น กินอาหารได้เยอะขึ้น แต่ก็ยังต้องใส่ออกซิเจนอยู่ และยังต้องให้ยาฆ่าเชื้ออยู่ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทาง รพ.โทรมาถามว่าจะให้ยาฆ่าเชื้อเพิ่มไหม เพราะมันค่อนข้างมีราคาสูง ตอนนั้นบอกเลยว่าไม่ได้สนใจเรื่องค่าใช้จ่ายเลยบอกว่าให้คะ เราโทรบอกพ่อ และแม่ของเขาว่าเขาไม่สบายอยู่ รพ. แต่เราพามาเอกชนเพราะอาการหนัก พ่อเขาก็ถามว่าหนูเห็นว่าไงก็จัดการเลย แม่เขา น้องเขา ก็อยากจะมาดูอาการแต่เขาไม่ให้มา ด้วย 1.ไกล เพราะอยู่ ตจว.
2. เป็นห่วงกลัวจะมาอยู่ลำบาก ต่างที่ ต่างถิ่น
3. เรื่องค่าใช่จ่าย เป็นมนุษย์เงินเดือน ที่บ้านฐานะปานกลาง
สรุปคือ เราจะค่อยรายงานอาการ ถ่ายรูปส่งไปให้ดู
วันที่ห้า อาการดีขึ้นมาก หมอมาดูอาการ แล้วคนไข้ก็ขอกลับบ้านได้ยังครับ โดยรวมอาการดีขึ้นหมออนุญาติให้กลับบ้านได้จร้า คนไข้ยิ้มปากเกิบถึงหู
ช่วงบ่ายก็ออกจาก รพ. พร้อมกับยาถุงโต(ไปที่ไหน) อยู่แล้วหอพักของเรา จัดการทำความสะอาดห้องเป็นการยกใหญ่ แล้วก็เสียสละเตรียงนอนให้เขาไป เรา ฤ นอนกับพื้น ระหว่างนี้ก็นอนพักฟื้นอีก 7 วัน ระหว่างที่กับมาพักฟื้น วันแรก ๆ จะมีไข ช่วงเช้า กินข้าวกินยาเสร็จ ก็จะปกติ เป็นแบบนี้เกิบทุกวัน และเราก็ยังคงอัดของกินเหมือนเดิน และคนไข้ก็กิน ๆ ๆ กินเก่งกว่าตอนไม่ป่วยอีก
และแล้วก็ถึงวันนัดดูอาการ หมอที่นี่น่ารัก ชมว่าน่าตาดูสดใส่ขึ้นถามถึงอาการโดยทั่วไปเป็นอย่างไร น้ำหนักลงไปประมาณ 8 Kg
ผล CD4 ของเขามีแค่ 26 จากระดับปกติของคนปรติจะอยู่ระหว่าง 400 – 1600 ต่อ เลือด 1 ลบ.มม. หมอพูดขำขำ นึกว่าจะไม่รอด แล้วก็หัวเราะกันและก็ดูอาการทั่วไป วัดไข้ วัดความดัน ปกติ แล้วก็จัดยามีเพิ่ม ป้องกันเชื้อราขึ้นสมอง และรอนัดพบหมดเฉพาะทางด้านปอด และตา เพื่อดูว่าเชื้อราหมดหรือยังและ เริ่มยาต้านไวรัสต่อไป
ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี ที่เรารู้ เราจะได้ดูแลและป้องกัน ศึกษาหาข้อมูลในการดูแลผู้ป่วย และรู้จักที่จะอยู่กับมัน
อยากจะให้คนที่กำลังท้อแท้ ได้มีกำลังใจ สู้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า
เหนื่อยได้ ท้อได้ แต่อย่างหมดกำลังใจนะคะ