▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
นักเขียนหนังสือ
แต่งเรื่องสั้น
คุณพ่อผมเสียตอนผมอายุ ๒๘
นอนหลับอยู่ดีๆ ผมก้อคิดถึงคุณพ่อคนที่แสนดีที่สุดในโลกสำหรับผม และสำหรับใครหลายๆ คนด้วย ก่อนหน้านั้นผมเห็นหลายคนจูงคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวที่โน้นที่นี้ ไปกินอาหารดีๆ พาท่านไปพักผ่อนในที่ที่ท่านอยากไป คุณพ่อคุณแม่เหล่านั้นคงดีใจและชื่นใจไม่น้อยที่วันนี้พวกท่านยังอยู่ล้อมรอบด้วยความรัก ไม่น้อยไปกว่าความรักที่พวกท่านโอบอุ้มหลายๆ คนเหล่านั้นมา ... แต่สำหรับผมไม่ได้มีโอกาสแบบนั้นเลย ... เปล่าเลยไม่ใช่พระเจ้าที่พรากโอกาสดีๆ เหล่านี้จากผมไป แต่เป็นเพราะผมไม่ใส่ใจในโอกาสที่พระเจ้าให้มาต่างหากล่ะ
ตอนอายุ ๒๘ ผมกำลังมุ่งมั่นอยู่กับการทำงาน อนาคตและรากฐานยังไม่ได้เริ่มเลย แต่นั้นแหล่ะ ผมไม่ได้โทษงานหรือความตั้งใจจะสร้างอนาคตล่ะนะ เป็นเพราะความอินดี้และความขี้เกียจของผมเองล่ะ หนุ่มโสดอย่างผมจะมีอะไรมากมาย มุ่งค้นหาในสิ่งที่ตัวเองยังไม่มีรวมถึงความรัก แต่ทั้งๆ ที่รู้ว่าความรักนั้นรออยู่ที่บ้าน จากคุณพ่อของผมที่สามารถให้ได้อย่างไม่มีหมด แต่ผมก้อหันหลังออกจากบ้าน หันไปวิ่งหาความรักในที่อื่นๆ และอ้างกับคุณพ่อว่า "ผมไม่มีเวลา" ทั้งที่เวลาผมมีมากมายที่เอาไปละลายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากมาย
ในที่สุดคุณพ่อก็จากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อตอนผมอายุ ๒๘ คุณพ่อไปพร้อมรอยยิ้มและหลับสบายไม่มีความทุกข์ทรมานใดๆ คุณพ่อไม่เหลือสิ่งใดติดค้าง เพราะคุณพ่อได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับผมมาตลอดแล้ว มีแต่ผมที่ร้องให้สะอึกสะอื้นเพราะติดค้างคุณพ่อมากมายนัก เพราะต่อให้ผมแลกเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณพ่อให้มาเพื่อให้คุณพ่อกลับมา คงทำไม่ได้แล้ว ภาพความฝันสั้นๆ ที่ผมร้องให้จนหลับไปแล้วเห็นคุณพ่อมาลูบหัว อวยพร ผมกราบเท้าร้องขอโทษ จนผมคิดว่าอยากให้ความจริงกับความฝันนั้นสลับกันเหลือเกิน แต่ก็ไม่ใช่
ในวันที่ผมอายุ ๒๘ ผมคิดกับตัวเองว่า ทำไมนะคุณพ่อไม่อยู่กับผมอีกสัก ๑๐ ปี ผมตอนอายุ ๓๘ คงเป็นหนุ่มเต็มตัว มีความรับผิดชอบ ไม่ตามหาแล้วความรักและให้เวลากับคุณพ่อมากขึ้น มีงานมีการทำ พาคุณพ่อไปทานอาหารดี ขับรถพาคุณพ่อไปเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยกัน ... แล้วทำไมนะ คุณพ่อไม่อยู่กับผมอีกสัก ๑๕ ปี ตอนผมอายุ ๔๓ ผมอาจได้เป็นเจ้าคนนายคน ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ให้คุณพ่อได้ชื่นชม วันหยุดก้อใช้เวลาอยู่ด้วยกันกับคุณพ่อช่วยปลูกต้นไม้ เลี้ยงน้องหมาที่คุณพ่อชอบ แล้วทำไมนะ คุณพ่อไม่อยู่กับผมอีกสัก ๒๐ ปี จนผมอายุ ๔๘ หรืออีกสัก ๓๐ ปี จนผมอายุ ๕๘ ถึงตอนนั้น ผมคงมีชีวิตครอบครัวที่น่ารัก มีหลานสาววัยรุ่นที่ออดอ้อนคุณปู่ หลายชายที่ออกไปวิ่งออกกำลังกายกับคุณปู่ ครอบครัวเราไปเที่ยวด้วยกันทั้งคุณปู่ คุณลูก คุณหลาน เป่าเค๊กวันเกิดให้คุณปู่ และถ้าพระเจ้าใจดีขนาดให้คุณพ่ออยู่กับผมต่ออีกสัก ๔๐ ปี จนผมอายุ ๖๘ เวลาที่มีทั้งหมดผมคงชดเชยให้คุณพ่อ ... ก็ได้
คิดไปขนาดนั้น ... พระเจ้าถามกับผมว่า ... ต่อ "เวลา" ให้ผมอยู่กับคุณพ่ออีกสัก ๕๐ ปี หรือมากกว่า ผมตอนนั้นกับตอนอายุ ๒๘ จะต่างกันไหม ...
