พริษฐ์ ซัด รบ.เหมือนผู้รับเหมาจ่อขึ้นบัญชีดำ ทั้งเบี้ยวสัญญา โยนงาน ลดสเปก สุ่มเสี่ยงทุจริต
https://www.matichon.co.th/politics/news_5673805
.

.
‘พริษฐ์’ ซัด รัฐบาล เหมือนผู้รับเหมาจ่อขึ้นบัญชีดำ ทั้งเบี้ยวสัญญา โยนงาน ลดสเปก ยกเหตุ ‘บังเอิญ พลัส’ ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งในปีที่มีบาร์โค้ด-โยกย้าย ขรก. มหาดไทยมากสุด ขอนายกฯ หนุนตั้ง กมธ. ให้ทุกพรรคตรวจสอบการเลือกตั้ง ยอมให้ กกต. ฟ้องคดีฮั้ว สว. เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ลั่นฝ่ายค้านจะเป็นเหมือนเงาตามรัฐบาลทุกฝีก้าว หากทุจริตสภาต้องเรียกมาขึ้นบัญชีดำ
.
จากนั้นเวลา 21.40 น. วันที่ 10 มษายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยกล่าวว่า รัฐบาลใหม่นี้ ไม่ได้ใหม่ขนาดนั้น นายกรัฐมนตรีคนเดิม พรีเซนเตอร์ชุดเดิม เปลี่ยนเพียงพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น แต่จากผลงานที่ผ่านมาโดยเฉพาะการรับมือวิกฤตพลังงานช่วงรักษาการ รวมถึงการตอบคำถามในวันแถลงนโยบาย
.
“
รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นรัฐบาลมืออาชีพ ที่ประชาชนจะฝากผีฝากไข้ได้ แต่เหมือนผู้รับเหมาที่เตรียมขึ้นบัญชีดำ เพราะหากดูหลักเกณฑ์การขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ จะพบว่ามีอย่างน้อย 5 พฤติกรรมที่คล้ายกับที่รัฐบาลชุดนี้กำลังทำกับประชาชน” นาย
พริษฐ์กล่าว
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวต่อว่า พฤติกรรมที่1. คือการเบี้ยวสัญญา ที่ผ่านมาช่วงหาเสียงใช้วิธี ‘พูดแล้วทำ’ โดยการไม่พูดอะไรเลย นอกจากโอ้อวดตนว่ารักชาติ นโยบายที่ส่งให้ กกต. ก็น้อยกว่าพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทยถึง 7 เท่า เช่น เรื่องการลดค่าไฟ 3 บาท ที่ไม่ได้ลดทุกครัวเรือน หรือการแก้รัฐธรรมนูญ ที่แม้จะมีการออกเสียงประชามติ กลับไม่ปรากฏเรื่องนี้ในคำแถลงนโยบาย
.
2. การส่งงานล่าช้า ในคำแถลงนโยบายได้ย้ำถึง 3 ครั้งว่าโลกเรามีความไม่แน่นอนสูง ไม่รู้จะเป็นข้ออ้างหรือเปล่าที่ทำให้รัฐบาลต้องเบี้ยวสัญญา ข้ออ้างนี้จะฟังขึ้นก็ต่อเมื่อเราเห็นว่านายกฯ ตอบสนองต่อประชาชนอย่างรวดเร็ว แทนที่จะเป็นการทำงานแบบ สั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน แต่นายกฯ มักจะปล่อยให้ประเทศเสียหายตั้งนานโดยไม่สั่งการเสียที
.
“
สิ่งที่ผมให้อภัยท่านนายกฯ ไม่ได้มากที่สุด เพราะเมื่อปัญหาเกิดกับประชาชน ท่านมักจะเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า แต่เมื่อใดที่ปัญหาเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง ท่านจะแก้ปัญหาอย่างว่องไว เช่นวันที่ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาท ผมเชื่อว่าวันนั้นท่านตั้งใจให้สภาปิดประชุมก่อน เลิกพูดเรื่องพลังงานก่อน แล้วจึงตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาทรวดเดียว จะกลับมาพูดก็ไม่ได้อีก เพราะประธานไม่ได้นัดประชุมสภาฯ แต่การปกป้องประชาชน ท่านไม่วางแผนอะไรเลย ออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางต่างๆ จากวันนั้นผ่านมา 2 สัปดาห์ ยังไม่มีเงินสักบาทส่งถึงพี่น้องประชาชน” นาย
พริษฐ์กล่าว
.
