เมื่อวานไปดูมาสองรอบครับ ทำไมน่ะรึ? รอบแรกดูโรงSF พากย์ไทยแล้วปรากฏว่าเจอทั้งผีพ่อแม่ลูก ผีขนม ผีเด็กเกรียน ไร้มารยาทมากๆ ส่งเสียงเอะอะพูดคุยแข่งกับหนังตลอดครับ ทำเอาฉากดราม่าฉากคุยเงียบในหนังจืดหมดเลย ผมยังแปลกใจว่าพ่อแม่ที่ไหนมันพาเด็กอนุบาลเด็กสี่ห้าขวบมาดูเซย่านะ ตอนนั้นเซ็งมากอยากจะระเบิดคอสโมกลางโรงหนังเลย แต่ก็เกรงใจคนอื่นครับ เราไม่ชอบการกระทำของพวกผีๆก็ไม่ควรลดตัวไปทำแบบพวกมันครับ สรุปดูจบ เดินตรงไปลิโด้สยาม ซื้อตั๋วดูเสียงซาวด์JPอีกรอบ โรงลิโด้โอเคนะ คนดูไม่เยอะ ค่อนข้างผ่อนคลาย แถมคนที่เข้ามาดูส่วนใหญ่เป็นนักดูหนังรู้มารยาทกันทุกคน พูดถึงเสียงซาวด์JPนี่โอเคมากๆ ได้อารมณ์ฝัดๆครับ แต่พากย์ไทยก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรนะฮะ
เอาล่ะพูดถึงตัวหนังเลย หลังจากฟังเสียงสาวกแฟนบอยเซย่าที่ไปดูมาแล้วบ่นว่าค่อนข้างผิดหวัง ก็เข้าใจว่าพวกเค้าคงตั้งความหวังไว้สูง แต่เผอิญผมไม่ใช่แฟนหนังเรื่องนี้ แค่เคยดูต้นฉบับมาเป็นสิบๆรอบจนพอจำคำพูดเหตุการณ์สำคัญได้บ้างเท่านั้นนะ ก็เลยเข้าไปดุแบบไม่ตั้งความหวังอะไร กะเปิดใจเต็มที่เข้าไปรับการตีความใหม่ๆของหนังเรื่องนี้ ดูจบก็คิดว่า คงไม่ต้องรีวิวอะไรแล้วล่ะ วิจารณ์แม่มมันตรงๆเลยนี่แหละ
เตือนนะว่าอาจมีสปอยล์แฝง
คือ... หากไม่ไปยึดติดกับต้นฉบับ หนังถือว่าสนุกมากๆนะครับ ซีจีสวย แอคชั่นตูมตามสะใจ สู้กันทั้งเรื่อง แทบทั้งเรื่องจริงๆมีหยุดพักคุยกันไม่กี่นาทีเอาละตูมต้ามอีกละ แค่นี้ก็คุ้มค่าตั๋วแล้วครับ ถึงกระนั้นหนังก็มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่พอๆกัน ดังนี้
1. งานดีไซน์ตัวละครและฉากสถาปัตย์ในเรื่อง ใช้คำว่าอลังคงไม่พอครับ ต้องเรียกว่า วิจิตรตระการตามากๆ โดยเฉพาะชุดคลอธของตัวละครที่มีรายละเอียดสุงและมีลูกเล่นหลายๆอย่างๆ อาทิ เปิดปิดหน้ากากได้ เกราะแขนไสลด์ได้อยางกะชุดไอรอนแมน ชุดเกราะมันก็เรืองแสงเป็นเส้นเหมือนติดหลอดLEDเวลาเร่งพลัง กล่องบรรจุชุดคลอธแบบใหม่ที่ไม่ใช่กล่องหนาๆอีกต่อไป ตรงนี้ผมชอบมาก ต่อให้หนังห่วยแต่ถ้าดีไซน์สวย ก็เรียกความสนใจได้ครับ เหมือนผุ้หญิงขาวสวยก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เรื่องนิสัยใจคอ เดี๋ยวค่อยศึกษากันอีกที
แต่น่าเสียดายที่ดีเทลชุดคลอธนี่ มันเหมือนโฟกัสไปที่คลอธของเซย่ากับซาจิทาเรียสเท่านั้น ของคนอื่นไม่ค่อยโชว์ลูกเล่นเท่าไหร่ ไม่ทราบว่าคลอธตัวละครทีเหลือมีภาพOBJECT มั้ยครับ