... ผมมองย้อนหลังกับไป ๕ ปี ตอนที่ผมอายุ ๒๓ กับการอกหักครั้งร้ายแรงสุดในชีวิต ที่ทำให้ผมดรอปเรียนป.โทมาเกือบ ๒ ปี ผมทำทุกอย่างที่จะให้รักกลับมาอีกครั้ง เวลาทั้งหมดไม่ได้ทุ่มเทไปกับการงานหรืออะไรรอบตัวเลย นอกจากการตื้อ ตามหา ร้องให้ เล่น MV ย่ิงตอนฝนตกจะยิ่งโศกหนัก ผมกลับมาบ้านก้อจะตรงขังต่ออยู่ในห้อง แต่ทุกครั้งที่กลับบ้านจะเห็นคุณพ่อมองเราด้วยสายตาเป็นห่วง และพอออกมานอกห้องก็จะเห็นถุงก๊วยเตี๋ยวบ้าง โจ๊กบ้างแขวนไว้กับลูกบิดประตู ผมกินบ้างไม่กินบ้าง ใจจดจ่อไปที่การตามง้อคืนดีกับความรักที่ไม่ได้ยั่งยืนและไม่ใยดี ผมถามกับตัวเองว่าตอนผมอายุ ๒๓ แล้วอีก ๕ ปีข้างหน้าผมจะไม่มีคุณพ่อแล้ว ผมจะเปลี่ยนเวลาที่ตามหาความรักที่ไม่ยั่งยืน แล้วรักษาความรักที่ไม่หวังผลอะไรของคุณพ่อหรือเปล่า ...
... ผมมองย้อนหลังไป ๑๐ ปี ตอนผมอายุ ๑๘ อีกหนึ่งปีจะเรียนจบมหาวิทยาลัยก็จริง ... แต่ผมได้ทำอะไรเพื่อคนที่รักผมและส่งเสียผมจนจบหรือยัง ชีวิตวัยรุ่นก้อมีแต่เพื่อนกับเพื่อน ผมหายไปจากบ้านเป็นอาทิตย์บ้าง เป็นเดือนบ้าง แต่ถ้าวันไหนผมกลับมานอนบ้าน ตอนเช้าคุณพ่อก็จะรออยู่เพื่อรอดูหน้าผม แม้ว่าจะแค่ไม่กี่นาที ก้อทีผมจะออกไปแร่ดข้างนอกต่อจนถึงค่ำ ยิ่งผมโตขึ้นเมื่อไร ผมยิ่งห่างเหินกับคุณพ่อมากเท่านั้น เรื่องราวถ้อยคำย้อนความหลังสมัยผมยังเด็ก ที่อ้อนคุณพ่อ ที่ชอบนอนบนอกพ่อให้คุณพ่อกล่อมจึงจะหลับได้ เรื่องราวตอนเด็กๆ เล็กๆ ที่ผมมีคุณพ่อเป็นคนเดียวที่เป็นทั้งพ่อและแม่ เรื่องราวมากมายเหล่านั้นทำไมผมถึงได้รู้สึกน่าอาย น่ารำคาญ และไม่เคยคิดที่จะหยุดฟังท่านดีๆ ทั้งอารมณ์แปรปรวนรุนแรงที่แสดงออก แต่ได้รับกลับมาเป็นรอยยิ้มและความอบอุ่นเสมอๆ นั้น หากตอนนั้นผมรู้ว่า ผมเหลือเวลาอีกแค่ ๑๐ ปี ผมจะทำแบบนั้นไหม
... สรุปแล้ว มองไปทั้งวันข้างหน้าและวันที่ผ่านมา ผมมีแต่รักตัวเองอยู่ตลอดเวลา และตามหาในสิ่งที่คิดว่าขาด หากแต่มีอยู่มากมายจนล้นปรี่ ไม่ว่าผมจะอายุเท่าไรก็ตาม หากไม่สูญเสียผมก็จะไม่มีวันรู้คุณค่าในสิ่งที่มีอยู่เสมอ ... ผมตอบคำถามกับพระเจ้าว่า... ผมคงไม่ต้องการให้ต่อเวลาระหว่างผมกับคุณพ่อไปอีกแล้ว การสูญเสีย หาใช่การมีอยู่ ต่างหากเล่าที่ทำให้ผมได้รู้จัก เรียนรู้คำว่ารักที่มีคุณค่า และความสุขที่น้อยนิดแต่มหาศาลมากกว่าเวลา ๒๘ ปีที่ผมได้อยู่กับคุณพ่อ
อยากให้เรื่องราวของผมเป็นส่วนช่วยเตือนใจใครหลายคนที่ยังไม่สูญเสีย ได้มองเห็นความรักรอบข้าง และเลิกใช้ "เวลา" เป็นข้ออ้างแต่ใช้ "เวลา" ให้คุ้มค่ากับคนที่เรารักและรักเรา แม้เรื่องราวของผมจะเป็นแค่เศษเสี้ยวเวลาเล็กน้อย ในความทรงจำกว่าพันล้านปีของโลกใบนี้ก็ตาม
ฝันดีครับ