3. การลดสเปก ท่านนายกฯ ชอบการห้อยท้ายทุกนโยบายด้วยคำว่า ‘พลัส’ แต่เครื่องหมายที่เหมาะกับรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เครื่องหมายบวก แต่คือเครื่องหมายดอกจันทน์เพราะนโยบายมักจะห่างจากความคาดหวังของประชาชน ต้องมีหมายเหตุกำกับไว้เสมอ เช่น ราคามะพร้าว 7-10 บาทต่อลูก แต่ข้อมูลตามเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆ อยู่ที่ 3-5 บาทต่อลูก ล้งกลางที่รัฐบาลบอกว่าจะจัดทำ ก็ลดสเกลมาเป็นล้งชุมชน
.
4. การโยนงาน นายกฯ มักโยนงานสำคัญๆ ให้ผู้อื่นรับผิดชอบแทน เสมือนพ่อค้าคนกลางที่พร้อมลอยตัวเหนือความรับผิดชอบ รอหักหัวคิด เรื่องชายแดนโยนให้กองทัพ เรื่องฝุ่นโยนให้ผู้ว่า เรื่องวิกฤตพลังงานก็โยนให้หน่วยงาน จะรอดูว่านายกฯ จะโยนให้รัฐมนตรีท่านใดมาตอบกระทู้แทน
.
อีกทั้งดูเหมือนว่านายกฯ กำลังจะโยนงานเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ทั้งหมดให้พรรคร่วมรัฐบาล การแบ่งกระทรวงกันทำเป็นเรื่องปกติ แต่การพัฒนาทุนมนุษย์ที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคต เป็นวาระที่นายกฯ จะสั่งการให้คนอื่นทำแทนทั้งหมดไม่ได้ เพราะถ้านายกฯ เห็นภาพไม่ตรงกับพรรคร่วม อนาคตลูกหลานเราก็ไม่ดีขึ้น
.
และ 5. ข้อครหาเรื่องการทุจริต นายกฯ ออกมาพูดว่าอับอายกับคะแนนความโปร่งใสของประเทศเราที่ตกต่ำ ท่านจะยึดแค่เพียงคำพูดในเอกสารคำแถลงนโยบาย ก็ถือว่าใช้ได้ แต่คำพูดจะขาดความน่าเชื่อถือ หากนายกฯ ยังกระทำการสุ่มเสี่ยงพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันเสียเอง อย่างการที่ผู้รับเหมามีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทที่คุมงานก่อสร้าง แต่นายกฯ ก็ยังเลือกตั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปกำกับดูแลหน่วยงานด้านวิกฤตพลังงาน ทั้งที่รู้ว่านายพิพัฒน์ถือครองธุรกิจน้ำมัน
.
การทุจริตอีกประเภทคือผู้รับเหมาได้งานมาโดยไม่สุจริต ทั้งการจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือฮั้วประมูล ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาฯ มากที่สุดครั้งหนึ่ง แต่ก็มีคำถามเรื่องการเลือกตั้งมากที่สุดครั้งหนึ่งเช่นกัน เช่น สว. 150 คนที่อยู่ในสำนวนเดียวกันกับพรรคของนายกฯ โดยคณะไต่สวนของ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงการเลือกตั้งที่พรรคของท่านชนะเป็นครั้งแรก ก็บังเอิญเป็นการเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดซึ่งสืบย้อนไปได้ว่าใครเลือกใคร และบังเอิญมีข้าราชการมหาดไทยในพื้นที่ถูกโยกย้ายมากที่สุดครั้งหนึ่ง
.
“
หากท่านต้องการให้ประชาชนเชื่อว่า ความบังเอิญพลัสเหล่านี้ เป็นความบังเอิญจริง ท่านต้องยืนยัน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ท่านต้องสนับสนุนให้สภาฯ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญให้ทุกพรรคการเมืองร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย ไม่ให้ใครกล่าวหาได้ ว่ามี สส. ที่เข้ามาเพราะโกงเลือกตั้ง และท่านต้องยืนยันให้ กกต. มีมติสั่งฟ้องท่านและพรรคพวก ตามมติของคณะไต่สวนกรณีโกงเลือก สว. เพื่อให้ท่านได้พิสูจน์ในชั้นศาลว่า ครม. ของท่าน ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนที่ปล้นอำนาจมาจากประชาชน” นาย
พริษฐ์กล่าว
.