2. การแสดงฉากท่าไม้ตายตัวละครในเรื่อง เน้นภาพมุมกล้องแบบเรียลไทม์ ให้ผุ้ชมเห็นจะๆเลย ว่าไอ้หมัดความเร็วแสงเนี่ย มันเป็นยังไง ทิศทางการโจมตีผลลัพธ์การปะทะ พลังทำลายที่เกิดขึ้น มันเป็นยังไง สื่อออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะไอ้ท่า LIGHTING PLASMA นี่โหดมากๆ ในการ์ตูนเราเห็นเป็นเส้นแสงแว่บๆ แต่ในหนังเรือ่งนี้แบบ ถ้าเป็นเกมให้เราบังคับตัวละครนี่ หลบยังไงก็ไม่พ้นอ่ะ
แต่ข้อเสียในจุดนี้ก็มีคือ ขาดการอธิบายหลักการพลังทำลายล้างของวิชาท่าไม้ตายตัวละคร ซึ่งถือเป็นพื้นฐานความเข้าใจของต้นฉบับเลย ว่าพลังโจมตีของเซนต์คือการทำลายในระดับอะตอมของสสาร แล้ววิชาท่าไม้ตายของตัวละครหลายตัว มันสามารถใช้หลักฟิสิกส์มาโม้สรรพคุณได้ อาทิ ท่าออโรร่าเอกซ์คิวชั่น ที่ทำลายศัตรูด้วยความเย็นถึงศูนย์องศาสัมบูรณ์(ABSOLUTE ZERO ) ท่าGALAXIAN EXPLOSION , ANOTHER DIMENSION ไรพวกนี้ เมื่อหนังไม่อธิบาย แล้วคนดูหน้าใหม่มาเห็น ก็คงมองเป็นท่าปล่อยแสงโจมตีเฝือๆทั่วไป ทำให้ขาดน้ำหนักไปพอควร
3. แต่ในแง่บทหนังการดำเนินเนื้อเรื่อง ตรงนี้ผมถือว่า หนังพลาดหลายจุดครับ การที่เอาซีรีย์ต้นฉบับที่ยาวเป็นสิบๆตอนมารวบรัดฉายให้จบภายในเวลาชม.เศษ มันทำให้หนังต้องรวบรัดตัดทอนรายละเอียดไปเยอะ โดยเฉพาะเรื่องการปูพื้นความสัมพันธ์ตัวละคร
ที่หนังสอบตกจริงๆ ถ้าใครไม่เคยดูต้นฉบับมาก่อน เพิ่งมาดุหนังครั้งแรก ผมบอกได้เลยว่าไม่อินแน่ๆ เพราะการที่หนังรวบรัดฉากสำคัญไป โดยที่คนดูยังไม่ลึกซึ้งถึงเหตุผลการกระทำของตัวละครเพียงพอ ทำให้บทสนทนาขาดพลังความน่าเชื่อถือ คนดูไม่คล้อยตาม และทำให้ส่วนที่เป็นดราม่าของหนังเรือ่งนี้ไม่สามารถสื่อเข้าถึงอารมณ์คนดูได้เลย เช่น
- ฉากต่อสู้ระหว่างอาจารย์คามิวกับลูกศิษย์เฮียวกะ คือเหมือนจบแล้วก็จบกัน ไม่มีสาระประเด็นใดให้ผุ้ชมซาบซึ้งในความเป็นศิษย์อาจารย์คู่นี้
- ฉากเปิดตัวแคนเซอร์ เดธมาร์คส ค่อนข้างเยิ่นเย้อ ฟุ้มเฟือยไร้ประโยชน์มาก ทำยังกะหนังวอลดิสนีย์ ทำออกมาให้เปลืองเวลาเล่นๆ แต่สุดท้ายแล้วเวลาที่สิ้นเปลืองไปกลับไม่ใด้ช่วยสื่อให้คนดูรู้สึกว่าไอ้ตัวละครนี้มันเลวชั่วยังไง จนแม้แต่ชุดเกราะยังไม่ยอมรับเจ้าของตัวเอง กลับกลายเป็นแค่ตัวละครกากๆตัวนึง ที่ดูแล้วไม่น่ากลัวอะไรเลย น่าจะเอาเวลาตรงนี้ไปเพิ่มบทบาทให้ตัวละครสำคัญๆซะมากกว่า
