อย่าพบกันด้วยทัศนคติปฏิปักษ์ จากงานถาม-ตอบ เรื่องพลังงาน

-คอลัมน์ เปลวสีเงิน “อย่าพบกันด้วยทัศนคติปฏิปักษ์”
เมื่อวาน (๒๗ ส.ค.๕๗) ดูถ่ายทอดสดจากเวที "ประชาชนถาม-พลังงานตอบ" ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิตกันหรือเปล่า ได้ยินใคร-ต่อใครเขาว่า...มันหยดติ๋งๆ เลยเชียว!?
ผมตื่นมาดูตอน ๔-๕ โมงเช้า หะแรกนึกว่าที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ เพราะเห็นทีมโฆษก คสช.บอกอย่างนั้น แต่กลายเป็นที่สโมสรทหารบก ย่านวิภาวดีรังสิตไปตอนไหน ก็ขี้เกียจไปสอบถาม
คสช.มอบให้ "หลวงปู่พุทธอิสระ" เป็นประธานสภาประชาชน เปิดประชุม ให้ฝ่ายประชาชนเป็นผู้ตั้งคำถามซักฟอก
กระทรวงพลังงาน-ปตท. "ผู้ถูกซักฟอก" เป็นฝ่ายตอบ!
ตั้งแต่เช้า ยันบ่าย ๓ โมงเย็น ถึงขั้นตัวประธานสภาประชาชนโอดโอย อดเพล-ปวดเยี่ยว
เพราะทั้ง ๒ ฝ่าย "ถามมา-ตอบไป, -มา--กลับไป" สมน้ำ-สมเนื้อ "เพื่อชาติ" ชนิดไม่เว้นช่องไฟ จนหลวงปู่ขยับสบง-จีวร จะลุก ก็ลุกไม่ได้ เพราะใส่กันไฟแลบ!
เวทีนี้ เป็นเวทีพูดจาเพื่อแสวงหา "จุดลงตัว" ประสาปัญญาชน ฉะนั้น การหนัก-เบาจากแต่ละฝ่ายในการตอบโต้
ผมไม่ถือเป็นสาระที่ต้องหยิบมาชมฝ่ายใด-ตำหนิฝ่ายใด เพราะในภาพรวมของการได้มาเปิดเวทีพูดจาร่วมกันพร้อมๆ หน้าเช่นนี้
เป็นนิมิตดี สะท้อนถึง "ความดีงาม" ในจิตใจ และในสำนึกบริสุทธิ์เพื่อบ้าน-เพื่อเมืองของทุกคน ทุกฝ่าย
คือทั้งฝ่ายประชาชนที่มาฟัง มาตั้งคำถาม และทั้งฝ่ายกระทรวงพลังงาน และ ปตท.ที่มาตอบ มาให้ข้อมูล
อะไรจริง อะไรเท็จ อะไรเปิด อะไรปิด สรุปเพียงวันนี้ จากการถาม-ตอบเวทีนี้ "ครั้งเดียว" ยังไม่ได้
เหมือนมวยยกแรก เพียงประหมัด-ประสานแข้งสมานสามัคคีแบบดูเชิงเท่านั้น นายกฯ ประยุทธ์น่าจะอาราธนาหลวงปู่พุทธอิสระจัดอีกซัก ๓-๔ รอบ
ถึงจะครบเครื่อง!
"ครบเครื่อง" ในความหมายผม ไม่ใช่ฝ่ายประชาชนกับฝ่ายรัฐโดยพลังงาน-ปตท.ยิ่งพบปะพูดจา ยิ่งมีความไม่ชอบขี้หน้าซึ่งกันและกันถึงขั้น "เป็นศัตรูถาวร" ที่ต้องราบกันไปข้าง
คำว่าแพ้-ชนะ มัน "นอกประเด็น" ที่ปัญญาชนจะแสวงหาให้กับตัวเองจากเรื่องพลังงาน ผมคิดอย่างนั้น
เพราะเรื่องพลังงานเป็นเรื่องบนฐานประโยชน์ส่วนรวม  ซึ่งทุกคน ไม่ว่าคนรัฐ-คน ปตท. กลุ่ม-องค์กรที่ต่อสู้เรื่องพลังงาน
หรือใครก็ตาม กระทั่งนายกฯ ประยุทธ์ และคณะ คสช.ก็เถอะ
ทุกคนคือ "ประชาชน"....
-มีชะตากรรมร่วมอยู่ใน "ความลงตัว-ไม่ลงตัว" ด้านพลังงานนี้ทั้งสิ้น
-มีอนาคตร่วมกันใน "ความมืด-ความสว่าง" จากความพรั่งพร้อมหรือความกะพร่องกะแพร่งทางบริหารพลังงานวันนี้ทั้งสิ้น!