นาย
พริษฐ์กล่าวว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ตนเองหวังว่า 5 พฤติกรรมดังกล่าว จะเป็นอาการชั่วคราว เพื่อพิสูจน์ว่าพวกตนประเมินท่านผิดไป ตนเองและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำตัวเป็นดังเงา ติดตามท่านทุกฝีก้าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน หากรัฐบาลท่านเดินหน้าด้วยความทุจริตใดๆ ก็ตาม พวกเราสภาแห่งนี้ ก็ต้องเรียกท่านมาขึ้นบัญชีดำเช่นกัน
.
.
ณัฐชา ตกใจ วิกฤตพลังงาน นายกฯตั้งรมว.คมนาคมดู ตรึงราคาน้ำมันไม่ได้ แต่หน้า-หูตึง ตีมึนเรื่องไอ้โม่ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5673765
.
‘ณัฐชา’ ย้อน ‘ภท.’ ฝึกงาน 4 เดือนแล้ว แต่มาทิ้งกลางทาง ถามจะทิ้ง 20 ล้านเสียง รธน.หรือ แถมกินรวบ โยนบาป บนคราบน้ำตา ปชช. เหน็บขนาดตกใจวิกฤตน้ำมัน ยังดันตั้ง ‘รมว.คมนาคม’ ไปดูแล เหมือนให้เสือหิวไปเฝ้าเขียงเนื้อ จวกบอกวันนี้ โกหกตั้งแต่เมื่อวาน โปรยคำหวานบนเวทีหาเสียง พอเริ่มรัฐบาลคนพอแล้ว ซวยไม่ไหว มี ‘นายกฯ’ แบบนี้
.
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 10 เมษายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นาย
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตั้งแต่ฟังคำแถลงนโยบายมา 5 ครั้ง หากหลับตาฟัง ถือว่าครั้งนี้ทำได้ดี เห็นภาพ มองแล้วมีอนาคต หลับตาฟังเพลินๆ แล้วรู้สึกอนาคตจะสดใส แต่พอลืมตาแล้วนั้น เจอหน้านายกรัฐมนตรีคนเดิม มันหมดความน่าเชื่อถือว่าที่ฟังดูดีมันจะเป็นจริงได้หรือไม่ หากบอกว่าการทำงานต้องไปฝึกงานลองก่อน 4 เดือน รอบที่แล้วตนพูดได้ เพราะว่าเป็นคนเสนอ เป็นคนโหวตให้ทดลองงานก่อน ถ้าเป็นเด็กฝึกงานแบบนี้ เรียกว่าฝึกได้กลางทางแล้วหนีกลับบ้าน เพราะผ่านไป 2 เดือนไม่ทำอะไรเลย สิ่งที่มอบหมายภารกิจไว้ตามเอ็มโอเอท่านไม่ทำ อุตส่าห์มอบหมายงานที่ง่ายที่สุดคือไปควบคุมเสียงทั้งสภาบนและสภาล่าง ตนคิดว่านายกรัฐมนตรีน่าจะมีเทคนิควิชาทำเรื่องนี้ได้เชี่ยวชาญที่สุด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้
.
นาย
ณัฐชากล่าวต่อว่า อาจจะเป็นเพราะคิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนเขาต้องการ อาจไม่ใช่ความต้องการของประชาชนหรือไม่ แต่สุดท้ายวันนี้เสียงของประชาชนตะโกนดังๆ กึกก้องทั้งประเทศ 21,621,638 เสียง นี่คือเสียงตะโกนของประชาชนว่าเขาต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องปรับเปลี่ยนต้องแก้ไข และไม่ใช่แค่เสียงของพรรคฝ่ายค้านด้วย มันเป็นเสียงที่มาจากทุกพรรค และประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องการ แต่ท่านไม่ได้ยินเสียงตะโกนของประชาชนทั้งประเทศ ท่านได้ยินแต่เสียงกระซิบเบาๆ ของคนบางคนในบุรีรัมย์ แล้วนำพาประเทศนี้ไปในทิศทางที่ท่านต้องการ เราจะอยู่กันอย่างไร ในวันเริ่มต้นการทำงานไม่มีแม้แต่คำเดียวว่าความต้องการของคนกว่า 21 ล้านคนจะทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างไร ให้โอกาสพูดสักนิด ก่อนจะจบคืนนี้ ไปขอเริ่มต้นโอกาสการทำงานที่ดีกว่านี้หน่อย
.
