รู้สึกตัวไม่ต้องเดี๋ยว

รู้สึกตัวไม่ต้องเดี๋ยว ต้องที่นี่เดี๋ยวนี้ทันทีทันใด
อย่าเรื่องมากหรือมากเรื่องในการรู้สึกตัว
อย่าไปรอเวลา อย่าไปรอโอกาส หรืออย่าไปตั้งท่า


เช่นเวลาทำงานยุ่งๆ อยู่  ก็บอกว่า
โอ๊ย  นี่กำลังยุ่งอยู่  รู้สึกตัวไม่ได้หรอก
หรือไม่มีเวลาที่จะรู้สึกตัวหรอกเพราะกำลังยุ่ง
เดี๋ยวเอาไว้ให้เสร็จงานก่อนจึงค่อยรู้สึกตัวก็แล้วกัน
หรือพอเสร็จงานจริงๆ ก็บอกว่า  เดี๋ยวให้กลับไปถึงบ้านก่อน
พอถึงบ้านก็บอกว่า  เดี๋ยวทานข้าวเสร็จก่อน
พอทานข้าวเสร็จก็บอกว่า  เดี๋ยวไปเล่นกับหมากับแมวก่อน
พอเสร็จแล้วก็บอกว่า  เดี๋ยวเปิดทีวีดูข่าวซะหน่อยดีกว่า
เพราะช่วงนี้ข่าวการบ้านการเมืองกำลังน่าติดตาม
เมื่อดูข่าวดูละครเสร็จก็บอกอีกว่า  เดี๋ยวต้องอาบน้ำก่อนเห็นท่าจะดี
และเมื่ออาบน้ำเสร็จก็บอกว่า  โอ้  มีชุดขาวอยู่นี่
เดี๋ยวต้องใส่ชุดขาวซะหน่อย
พอใส่ชุดขาวแล้วก็บอกอีกว่า
อ้อ  ต้องขึ้นไปที่ห้องพระก่อนจึงจะถูกต้อง
จุดธูปเทียนกราบพระบูชาพระรัตนตรัยให้เรียบร้อย
พอเสร็จก็บอกว่า  อ้อ  ต้องสวดมนต์ไหว้พระ
สวดอิติปิโส  ๑๐๙  จบ  ต่อด้วยยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก
และปิดท้ายด้วยพระคาถาชินบัญชร
พร้อมแผ่เมตตาครอบจักรวาลอีก  ๓ - ๔  หน้ากระดาษ
พอทุกอย่างเสร็จ  เวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้ว
ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว
ถึงเวลาพักผ่อนหลับนอนแล้ว  เห็นทีจะต้องเข้านอน
เพราะทำมามากแล้ว  เดี๋ยวเอาไว้พรุ่งนี้ค่อย "รู้สึกตัว"
ก็คงจะไม่เป็นไรกระมัง


      อะไรจะเรื่องมากถึงปานนั้น!  ทุกๆกิจกรรมรู้สึกตัวได้เลยท่าน
      รู้สึกตัวได้ในทุกๆกิจกรรม
      อย่าไปมีเงื่อนไขใดๆเลยสำหรับ "การรู้สึกตัว"
      ต้องเป็น "อกาลิโก"  คือไม่ต้องขึ้นอยู่กับกาลไหนๆ
      เวลาใดๆ  หรือ ณ แห่งหนตำบลใด


และไม่ต้องไปจัดสรรปั้นแต่งอากัปกิริยา  ลักษณะลีลาท่าทางต่างๆ
ขึ้นมาเป็น "แบบฉบับ" ในการรู้สึกตัว
โดยเฉพาะไม่ต้องพยายามทำให้ดูดี  สวยงามอ่อนช้อย
นุ่มนวลละเมียดละไม  เป็นระเบียบแบบแผน
เป็นปกตินั่นแหละ  แล้วก็รู้สึกตัวไปตามปกติ
ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำหรือดัดจริตแต่อย่างใด
มีความเป็นปกติในการรู้สึกตัว  และเป็นผู้มีความรู้สึกตัวเป็นปกติ