- การเดินทางผ่านปราสาท รวบรัดเหลือเกิน ปราสาทที่ไม่มีใครเฝ้าก็ไม่พูดถึงเลย ว่าเจ้าของปราสาทไปไหน โดยเฉพาะปราสาทราศีตุล ทั้งๆที่คุณมูแกเพิ่งเฉลยว่าอาจารย์ของชิริวคือโกลด์เซนต์ไลบร้าเพื่อนของตนเอง อ้าว แล้วพอมาถึงปราสาทอาจารย์จะไม่มีใส่กิมมิคอะไรไว้เลยเหรอ
4. อย่างที่บอกว่าหนังตีความใหม่ ไม่ตรงกับต้นฉบับเดิมนะครับ ซึ่งปรากฏในตอนท้ายๆเรื่อง ที่มีการปรับเปลี่ยนตัวละครบางตัว การตายบางตัว การสลับคู่มวยบางคู่ ไม่เหมือนกับต้นฉบับ แต่ที่เยอะสุดเลย คือ LAST BOSS ที่ใครๆก็รู้ว่าคือ เจมินี่ ซากะ ซึ่งเป็นคนสองบุคคลิกดีชั่วในร่างเดียวกัน แต่หนังเรื่องนี้กลับไม่แสดงให้เห็นความขัดแย้งด้านดีชั่วในจิตใจของตัวละครนี้เลย และเมื่อซากะออกโรงซัดกับเซย่า มันก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ไล่ถลุงเด็กแบบเดิมแล้วครับ แต่ซัดกันสูสีเลย เพราะทั้งพระเอกผุ้ร้าย มันได้เลือดเทพมาอยู่ในตัวทั้งคู่ ก็ต่อยกันนัวแลกหมัดกันสะใจพะยะค่ะ ทำให้ดุแล้วไม่ลุ้น ไม่สงสารพระเอกเท่าไหร่นัก เพราะระดับฝีมือมันเท่ากันแล้ว และเมื่อถึงฉากไฮไลต์ของเรืองที่พ่อซากะของเราอัพยาเอ๊ยใช้พลังสูงสุด หนังมันก็กลายเป็น5ไรแล้วอ่ะ คือ ผมดูแล้วนึกถึงมาส์คไรเดอร์ THE MOVIE , โดราเอม่อนTHE MOVIE , อุลตร้าแมน THE MOVIE ที่ผู้ร้ายท้ายสุดจะต้องกลายเป็นตัวประหลาดใหญ่โตอลังการ ถล่มเมืองราบคาบไรงี้ เฮ้ย !!!
- แล้วก็น่าแปลกเหลือเกิน ที่ต้นเรื่อง มีทหารนักรบในแซงจัวรี่มากมายเป็นกองทัพ แต่พอบอสถล่มเมืองเท่านั้นแหละ พวกหายหัวไปหมด ไม่รู้ไปอยู่ไหนมา พอถึงตอนจบโผล่หัวมาอวยชัยนายใหม่กันพรึ่บพรั่บ
- ส่วนเพื่อนเซนต์แมลงสาบอีก4คนที่เหลือ ได้แต่ยืนดูพระเอกเราสู้กับบอสประหนึ่งดูโงกุนซูเปอร์ไซย่า3ซัดกับจอมมารบู คนอื่นได้แต่มองตาปริบๆ
5. จุดที่ดูแล้วไม่ชอบใจหน่อยๆ คือ ฉากโกลด์เซนต์โต้กลับหลังจากที่รู้ความจริงกันแล้ว คือภาคนี้ดีนะ ให้โอกาสโกลด์เซนต์รอดตายมากกว่าในภาคทีวี แถมยังตามมาช่วยพวกเซย่าด้วย แต่พอถึงฉากต้องออกโรงโชว์ฝีมือกันจริงๆ ดันให้พวกโกลด์เซนต์ไปช่วยกันรุมไอ้รูปปั้นหินยักษ์แทนเนี่ยนะ รูปปั้นโง่ๆตัวนึง ถึงกับต้องให้โกลด์เซนต์ 6 คน (ผมนับไม่ผิดนะ มี6คนรอดตาย) ช่วยกันรวมพลังโจมตี?? เมิงจะดูถูกศักดิ์ศรีโกลด์เซนต์เกินไปแล้ว ไอ้รูปปั้นกระจอกแบบเนี้ย ให้เซนต์แมลงสาบคนเดียวพุ่งชนก็แตกแล้วครับ เฮ้ย !!!