นาย
ณัฐชากล่าวอีกว่า คาแร็กเตอร์ท่าทางดูไม่น่าเชื่อถือ ในคำแถลงนโยบายฉบับนี้มีนโยบายหนึ่งที่เขียนบอกว่าจะเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร อยากให้ประเทศไทยเป็นห้องอาหารโลก มีความมั่นคงหลากหลายในเรื่องอาหารที่จะเป็นจุดเด่น แต่ทราบหรือไม่ว่าประชาชนที่รู้นโยบายนี้ตกใจ วันนี้ปัญหาปลาหมอคางดำ กัดกินแม่น้ำลำคลองไปหมดแล้ว ปลาท้องถิ่น สายพันธุ์ธรรมชาติ ไม่มีแล้ว ท่านจะนำพานโยบายห้องอาหารโลกไปในทิศทางไหน เพราะในแม่น้ำลำคลองของบ้านเรามีแต่ศัตรูที่กำลังกัดกินชีวิตพี่น้องคนไทย
.
นาย
ณัฐชากล่าวด้วยว่า ที่บอกว่าจะทำพยาบาลอาสาที่พูดมาดูดี แต่จะไปต่อได้หรือไม่ ในทางการเมืองและนักวิเคราะห์ทางการเมืองบอกว่าที่ผ่านมาใช้องค์การพยาบาลอาสาสมัคร จึงยกระดับเรื่องพวกนี้อำนวยความสะดวกคนที่ทำภารกิจทางการเมืองของท่านให้ไปทำงาน ตนไม่ได้ปรามาส เพราะหากมีความตั้งใจที่จะดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ก็ไปดูตัวอย่างผู้ปฏิบัติของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ทำไปแล้ว พยาบาลอาชีพ ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่เพียงพอ แต่วันนี้กลับมาคิดชื่อใหม่ เอามาทำในกระทรวงที่ดูแลเองแล้วเปลี่ยนผ่าน ยกระดับ
.
“
เขียนนโยบายแบบนี้ มองจากดาวอังคารมาก็รู้ว่าหวังประโยชน์อื่นใด มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองหรือไม่ วิธีการการเขียนแบบนี้ดูเป็นการบริหารแบบร่วงโลกกินรวบบาปบนคราบน้ำตาของประชาชน เพราะคนรอบข้างรอบตัว ไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีอย่างเดียว มักมีความสามารถพิเศษที่สามารถเห็นวิกฤตเป็นโอกาส ใช้วิกฤตที่พี่น้องประชาชนกำลังอด ‘อด จน ตาย’ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงให้พวกพ้อง ‘รวยจนอ้วก’ แต่วิกฤตโควิดที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทั้งเรื่องหน้ากากอนามัย และวัคซีน สุดท้ายโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารจัดการ พอมาวิกฤตนี้เรียกว่าตายทั้งเป็น เพราะน้ำมันแพงเป็นชนวนเหตุให้เดินหน้าไปในทิศทางอื่นไม่ได้” นาย
ณัฐชากล่าว
.
นาย
ณัฐชากล่าวต่อว่า วิธีการบริหารจัดการของท่านเป็นภาพลักษณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถเชื่อมั่น และเชื่อถือผู้บริหารสูงสุดของประเทศนี้ได้ คิดดูว่าเขายิงกันที่ตะวันออกวันเดียว วันรุ่งขึ้นประเทศไทยและเอเชียโกลาหล นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ทำอะไรก็วิกฤตแล้ว เพราะเขาไม่เชื่อมั่นเชื่อใจว่าคนคนนี้จะบริหารสถานการณ์วิกฤตอย่างไร และเมื่อเริ่มทำงานก็ตกใจใหญ่ ประเทศไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่ตกใจ ตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปดูแลเลย แล้วคนในประเทศจะรู้สึกไปทางไหน เขาจะรู้สึกเหมือนให้เสือไปเฝ้าเขียงเนื้อ คิดว่าจะอดใจไหว และไม่ใช่เสือธรรมดา เป็นเสือหิว หมดไปเยอะช่วงเลือกตั้ง เสือหิวเดินน้ำลายยืดไปเลย ไปบริหารงาน แล้วจะให้ประชาชนเชื่อว่าจะนำพาวิกฤตนี้ผ่านพ้นไปได้อย่างไร
JJNY : พริษฐ์ซัดเบี้ยวสัญญา โยนงาน ลดสเปก│ณัฐชาตกใจวิกฤตพลังงาน│พริษฐ์โวยโสภณชิงปิดประชุม│ร้อนไม่ไหวแล้ว ฝุ่นเกินเกณฑ์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5673805
.