จนเป็นอุปนิสัย เป็นอัตโนมัติ
คือรู้สึกตัวได้เองโดยปราศจาก "การกระทำ"  
ไม่สูญเสียความรู้สึกตัวไปไหน  อยู่กับความรู้สึกตัว
และเมื่อถึงช่วง "จิตดวงสุดท้าย" ก่อนจะตาย
กิเลสก็ไม่มีโอกาสเข้ามาเยือนจิตได้
เพราะรู้สึกตัวอยู่  จิตก็บริสุทธิ์ผ่องใส  วิสุทธิเพราะไม่มีกิเลส
อาจถึงขั้น "ตกกระไดพลอยกระโจน" นะท่าน
ได้แก่ "ชีวิตสมสีสี" หลุดพ้นจากกิเลสพร้อมกับการสิ้นชีวิต


      ไม่แน่นะท่าน  พอถึงช่วงนั้นอาจเป็นไปได้จริงๆ
      แต่ช่วงนี้  เวลานี้  ขณะนี้  และที่นี่เดี๋ยวนี้  ต้องรู้สึกตัวก่อน
      ต้องรู้สึกตัวก่อนนะ  ก่อนที่ท่านจะไม่มีความรู้สึก
      รู้สึกตัวไว้เถิดจะเกิดผล  รออะไรไม่ได้อีกแล้ว
      วันคืนล่วงไปๆ  บัดนี้  ที่นี่  เดี๋ยวนี้เรากำลังทำอะไรอยู่
      เรากำลังโอ้เอ้ลังเลอยู่กระนั้นหรือ?
      เรากำลังหาโอกาสเหมาะๆ รอเวลาดีๆ อยู่กระนั้นหรือ
      หรือต้องถึงเวลาในการไปเข้าคอร์สก่อนกระนั้นหรือ
      ต้องรอให้ถึงเวลานั้นเชียวหรือจึงจะ "รู้สึกตัว" ได้!



ผู้เขียนขอเตือนว่า อย่าไปมีเงื่อนไขใดๆ เลย
ในการรู้สึกตัวอย่าไปเรื่องมากหรือมากเรื่องเลย
ในการรู้สึกตัวอย่าไปงอแงให้มากนักเลย
ในการรู้สึกตัวอย่าต้องถึงขั้นให้ครูบาอาจารย์มาคอยจี้คอยบอกเลย
ท่านต้องคอยจี้คอยบอกตลอดว่า  "นี่เผลอแล้วนะ"
"เผลอคิดแล้วรู้ไหม"  "กำลังจ้องอยู่รู้ไหม"
"กำลังเพ่งอยู่รู้หรือเปล่า"  เป็นต้น
สงสารครูบาอาจารย์เถิดท่านทั้งหลาย  ช่วยตัวเองหน่อยดีไหม
หรือจะยอมเป็น "ลูกเจี๊ยบ" ไปตลอดกาล  
เป็นลูกเจี๊ยบที่มีอายุยาวนานที่สุดในสังสารวัฏ
หวังว่าคงไม่ถึงขั้น "อภิมหาอมตนิรันดร์กาล"
(สาธุ...ขอให้ผู้เขียนจงผิดหวังด้วย)


      เอาละ...เริ่มฝึกรู้สึกตัวที่นี่เดี๋ยวนี้ด้วยการอ่านหนังสือเล่มนี้
      รู้สึกตัวไปด้วยในการอ่าน - อ่านด้วยความรู้สึกตัว

      ถ้าท่านฝึกรู้สึกตัวได้จากการอ่าน
      ทีนี้ทุกๆกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
      ก็จะรู้สึกตัวได้เองเป็นธรรมดา




ดอกไม้   จากหนังสือ เพียงแค่รู้ (ฉบับปรับปรุง)  ของ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่