6. ส่วนจุดที่เสียดายเพราะหนังไม่กลาวถึงเลย คือ พวกคำคุยอวดอ้างบรรยายสรรพคุณชุดเกราะ-ท่าไม้ตายของตัวเอง ที่ต้นฉบับการ์ตูนระหว่างสู้กันก็จะคุยโม้เกทับบลัพแหลกคู่ต่อสู้ไปพลางๆ เช่น "ท่าไม้ตายเดิมๆ ใช้กับเซนต์ไม่ได้เป็นครั้งที่สองหรอก" , "นี่คือโลห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่88ดวงดาว" , " ไม่มีอะไรที่ดาบของข้าตัดไม่ขาด" ผมว่าไอ้ประโยคพวกนี้ เหมือนไลเซนอย่างหนึ่งของหนังเลยนะครับ เป็นเสน่ห์ที่ทำให้แฟนๆนึกถึงหนังเซย่ามากที่สุดประเด็นหนึ่งในเวลาที่เราได้เห็นผลลัพท์หลังจากที่ตัวละครมันโม้แล้ว อย่างเช่นไอ้เรืองโล่ดราก้อนเนี่ย อ้อ เฮ้ยๆ ภาคนี้โล่ของชีริวไม่แตกนะครับ เป็นไปได้ไง
ส่วนไอ้ดาบเอ็กซ์คาลิบเบอร์ที่ว่าตัดได้ทุกอย่าง ก้ไม่เห็นจะฟันใครเข้าเลยนะครับ อิคคิใช้แขนรับสดๆไม่เป็นไรเลย
พอพูดถึงตัวอิคคิ ก็อนาถเหลือทน เปิดตัวมาปากดีเหมือนต้นฉบับก็จริง แต่พอสู้กับโกลด์เซนต์แล้ว กากสรัสๆ ตัดภาพแป๊บเดียวลงหมอบคาพื้นกะน้องมันละ เนี่ยนะคนที่เคยซัดกับบุรุษที่ใกล้เคียงพระเจ้าที่สุด T T
สรุปจากทั้งหมด ก็คงต้องย้ำเหมือนเดิมครับ ว่าถ้าคุณจะดุให้สนุกก็อย่าเอาไปเทียบกับต้นฉบับมากนัก เพราะหนังไม่เหมือนต้นฉบับพอควร แต่ถ้าจะบอกว่า ไม่จำเป็นต้องดุต้นฉบับมาก่อนก็ดุหนังเรือ่งนี้ได้ก็ไม่เชิงนะครับ เพราะหนังมันรวบรัดตัดทอนรายละเอียด และข้ามเรื่องการปูพื้นความสัมพันธ์ตัวละครหลักๆไปหมด ถ้าคุณไม่เคยดูต้นฉบับมาเลย คุณก็ยิ่งไม่เข้าใจพฤติกรรมของตัวละครเข้าไปใหญ่ ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่สุดที่โตเอะพลาดจริงๆครับ แต่ในแง่ความสร้างสรรค์การออกแบบได้ใจผมไปเต็มร้อยครับ คือดูจบแล้วถึงบทหนังจะไม่ผ่าน ตัวละครมันก็ขายได้แหละ เอาไปทำฟิกเกอร์ ชุดเกราะ หรือทำเป็นฟิกเกอร์ส่องแสงแบบในหนังได้ยิ่งดี ผมเอาแน่
ท้ายเรื่องหลังจากขึ้นเพลงจบของX-JAPANแล้ว ยังมีต่อนะครับ ผมเห็นทุกคนในโรงหนังลุกออกจากโรงหมดเลย แต่เพลงจบแล้วยังมีอนิเมให้ดูต่ออีกนิดหน่อยครับ
สุดท้าย ผมสงสัยเหลือเกินว่า แล้วบาดแผลของอาเธน่าที่โดนธนูยิง มันหายได้ไงนะครับ ใครรักษา หรือหายเอง แล้วหายตอนไหน อารายฟะ