.
‘พริษฐ์’ ซัด รัฐบาล เหมือนผู้รับเหมาจ่อขึ้นบัญชีดำ ทั้งเบี้ยวสัญญา โยนงาน ลดสเปก ยกเหตุ ‘บังเอิญ พลัส’ ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งในปีที่มีบาร์โค้ด-โยกย้าย ขรก. มหาดไทยมากสุด ขอนายกฯ หนุนตั้ง กมธ. ให้ทุกพรรคตรวจสอบการเลือกตั้ง ยอมให้ กกต. ฟ้องคดีฮั้ว สว. เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ลั่นฝ่ายค้านจะเป็นเหมือนเงาตามรัฐบาลทุกฝีก้าว หากทุจริตสภาต้องเรียกมาขึ้นบัญชีดำ
.
จากนั้นเวลา 21.40 น. วันที่ 10 มษายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยกล่าวว่า รัฐบาลใหม่นี้ ไม่ได้ใหม่ขนาดนั้น นายกรัฐมนตรีคนเดิม พรีเซนเตอร์ชุดเดิม เปลี่ยนเพียงพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น แต่จากผลงานที่ผ่านมาโดยเฉพาะการรับมือวิกฤตพลังงานช่วงรักษาการ รวมถึงการตอบคำถามในวันแถลงนโยบาย
.
“รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นรัฐบาลมืออาชีพ ที่ประชาชนจะฝากผีฝากไข้ได้ แต่เหมือนผู้รับเหมาที่เตรียมขึ้นบัญชีดำ เพราะหากดูหลักเกณฑ์การขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ จะพบว่ามีอย่างน้อย 5 พฤติกรรมที่คล้ายกับที่รัฐบาลชุดนี้กำลังทำกับประชาชน” นายพริษฐ์กล่าว
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า พฤติกรรมที่1. คือการเบี้ยวสัญญา ที่ผ่านมาช่วงหาเสียงใช้วิธี ‘พูดแล้วทำ’ โดยการไม่พูดอะไรเลย นอกจากโอ้อวดตนว่ารักชาติ นโยบายที่ส่งให้ กกต. ก็น้อยกว่าพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทยถึง 7 เท่า เช่น เรื่องการลดค่าไฟ 3 บาท ที่ไม่ได้ลดทุกครัวเรือน หรือการแก้รัฐธรรมนูญ ที่แม้จะมีการออกเสียงประชามติ กลับไม่ปรากฏเรื่องนี้ในคำแถลงนโยบาย
.
2. การส่งงานล่าช้า ในคำแถลงนโยบายได้ย้ำถึง 3 ครั้งว่าโลกเรามีความไม่แน่นอนสูง ไม่รู้จะเป็นข้ออ้างหรือเปล่าที่ทำให้รัฐบาลต้องเบี้ยวสัญญา ข้ออ้างนี้จะฟังขึ้นก็ต่อเมื่อเราเห็นว่านายกฯ ตอบสนองต่อประชาชนอย่างรวดเร็ว แทนที่จะเป็นการทำงานแบบ สั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน แต่นายกฯ มักจะปล่อยให้ประเทศเสียหายตั้งนานโดยไม่สั่งการเสียที
.
“สิ่งที่ผมให้อภัยท่านนายกฯ ไม่ได้มากที่สุด เพราะเมื่อปัญหาเกิดกับประชาชน ท่านมักจะเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า แต่เมื่อใดที่ปัญหาเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง ท่านจะแก้ปัญหาอย่างว่องไว เช่นวันที่ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาท ผมเชื่อว่าวันนั้นท่านตั้งใจให้สภาปิดประชุมก่อน เลิกพูดเรื่องพลังงานก่อน แล้วจึงตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาทรวดเดียว จะกลับมาพูดก็ไม่ได้อีก เพราะประธานไม่ได้นัดประชุมสภาฯ แต่การปกป้องประชาชน ท่านไม่วางแผนอะไรเลย ออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางต่างๆ จากวันนั้นผ่านมา 2 สัปดาห์ ยังไม่มีเงินสักบาทส่งถึงพี่น้องประชาชน” นายพริษฐ์กล่าว
.
