การเรียนการสอนประวัติศาสตร์และศาสตร์แขนงอื่นควรมีข้อจำกัดหรือไม่?

ประเด็นนี้เกิดสืบเนื่องมาจากการเข้าจับหรือ"เชิญ"คณาจารย์ที่ม.ธรรมศาสตร์ไปปรับความเข้าใจครับ
   ผมก็นำไปถกเถียงกับหัวหน้าที่ทำงานผม พูดไปพูดมา มาหยุดที่ประเด็นการเรียนประวัติศาตร์ว่าเราควรจะมีข้อจำกัด หรือลิมิตแค่ไหนกัน (ข้อจำกัดนี้หมายถึงระดับของข้อเท็จจริงที่เราศึกษา ไม่ใช่ข้อจำกัดแนวทางหรือทฤษฐีทางประวัติศาสตร์ที่มีแยกออกไป )

  โดยส่วนตัว  ผมมีความคิดว่า ตราบใดที่เราเรียนเพื่อแสวงหาความจริงในอดีตให้ใกล้เคียงความจริงแท้ที่สุด เราก็ควรเรียนควรศึกษามันไปอย่างไร้ข้อจำกัด  แต่หัวหน้าที่คุยด้วยแกกลับเห็นว่าประวัติศาสตร์ควรเรียนเฉพาะที่ก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ สิ่งใดในอดีตที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในปัจจุบัน-อนาคตเราก็สมควรจะละทิ้งมันไปซะ  ความผิดพลาด รุนแรงในอดีตที่รัฐทำกะรัฐ ความขัดแย้ง-ไม่เท่าเทียมกัน ข้ามไปซะ ความผิดพลาดของคนอีกรุ่นหนึ่ง(บรรบุรุษของเรา) ไม่ควรไปขุดคุ้ย เพราะยิ่งเราเรียนรู้ ก็จะทำให้เกิดความวุ่นวาย-แตกแยกขึ้น
  *ผมสตั้นไปนิดนึงเพราะเพิ่งเคยได้ยินความคิดทำนองนี้เป็นครั้งแรกจากคนใกล้ตัวครับ (ไม่ได้มาจากแบบเรียนหรือรัฐเผด็จการ)
   
   เพื่อนๆ เคยคุยกับคนรอบข้างบ้างไหมครับว่าความรู้(ทุกแขนงเลยครับ ไม่ว่า ปรัชญา รัฐศาสตร์ การเมือง ศิลปะ วัฒนธรรม ฯลฯ ) เราควรเรียนเฉพาะที่เป็นประโยชน์สำหรับปัจจุบันจริงๆหรือ ? มีข้อจำกัดหรือไม่ แล้วเค้าคิดเห็นยังไง? มีอึ้งกันมั๊ย? แล้วจะเสนอมุมมองใหม่เขายังไง?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่