วิจารณ์แบบแฟร์ๆเลยนะ SAINT SEIYA LEGEND OF SANCTURY (แฝงสปอยล์นิดๆ โปรดระวัง)
เอาล่ะพูดถึงตัวหนังเลย หลังจากฟังเสียงสาวกแฟนบอยเซย่าที่ไปดูมาแล้วบ่นว่าค่อนข้างผิดหวัง ก็เข้าใจว่าพวกเค้าคงตั้งความหวังไว้สูง แต่เผอิญผมไม่ใช่แฟนหนังเรื่องนี้ แค่เคยดูต้นฉบับมาเป็นสิบๆรอบจนพอจำคำพูดเหตุการณ์สำคัญได้บ้างเท่านั้นนะ ก็เลยเข้าไปดุแบบไม่ตั้งความหวังอะไร กะเปิดใจเต็มที่เข้าไปรับการตีความใหม่ๆของหนังเรื่องนี้ ดูจบก็คิดว่า คงไม่ต้องรีวิวอะไรแล้วล่ะ วิจารณ์แม่มมันตรงๆเลยนี่แหละ เตือนนะว่าอาจมีสปอยล์แฝง
คือ... หากไม่ไปยึดติดกับต้นฉบับ หนังถือว่าสนุกมากๆนะครับ ซีจีสวย แอคชั่นตูมตามสะใจ สู้กันทั้งเรื่อง แทบทั้งเรื่องจริงๆมีหยุดพักคุยกันไม่กี่นาทีเอาละตูมต้ามอีกละ แค่นี้ก็คุ้มค่าตั๋วแล้วครับ ถึงกระนั้นหนังก็มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่พอๆกัน ดังนี้
1. งานดีไซน์ตัวละครและฉากสถาปัตย์ในเรื่อง ใช้คำว่าอลังคงไม่พอครับ ต้องเรียกว่า วิจิตรตระการตามากๆ โดยเฉพาะชุดคลอธของตัวละครที่มีรายละเอียดสุงและมีลูกเล่นหลายๆอย่างๆ อาทิ เปิดปิดหน้ากากได้ เกราะแขนไสลด์ได้อยางกะชุดไอรอนแมน ชุดเกราะมันก็เรืองแสงเป็นเส้นเหมือนติดหลอดLEDเวลาเร่งพลัง กล่องบรรจุชุดคลอธแบบใหม่ที่ไม่ใช่กล่องหนาๆอีกต่อไป ตรงนี้ผมชอบมาก ต่อให้หนังห่วยแต่ถ้าดีไซน์สวย ก็เรียกความสนใจได้ครับ เหมือนผุ้หญิงขาวสวยก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เรื่องนิสัยใจคอ เดี๋ยวค่อยศึกษากันอีกที
แต่น่าเสียดายที่ดีเทลชุดคลอธนี่ มันเหมือนโฟกัสไปที่คลอธของเซย่ากับซาจิทาเรียสเท่านั้น ของคนอื่นไม่ค่อยโชว์ลูกเล่นเท่าไหร่ ไม่ทราบว่าคลอธตัวละครทีเหลือมีภาพOBJECT มั้ยครับ
2. การแสดงฉากท่าไม้ตายตัวละครในเรื่อง เน้นภาพมุมกล้องแบบเรียลไทม์ ให้ผุ้ชมเห็นจะๆเลย ว่าไอ้หมัดความเร็วแสงเนี่ย มันเป็นยังไง ทิศทางการโจมตีผลลัพธ์การปะทะ พลังทำลายที่เกิดขึ้น มันเป็นยังไง สื่อออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะไอ้ท่า LIGHTING PLASMA นี่โหดมากๆ ในการ์ตูนเราเห็นเป็นเส้นแสงแว่บๆ แต่ในหนังเรือ่งนี้แบบ ถ้าเป็นเกมให้เราบังคับตัวละครนี่ หลบยังไงก็ไม่พ้นอ่ะ