3. การลดสเปก ท่านนายกฯ ชอบการห้อยท้ายทุกนโยบายด้วยคำว่า ‘พลัส’ แต่เครื่องหมายที่เหมาะกับรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เครื่องหมายบวก แต่คือเครื่องหมายดอกจันทน์เพราะนโยบายมักจะห่างจากความคาดหวังของประชาชน ต้องมีหมายเหตุกำกับไว้เสมอ เช่น ราคามะพร้าว 7-10 บาทต่อลูก แต่ข้อมูลตามเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆ อยู่ที่ 3-5 บาทต่อลูก ล้งกลางที่รัฐบาลบอกว่าจะจัดทำ ก็ลดสเกลมาเป็นล้งชุมชน
.
4. การโยนงาน นายกฯ มักโยนงานสำคัญๆ ให้ผู้อื่นรับผิดชอบแทน เสมือนพ่อค้าคนกลางที่พร้อมลอยตัวเหนือความรับผิดชอบ รอหักหัวคิด เรื่องชายแดนโยนให้กองทัพ เรื่องฝุ่นโยนให้ผู้ว่า เรื่องวิกฤตพลังงานก็โยนให้หน่วยงาน จะรอดูว่านายกฯ จะโยนให้รัฐมนตรีท่านใดมาตอบกระทู้แทน
.
อีกทั้งดูเหมือนว่านายกฯ กำลังจะโยนงานเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ทั้งหมดให้พรรคร่วมรัฐบาล การแบ่งกระทรวงกันทำเป็นเรื่องปกติ แต่การพัฒนาทุนมนุษย์ที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคต เป็นวาระที่นายกฯ จะสั่งการให้คนอื่นทำแทนทั้งหมดไม่ได้ เพราะถ้านายกฯ เห็นภาพไม่ตรงกับพรรคร่วม อนาคตลูกหลานเราก็ไม่ดีขึ้น
.
และ 5. ข้อครหาเรื่องการทุจริต นายกฯ ออกมาพูดว่าอับอายกับคะแนนความโปร่งใสของประเทศเราที่ตกต่ำ ท่านจะยึดแค่เพียงคำพูดในเอกสารคำแถลงนโยบาย ก็ถือว่าใช้ได้ แต่คำพูดจะขาดความน่าเชื่อถือ หากนายกฯ ยังกระทำการสุ่มเสี่ยงพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันเสียเอง อย่างการที่ผู้รับเหมามีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทที่คุมงานก่อสร้าง แต่นายกฯ ก็ยังเลือกตั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปกำกับดูแลหน่วยงานด้านวิกฤตพลังงาน ทั้งที่รู้ว่านายพิพัฒน์ถือครองธุรกิจน้ำมัน
.
การทุจริตอีกประเภทคือผู้รับเหมาได้งานมาโดยไม่สุจริต ทั้งการจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือฮั้วประมูล ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาฯ มากที่สุดครั้งหนึ่ง แต่ก็มีคำถามเรื่องการเลือกตั้งมากที่สุดครั้งหนึ่งเช่นกัน เช่น สว. 150 คนที่อยู่ในสำนวนเดียวกันกับพรรคของนายกฯ โดยคณะไต่สวนของ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงการเลือกตั้งที่พรรคของท่านชนะเป็นครั้งแรก ก็บังเอิญเป็นการเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดซึ่งสืบย้อนไปได้ว่าใครเลือกใคร และบังเอิญมีข้าราชการมหาดไทยในพื้นที่ถูกโยกย้ายมากที่สุดครั้งหนึ่ง
.
“หากท่านต้องการให้ประชาชนเชื่อว่า ความบังเอิญพลัสเหล่านี้ เป็นความบังเอิญจริง ท่านต้องยืนยัน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ท่านต้องสนับสนุนให้สภาฯ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญให้ทุกพรรคการเมืองร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย ไม่ให้ใครกล่าวหาได้ ว่ามี สส. ที่เข้ามาเพราะโกงเลือกตั้ง และท่านต้องยืนยันให้ กกต. มีมติสั่งฟ้องท่านและพรรคพวก ตามมติของคณะไต่สวนกรณีโกงเลือก สว. เพื่อให้ท่านได้พิสูจน์ในชั้นศาลว่า ครม. ของท่าน ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนที่ปล้นอำนาจมาจากประชาชน” นายพริษฐ์กล่าว
.
