สอบถามผู้รู้เรื่องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ครับ ค่อนข้างซับซ้อนมาก....

สอบถามครับ  คือคุณแม่ทำสัญญาสินเชื่อธุรกิจไว้กับธนาคารแห่งหนึ่ง  แต่แล้วมีปัญหาก็ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เรื่อยมา จนปัจจุบันคุณแม่เสียชีวิตแล้ว  ทำให้ผมกับน้อง  จะต้องรับภาระหนี้สินแทน  ซึ่งอีกไม่กี่วันคงต้องไปรับสภาพหนี้กัน 2 พี่น้อง  แต่อยากทราบครับว่า  กรณีแบบนี้  ผมสามารถที่จะนำสินเชื่อดังกล่าวกลับมาเป็นกู้เคหะปกติได้หรือเปล่าครับ  หรือต้องรับสภาพหนี้ของคุณแม่ต่อไป  เพราะเรื่องรายได้ในการกู้ น่าจะผ่านทั้งคู่อยู่แล้ว  หลักประกันมูลค่าก็สูงกว่ายอดหนี้ประมาณ 3-4 เท่า  แล้วก็สงสัยว่า  หากผมกับน้องรับสภาพหนี้ก้อนดังกล่าวมาแล้วจะกระทบกับเครดิตบูโรของพวกผมหรือเปล่าครับ
รบกวนท่านผู้รู้ช่วยตอบผมหน่อย  สับสนมากครับ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี  เพราะทุกวันนี้ ชำระต่อจากคุณแม่ เข้าแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว  ไม่เข้าเงินต้นเลย.....(TT---TT)

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
ขออนุญาตให้ความเห็นครับ แต่ไม่ได้เป็นทนายแค่เคยผ่านประสบการร์และมีความรู้ด้านกฏหมายบ้างเท่านั้น ขอบอกเป็นหลักกการทั่วไปข้อๆเพื่อให้เข้าใจง่ายๆดังนี้ครับ

1. คุณต้องดูว่ารายละเอียดของสัญญาสินเชื่อธุรกิจที่คุณแม่ทำไว้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินว่ามีรายละเอียดอย่างไร เป็นสัญญาที่มีการค้ำประกันส่วนบุลคลหรือไม่ หรือเป็นสัญญาที่เอาธุรกิจของคุณแม่ค้ำ

2. ถ้าเป็นการค้ำประกันโดยธุรกิจของคุณแม่เอง ต้องมาดูว่าธุรกิจนั้นจัดตั้งเป็นรูปแบบนิติบุลคลอย่างไร ถ้าเป็น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด คุณก็ไม่ต้องรับผิดชอบแทนคุณแม่ คุณก็ให้ธนาคารไปเรียกจากนิติบุลคลเองเพราะจำกัดความรับผิดเท่าจำนวนเงินที่ยังไม่ได้ชำระค่าหุ้นเท่านั้นเอง แต่ถ้าจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วน หรือค้ำประกันส่วนบุลคล อันนี้ต้องรับผิดชอบแทนคุณแม่ในฐานะทายาท แต่ต้องพิจารณาข้อต่อไป

3. ตามหลักกฎหมายเรื่องมรดก ทายาทจะรับผิดชอบแทนผู้มอบมรดกก็แค่ตามจำนวนที่ได้รับมรดกเท่านั้น ดังนั้นคุณก็รับผิดชอบตามที่คุณเคยได้รับอะไรที่เป็นมรดกจากคุณแม่ของคุณเท่านั้น ดังนั้นตรวจสอบรายละเอียดสัญญาโดยด่วน

4. ถ้าคุณแม่ของคุณเอาหลักทรัพย์ เช่น บ้าน หรือที่ดิน จำนองเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันหนี้ดังกล่าวคุณก็ต้องมาพิจารณาว่าอยากจะเก็บไว้หรือเปล่า  คุ้มกับมูลหนี้หรือไม่ ถ้าไม่อยากเก็บก็ปล่อยให้ยึดขายทอดตลาดไป แต่ทั้งนี่คุณก็ต้องตามไปร้องหากพบว่ามีการตั้งราคาขายถูกเกินไป หรือไม่คุ้นมูลหนี้ เพราะหากขายทอดตลาดหลักทรัพย์ไม่พอมูลหนี้ธนาคารก็จะเรียกส่วนที่ขาดกับคุณแม่ซึ่งคุณก็ต้องรับผิดชอบไม่เกินมรดกที่คุณเคยได้รับเท่านั้นตามข้อ 3

5. แนะนำให้ปรึกษาทนายความ ที่สภาทนายความก็ได้ครับ ทั้งนี้เพื่อต่อสู้กันต่อไปครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่