แต่ข้อเสียในจุดนี้ก็มีคือ ขาดการอธิบายหลักการพลังทำลายล้างของวิชาท่าไม้ตายตัวละคร ซึ่งถือเป็นพื้นฐานความเข้าใจของต้นฉบับเลย ว่าพลังโจมตีของเซนต์คือการทำลายในระดับอะตอมของสสาร แล้ววิชาท่าไม้ตายของตัวละครหลายตัว มันสามารถใช้หลักฟิสิกส์มาโม้สรรพคุณได้ อาทิ ท่าออโรร่าเอกซ์คิวชั่น ที่ทำลายศัตรูด้วยความเย็นถึงศูนย์องศาสัมบูรณ์(ABSOLUTE ZERO ) ท่าGALAXIAN EXPLOSION , ANOTHER DIMENSION ไรพวกนี้ เมื่อหนังไม่อธิบาย แล้วคนดูหน้าใหม่มาเห็น ก็คงมองเป็นท่าปล่อยแสงโจมตีเฝือๆทั่วไป ทำให้ขาดน้ำหนักไปพอควร
3. แต่ในแง่บทหนังการดำเนินเนื้อเรื่อง ตรงนี้ผมถือว่า หนังพลาดหลายจุดครับ การที่เอาซีรีย์ต้นฉบับที่ยาวเป็นสิบๆตอนมารวบรัดฉายให้จบภายในเวลาชม.เศษ มันทำให้หนังต้องรวบรัดตัดทอนรายละเอียดไปเยอะ โดยเฉพาะเรื่องการปูพื้นความสัมพันธ์ตัวละคร ที่หนังสอบตกจริงๆ ถ้าใครไม่เคยดูต้นฉบับมาก่อน เพิ่งมาดุหนังครั้งแรก ผมบอกได้เลยว่าไม่อินแน่ๆ เพราะการที่หนังรวบรัดฉากสำคัญไป โดยที่คนดูยังไม่ลึกซึ้งถึงเหตุผลการกระทำของตัวละครเพียงพอ ทำให้บทสนทนาขาดพลังความน่าเชื่อถือ คนดูไม่คล้อยตาม และทำให้ส่วนที่เป็นดราม่าของหนังเรือ่งนี้ไม่สามารถสื่อเข้าถึงอารมณ์คนดูได้เลย เช่น
- ฉากต่อสู้ระหว่างอาจารย์คามิวกับลูกศิษย์เฮียวกะ คือเหมือนจบแล้วก็จบกัน ไม่มีสาระประเด็นใดให้ผุ้ชมซาบซึ้งในความเป็นศิษย์อาจารย์คู่นี้
- ฉากเปิดตัวแคนเซอร์ เดธมาร์คส ค่อนข้างเยิ่นเย้อ ฟุ้มเฟือยไร้ประโยชน์มาก ทำยังกะหนังวอลดิสนีย์ ทำออกมาให้เปลืองเวลาเล่นๆ แต่สุดท้ายแล้วเวลาที่สิ้นเปลืองไปกลับไม่ใด้ช่วยสื่อให้คนดูรู้สึกว่าไอ้ตัวละครนี้มันเลวชั่วยังไง จนแม้แต่ชุดเกราะยังไม่ยอมรับเจ้าของตัวเอง กลับกลายเป็นแค่ตัวละครกากๆตัวนึง ที่ดูแล้วไม่น่ากลัวอะไรเลย น่าจะเอาเวลาตรงนี้ไปเพิ่มบทบาทให้ตัวละครสำคัญๆซะมากกว่า
- การเดินทางผ่านปราสาท รวบรัดเหลือเกิน ปราสาทที่ไม่มีใครเฝ้าก็ไม่พูดถึงเลย ว่าเจ้าของปราสาทไปไหน โดยเฉพาะปราสาทราศีตุล ทั้งๆที่คุณมูแกเพิ่งเฉลยว่าอาจารย์ของชิริวคือโกลด์เซนต์ไลบร้าเพื่อนของตนเอง อ้าว แล้วพอมาถึงปราสาทอาจารย์จะไม่มีใส่กิมมิคอะไรไว้เลยเหรอ