นายพริษฐ์กล่าวว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ตนเองหวังว่า 5 พฤติกรรมดังกล่าว จะเป็นอาการชั่วคราว เพื่อพิสูจน์ว่าพวกตนประเมินท่านผิดไป ตนเองและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำตัวเป็นดังเงา ติดตามท่านทุกฝีก้าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน หากรัฐบาลท่านเดินหน้าด้วยความทุจริตใดๆ ก็ตาม พวกเราสภาแห่งนี้ ก็ต้องเรียกท่านมาขึ้นบัญชีดำเช่นกัน
.
.
ณัฐชา ตกใจ วิกฤตพลังงาน นายกฯตั้งรมว.คมนาคมดู ตรึงราคาน้ำมันไม่ได้ แต่หน้า-หูตึง ตีมึนเรื่องไอ้โม่ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5673765
.
‘ณัฐชา’ ย้อน ‘ภท.’ ฝึกงาน 4 เดือนแล้ว แต่มาทิ้งกลางทาง ถามจะทิ้ง 20 ล้านเสียง รธน.หรือ แถมกินรวบ โยนบาป บนคราบน้ำตา ปชช. เหน็บขนาดตกใจวิกฤตน้ำมัน ยังดันตั้ง ‘รมว.คมนาคม’ ไปดูแล เหมือนให้เสือหิวไปเฝ้าเขียงเนื้อ จวกบอกวันนี้ โกหกตั้งแต่เมื่อวาน โปรยคำหวานบนเวทีหาเสียง พอเริ่มรัฐบาลคนพอแล้ว ซวยไม่ไหว มี ‘นายกฯ’ แบบนี้
.
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 10 เมษายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตั้งแต่ฟังคำแถลงนโยบายมา 5 ครั้ง หากหลับตาฟัง ถือว่าครั้งนี้ทำได้ดี เห็นภาพ มองแล้วมีอนาคต หลับตาฟังเพลินๆ แล้วรู้สึกอนาคตจะสดใส แต่พอลืมตาแล้วนั้น เจอหน้านายกรัฐมนตรีคนเดิม มันหมดความน่าเชื่อถือว่าที่ฟังดูดีมันจะเป็นจริงได้หรือไม่ หากบอกว่าการทำงานต้องไปฝึกงานลองก่อน 4 เดือน รอบที่แล้วตนพูดได้ เพราะว่าเป็นคนเสนอ เป็นคนโหวตให้ทดลองงานก่อน ถ้าเป็นเด็กฝึกงานแบบนี้ เรียกว่าฝึกได้กลางทางแล้วหนีกลับบ้าน เพราะผ่านไป 2 เดือนไม่ทำอะไรเลย สิ่งที่มอบหมายภารกิจไว้ตามเอ็มโอเอท่านไม่ทำ อุตส่าห์มอบหมายงานที่ง่ายที่สุดคือไปควบคุมเสียงทั้งสภาบนและสภาล่าง ตนคิดว่านายกรัฐมนตรีน่าจะมีเทคนิควิชาทำเรื่องนี้ได้เชี่ยวชาญที่สุด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้
.
นายณัฐชากล่าวต่อว่า อาจจะเป็นเพราะคิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนเขาต้องการ อาจไม่ใช่ความต้องการของประชาชนหรือไม่ แต่สุดท้ายวันนี้เสียงของประชาชนตะโกนดังๆ กึกก้องทั้งประเทศ 21,621,638 เสียง นี่คือเสียงตะโกนของประชาชนว่าเขาต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องปรับเปลี่ยนต้องแก้ไข และไม่ใช่แค่เสียงของพรรคฝ่ายค้านด้วย มันเป็นเสียงที่มาจากทุกพรรค และประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องการ แต่ท่านไม่ได้ยินเสียงตะโกนของประชาชนทั้งประเทศ ท่านได้ยินแต่เสียงกระซิบเบาๆ ของคนบางคนในบุรีรัมย์ แล้วนำพาประเทศนี้ไปในทิศทางที่ท่านต้องการ เราจะอยู่กันอย่างไร ในวันเริ่มต้นการทำงานไม่มีแม้แต่คำเดียวว่าความต้องการของคนกว่า 21 ล้านคนจะทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างไร ให้โอกาสพูดสักนิด ก่อนจะจบคืนนี้ ไปขอเริ่มต้นโอกาสการทำงานที่ดีกว่านี้หน่อย
.