ฉะนั้น เมื่อพูดถึงพลังงาน เราจะให้คำว่า...เมื่อรู้สึกตัวว่ามืดมิด เพราะเดินผิดทาง ก็สายเสียแล้ว จะปล่อยให้สภาพนั้น "ด้านพลังงาน" เกิดกับประเทศของเราในอนาคตไม่ได้
เราจะถูกลูกหลานก่นด่า-ประณาม เป็นบรรพบุรุษไม่เอาไหน ทำอะไรเห็นแต่ได้-แต่ตัวเฉพาะหน้า
ค้าน-ต้าน หรือทำเพื่อหาช่องกิน กันตะบันราด ทุกมิติ-ทุกระบบ-ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการสร้างโรงไฟฟ้า...........!
โดยไม่ใคร่ครวญถึงว่า อีก ๒๐-๓๐ ปีข้างหน้า ลูกหลานจะมีพลังงาน จะมีไฟฟ้าใช้ เพื่อรักษา-พัฒนาประเทศ เป็นมรดกชาติ ส่งต่ออนุชน "จากรุ่น-สู่รุ่น" ได้อย่างไร?
รอให้ "ไฟดับก่อน" แล้วค่อยคิด .....!?
หรือค่อยๆ มองหาคนผิด เพื่อจิกหัวมันมาด่า ว่าเป็นหน้าที่ แล้วทำไมไม่สร้าง-ไม่จัดหา รองรับการเติบโตบนฐานพัฒนาประเทศไว้แต่เนิ่นๆ?
ดังนั้น ช่วงเวลานี้ต้องทะเลาะกันให้ตกผลึก ลืมอารมณ์หยุมหยิมซึ่งกันและกันเสีย เพ่งสาระบนเจตนาบริสุทธิ์ซึ่งกันและกัน เพื่อประสานข้อมูลเป็นหนึ่ง  
จะได้เดินหน้าโครงการจัดหา พลังงาน-ไฟฟ้า ที่คาราคาซังมานาน "ทุกด้าน-ทุกประเภท" กันซะที!
  และต้องเลิกทัศนะ ขับเคี่ยวเพื่อ "แพ้-ชนะ" ตั้งเจตนามุ่งในทางบริหารข้อมูล-ความคิด-ความเห็นต่างไปในวิถี "แสวงหาจุดร่วม" จากจุดต่างที่ยังไม่ลงตัว
ระหว่างผู้จัดหาและบริการ คือกระทรวงพลังงาน-ปตท.-กฟผ.
กับผู้รับบริการ คือประชาชน ในฐานะผู้บริโภค และเจ้าของ "ทุนประเทศ"
ผม-นอกจากชื่นชม "ผู้ถาม-ผู้ตอบ" ทุกท่านว่า ทำเพื่อสังคมรวมโดยบริสุทธิ์แล้ว ผมขอชื่นชม "ทีวีดิจิตอล" ช่องสปริงนิวส์ ด้วย
ให้ความสำคัญ "ถ่ายทอดสด" จากห้องประชุมสโมสรทหารบก ให้ชมกันถึงบ้าน-ถึงห้องนอนเลยทีเดียว
ถึงจะยิงโฆษณาคั่นค่อนข้างถี่ ก็อนุโลมด้วยเห็นใจ
ทุกอย่าง "มีค่าใช้จ่าย"!
มีโฆษณามาคั่นว็อบแว็บ ผมก็แอบดีใจ จะได้อยู่กันไปนานๆ สำหรับท่านที่บ่นว่ากำลังมัน เดี๋ยวๆ ก็คั่นโฆษณา ต้องเข้าใจคำว่า "อกเขา-อกเรา"
เราดูฟรี แต่เขา...ถ่ายทอดสดแต่ละที ค่าใช้จ่ายเพิ่มมหาศาล!
ผมกดๆ ดู เห็นโทรทัศน์ดาวเทียมช่อง "หลวงปู่พุทธอิสระ" ก็ถ่ายทอด แต่เหมือนดูหนังกลางแปลง ติดๆ ค้างๆ  หยุดๆ เต้นๆ
ดูแล้ว "เสียเส้น-เสียอารมณ์" หมดเลย!
วันก่อน ผมอ่านข่าว นายทุนใหญ่เจ้าของช่องฟรีทีวี ซึ่งไปประมูลเอาดิจิตอลมา ๒-๓ ช่อง ให้สัมภาษณ์ "บ่นอุบ" ทำนองเจ๊งป่นปี้
ที่ไปแย่งกันประมูลมาโครมๆ ๓๐-๔๐ ช่องตอนนี้ อนาคตทีวีดิจิตอล คือ "แข่งกัน" ว่า...ใครจะไปก่อน!?