4. อย่างที่บอกว่าหนังตีความใหม่ ไม่ตรงกับต้นฉบับเดิมนะครับ ซึ่งปรากฏในตอนท้ายๆเรื่อง ที่มีการปรับเปลี่ยนตัวละครบางตัว การตายบางตัว การสลับคู่มวยบางคู่ ไม่เหมือนกับต้นฉบับ แต่ที่เยอะสุดเลย คือ LAST BOSS ที่ใครๆก็รู้ว่าคือ เจมินี่ ซากะ ซึ่งเป็นคนสองบุคคลิกดีชั่วในร่างเดียวกัน แต่หนังเรื่องนี้กลับไม่แสดงให้เห็นความขัดแย้งด้านดีชั่วในจิตใจของตัวละครนี้เลย และเมื่อซากะออกโรงซัดกับเซย่า มันก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ไล่ถลุงเด็กแบบเดิมแล้วครับ แต่ซัดกันสูสีเลย เพราะทั้งพระเอกผุ้ร้าย มันได้เลือดเทพมาอยู่ในตัวทั้งคู่ ก็ต่อยกันนัวแลกหมัดกันสะใจพะยะค่ะ ทำให้ดุแล้วไม่ลุ้น ไม่สงสารพระเอกเท่าไหร่นัก เพราะระดับฝีมือมันเท่ากันแล้ว และเมื่อถึงฉากไฮไลต์ของเรืองที่พ่อซากะของเราอัพยาเอ๊ยใช้พลังสูงสุด หนังมันก็กลายเป็น5ไรแล้วอ่ะ คือ ผมดูแล้วนึกถึงมาส์คไรเดอร์ THE MOVIE , โดราเอม่อนTHE MOVIE , อุลตร้าแมน THE MOVIE ที่ผู้ร้ายท้ายสุดจะต้องกลายเป็นตัวประหลาดใหญ่โตอลังการ ถล่มเมืองราบคาบไรงี้ เฮ้ย !!!
- แล้วก็น่าแปลกเหลือเกิน ที่ต้นเรื่อง มีทหารนักรบในแซงจัวรี่มากมายเป็นกองทัพ แต่พอบอสถล่มเมืองเท่านั้นแหละ พวกหายหัวไปหมด ไม่รู้ไปอยู่ไหนมา พอถึงตอนจบโผล่หัวมาอวยชัยนายใหม่กันพรึ่บพรั่บ
- ส่วนเพื่อนเซนต์แมลงสาบอีก4คนที่เหลือ ได้แต่ยืนดูพระเอกเราสู้กับบอสประหนึ่งดูโงกุนซูเปอร์ไซย่า3ซัดกับจอมมารบู คนอื่นได้แต่มองตาปริบๆ
5. จุดที่ดูแล้วไม่ชอบใจหน่อยๆ คือ ฉากโกลด์เซนต์โต้กลับหลังจากที่รู้ความจริงกันแล้ว คือภาคนี้ดีนะ ให้โอกาสโกลด์เซนต์รอดตายมากกว่าในภาคทีวี แถมยังตามมาช่วยพวกเซย่าด้วย แต่พอถึงฉากต้องออกโรงโชว์ฝีมือกันจริงๆ ดันให้พวกโกลด์เซนต์ไปช่วยกันรุมไอ้รูปปั้นหินยักษ์แทนเนี่ยนะ รูปปั้นโง่ๆตัวนึง ถึงกับต้องให้โกลด์เซนต์ 6 คน (ผมนับไม่ผิดนะ มี6คนรอดตาย) ช่วยกันรวมพลังโจมตี?? เมิงจะดูถูกศักดิ์ศรีโกลด์เซนต์เกินไปแล้ว ไอ้รูปปั้นกระจอกแบบเนี้ย ให้เซนต์แมลงสาบคนเดียวพุ่งชนก็แตกแล้วครับ เฮ้ย !!!