นายณัฐชากล่าวอีกว่า คาแร็กเตอร์ท่าทางดูไม่น่าเชื่อถือ ในคำแถลงนโยบายฉบับนี้มีนโยบายหนึ่งที่เขียนบอกว่าจะเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร อยากให้ประเทศไทยเป็นห้องอาหารโลก มีความมั่นคงหลากหลายในเรื่องอาหารที่จะเป็นจุดเด่น แต่ทราบหรือไม่ว่าประชาชนที่รู้นโยบายนี้ตกใจ วันนี้ปัญหาปลาหมอคางดำ กัดกินแม่น้ำลำคลองไปหมดแล้ว ปลาท้องถิ่น สายพันธุ์ธรรมชาติ ไม่มีแล้ว ท่านจะนำพานโยบายห้องอาหารโลกไปในทิศทางไหน เพราะในแม่น้ำลำคลองของบ้านเรามีแต่ศัตรูที่กำลังกัดกินชีวิตพี่น้องคนไทย
.
นายณัฐชากล่าวด้วยว่า ที่บอกว่าจะทำพยาบาลอาสาที่พูดมาดูดี แต่จะไปต่อได้หรือไม่ ในทางการเมืองและนักวิเคราะห์ทางการเมืองบอกว่าที่ผ่านมาใช้องค์การพยาบาลอาสาสมัคร จึงยกระดับเรื่องพวกนี้อำนวยความสะดวกคนที่ทำภารกิจทางการเมืองของท่านให้ไปทำงาน ตนไม่ได้ปรามาส เพราะหากมีความตั้งใจที่จะดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ก็ไปดูตัวอย่างผู้ปฏิบัติของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ทำไปแล้ว พยาบาลอาชีพ ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่เพียงพอ แต่วันนี้กลับมาคิดชื่อใหม่ เอามาทำในกระทรวงที่ดูแลเองแล้วเปลี่ยนผ่าน ยกระดับ
.
“เขียนนโยบายแบบนี้ มองจากดาวอังคารมาก็รู้ว่าหวังประโยชน์อื่นใด มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองหรือไม่ วิธีการการเขียนแบบนี้ดูเป็นการบริหารแบบร่วงโลกกินรวบบาปบนคราบน้ำตาของประชาชน เพราะคนรอบข้างรอบตัว ไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีอย่างเดียว มักมีความสามารถพิเศษที่สามารถเห็นวิกฤตเป็นโอกาส ใช้วิกฤตที่พี่น้องประชาชนกำลังอด ‘อด จน ตาย’ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงให้พวกพ้อง ‘รวยจนอ้วก’ แต่วิกฤตโควิดที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทั้งเรื่องหน้ากากอนามัย และวัคซีน สุดท้ายโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารจัดการ พอมาวิกฤตนี้เรียกว่าตายทั้งเป็น เพราะน้ำมันแพงเป็นชนวนเหตุให้เดินหน้าไปในทิศทางอื่นไม่ได้” นายณัฐชากล่าว
.
นายณัฐชากล่าวต่อว่า วิธีการบริหารจัดการของท่านเป็นภาพลักษณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถเชื่อมั่น และเชื่อถือผู้บริหารสูงสุดของประเทศนี้ได้ คิดดูว่าเขายิงกันที่ตะวันออกวันเดียว วันรุ่งขึ้นประเทศไทยและเอเชียโกลาหล นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ทำอะไรก็วิกฤตแล้ว เพราะเขาไม่เชื่อมั่นเชื่อใจว่าคนคนนี้จะบริหารสถานการณ์วิกฤตอย่างไร และเมื่อเริ่มทำงานก็ตกใจใหญ่ ประเทศไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่ตกใจ ตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปดูแลเลย แล้วคนในประเทศจะรู้สึกไปทางไหน เขาจะรู้สึกเหมือนให้เสือไปเฝ้าเขียงเนื้อ คิดว่าจะอดใจไหว และไม่ใช่เสือธรรมดา เป็นเสือหิว หมดไปเยอะช่วงเลือกตั้ง เสือหิวเดินน้ำลายยืดไปเลย ไปบริหารงาน แล้วจะให้ประชาชนเชื่อว่าจะนำพาวิกฤตนี้ผ่านพ้นไปได้อย่างไร