ยกเว้น บางช่องที่เจ้าของ "เงินเหลือใช้" ประมูลมาด้วยเป้าหมาย สนองธุรกิจหรือต่อยอดธุรกิจของตัวเอง นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง
ผมว่านะ ที่ทำทีวีดิจิตอลกัน ร้อยละ ๙๙ ทำด้วยเป้าหมาย "อยากไปกินเค้ก" คือต้องการไปแชร์ส่วนแบ่งโฆษณา ที่เรียกกันว่า "เค้กก้อนโต"
เมื่ออยากกิน แต่ไม่อยากลงทุนสร้างช่องให้แข็งแรงด้วยรายการ มันเลยหัวโต หลายๆ ช่องตอนนี้ คิดอะไรไม่ออก ก็ไปจ้างดารา จ้างกะเทยมาเกะกะจอ บ้างก็ฉกฉวยเรื่องราวตามเว็บไซต์ ตามเฟซบุ๊ก ไปหากินต่อ
ก็คิดดู แบบนี้ บริษัท-ห้างร้าน เจ้าของสินค้าที่ไหนเขาจะหน้าโง่เอาเค้กมาป้อน?
ลงทุนด้วยวิสัยทัศน์สื่อหน่อย สร้างเอกลักษณ์อย่างสปริงนิวส์เขา อนาคตสื่อดิจิตอล...มีแน่!
ก็แหม...คนทั้งเมืองเขาอยากดู-อยากฟังรายการ "ถาม-ตอบเรื่องพลังงาน" แต่ไม่ยักมีช่องไหนไปถ่ายทอดสดมาให้ดู นอกจากสปริงนิวส์
สรุปแล้ว ดิจิตอลที่ทำรายการเฉพาะทางเป็นเอกลักษณ์ช่อง มีแฟนเฉพาะกลุ่ม ก็จะอยู่ได้
แต่ช่องที่ไม่สร้างเอกลักษณ์แข็ง สร้างขาประจำให้แช่จอ ประเภท "เอ็งมี-ข้ามี" ดาดๆ ด้วยหาตัวเองไม่เจอ ก็จะหาแฟนประจำไม่เจอเช่นกัน
ก็คงอยู่ได้.....
แต่ "ขนหน้าแข้ง" ต้องดกหน่อยนะ!
สำหรับ "หลวงปู่พุทธอิสระ" ไม่ต้องไปชื่นชมอะไรท่าน  เพราะพระอย่างท่าน เหมือนขอนไม้ที่ชุ่มน้ำ  
เอาน้ำ..ไม่ว่าเป็นคำชม หรือคำตำหนิ ไปราดรดใส่ท่าน  ขอนไม้ที่ชุ่มน้ำย่อมไม่ดูดซับน้ำอีก ฉันใด
หลวงปู่ท่านก็ ฉันนั้น!
แต่แปลก ไม่เคยปรากฏมาก่อน พ้นจากยุคที่ก๊กต่างๆ ในสุโขทัย-อยุธยา-ธนบุรี มีพระปะปนอยู่ในประวัติศาสตร์สร้างชาติ
มาถึงรัตนโกสินทร์ "ไทย-สยามประเทศ" วันนี้ กลับมีพระเพื่อ "ศาสนจักร" มาทำหน้าที่เพื่อ "ราชอาณาจักร" จะจะอีกครั้ง
โดยคนทั้ง ๒ ฝ่าย ที่มีความเข้าใจและทัศนคติไม่ตรงกัน ยอมยกให้ท่านเป็น "ตัวกลาง" เข้าไปอยู่ในช่องว่างแห่งรอยแยกนั้น?
ท่านนายกฯ ประยุทธ์ครับ....!
ให้หลวงปู่จัดอีกรอบเถอะ รอบนี้ เสนอให้ "พักเที่ยง ๑  ชั่วโมง" นายกฯ เป็นเจ้าภาพ เชิญทั้ง ๒ ฝ่ายรับประทานบุฟเฟต์ร่วมกัน ท่านร่วมรับประทานด้วย
การได้กินข้าวด้วยกัน ได้พูดคุยทักทายกันในบรรยากาศ หน้าชิดหน้า-ตาประสานตา คนที่ทำด้วยเจตนาเพื่อชาติด้วยกัน
แบบนี้ จะช่วยราไฟที่ลุกโชนในหัวใจลงบ้างก็ได้นะ...ท่าน?
http://www.thaipost.net/news/280814/95385
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่