6. ส่วนจุดที่เสียดายเพราะหนังไม่กลาวถึงเลย คือ พวกคำคุยอวดอ้างบรรยายสรรพคุณชุดเกราะ-ท่าไม้ตายของตัวเอง ที่ต้นฉบับการ์ตูนระหว่างสู้กันก็จะคุยโม้เกทับบลัพแหลกคู่ต่อสู้ไปพลางๆ เช่น "ท่าไม้ตายเดิมๆ ใช้กับเซนต์ไม่ได้เป็นครั้งที่สองหรอก" , "นี่คือโลห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่88ดวงดาว" , " ไม่มีอะไรที่ดาบของข้าตัดไม่ขาด" ผมว่าไอ้ประโยคพวกนี้ เหมือนไลเซนอย่างหนึ่งของหนังเลยนะครับ เป็นเสน่ห์ที่ทำให้แฟนๆนึกถึงหนังเซย่ามากที่สุดประเด็นหนึ่งในเวลาที่เราได้เห็นผลลัพท์หลังจากที่ตัวละครมันโม้แล้ว อย่างเช่นไอ้เรืองโล่ดราก้อนเนี่ย อ้อ เฮ้ยๆ ภาคนี้โล่ของชีริวไม่แตกนะครับ เป็นไปได้ไง
ส่วนไอ้ดาบเอ็กซ์คาลิบเบอร์ที่ว่าตัดได้ทุกอย่าง ก้ไม่เห็นจะฟันใครเข้าเลยนะครับ อิคคิใช้แขนรับสดๆไม่เป็นไรเลย
พอพูดถึงตัวอิคคิ ก็อนาถเหลือทน เปิดตัวมาปากดีเหมือนต้นฉบับก็จริง แต่พอสู้กับโกลด์เซนต์แล้ว กากสรัสๆ ตัดภาพแป๊บเดียวลงหมอบคาพื้นกะน้องมันละ เนี่ยนะคนที่เคยซัดกับบุรุษที่ใกล้เคียงพระเจ้าที่สุด T T
สรุปจากทั้งหมด ก็คงต้องย้ำเหมือนเดิมครับ ว่าถ้าคุณจะดุให้สนุกก็อย่าเอาไปเทียบกับต้นฉบับมากนัก เพราะหนังไม่เหมือนต้นฉบับพอควร แต่ถ้าจะบอกว่า ไม่จำเป็นต้องดุต้นฉบับมาก่อนก็ดุหนังเรือ่งนี้ได้ก็ไม่เชิงนะครับ เพราะหนังมันรวบรัดตัดทอนรายละเอียด และข้ามเรื่องการปูพื้นความสัมพันธ์ตัวละครหลักๆไปหมด ถ้าคุณไม่เคยดูต้นฉบับมาเลย คุณก็ยิ่งไม่เข้าใจพฤติกรรมของตัวละครเข้าไปใหญ่ ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่สุดที่โตเอะพลาดจริงๆครับ แต่ในแง่ความสร้างสรรค์การออกแบบได้ใจผมไปเต็มร้อยครับ คือดูจบแล้วถึงบทหนังจะไม่ผ่าน ตัวละครมันก็ขายได้แหละ เอาไปทำฟิกเกอร์ ชุดเกราะ หรือทำเป็นฟิกเกอร์ส่องแสงแบบในหนังได้ยิ่งดี ผมเอาแน่
ท้ายเรื่องหลังจากขึ้นเพลงจบของX-JAPANแล้ว ยังมีต่อนะครับ ผมเห็นทุกคนในโรงหนังลุกออกจากโรงหมดเลย แต่เพลงจบแล้วยังมีอนิเมให้ดูต่ออีกนิดหน่อยครับ
สุดท้าย ผมสงสัยเหลือเกินว่า แล้วบาดแผลของอาเธน่าที่โดนธนูยิง มันหายได้ไงนะครับ ใครรักษา หรือหายเอง แล้วหายตอนไหน อารายฟะ