ตอนที่ 17 Part 1

"ฉันโอนเงินเข้าธนาคารให้แกแล้ว ตอนนี้แกกับพวกหลบไปสักพักก่อนก็แล้วกัน"

"ตอนนี้ไอ้วัสมันออกจากโรงพยาบาลแล้ว เดี๋ยวมันคงจะไปให้การกับตำรวจเรื่องที่มันเห็นหน้าไอ้ชาติ นี่แกส่งคนไปเก็บมันหรือยัง"

"ครับพี่ ผมให้คนไปเก็บมันแล้วครับ แล้วนี่พี่จะเอายังไงต่อไปครับ"

"ฉันจะพักเรื่องนี้ไว้ก่อน รอดูท่าทีของไอ้มหศักดิ์มันก่อน ต่อไปฉันจะให้เจ้าภูมันจัดการตามแผนของมัน พวกแกอย่างเพิ่งทำอะไร หลบไปก่อน มีอะไรฉันจะโทรเรียกแกเอง"
"ได้ครับพี่"
ทางด้านมหศักดิ์หลังจากที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้เกือบ 4 สัปดาห์ จนอาการบาดเจ็บทุเลาลงมาก มหาสวัสดิ์ก็กลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านโดยมีณมนคอยเป็นพยาบาลจำเป็นเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

"แม่ก้อยค่ะ แม่ก้อย" ณมนเอ่ยเรียกหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นแม่นมของมหาสวัสดิ์
"มีอะไรหรือค่ะคุณมน"

"แม่ก้อยค่ะ มีอะไรทานบ้างคะ รู้ไหมค่ะว่ามีคนบางคนหิวใส้จะขาดแล้วค่ะ"

"มีข้าวขาหมู ของโปรดคุณวัสค่ะ"

"จัดมาเลยค่ะแม่ก้อย ป่านนี้นายวัสหิวแย่แล้วค่ะ"

"คุณวัสตื่นแล้วหรือคะ"

"ค่ะตอนนี้อยู่ที่สวน รีบจัดโต๊ะเถอะค่ะ ก่อนที่นายนั่นจะหิวจนเป็นลมไปซะก่อน"

"แต่ว่าก็ว่านะคะ คุณวัสเนี่ยเหลือเกินจริงๆ ขนาดร่างกายยังไม่ค่อยแข็งแรงดี ยังไปทำงานเลยค่ะ"

"ห่ะ จริงหรือคะแม่ก้อย"

"จริงซิคะคุณมน"
"ฮึ แล้วก็มาเนียนใช้เราให้ป้อนข้าวป้อนน้ำ สำออยชัดๆ"

"คุณวัสเธอคงอยากอ้อนคุณมนน่ะคะ เห็นไหมคะหายวันหายคืนเลยคะ"

"ฮึ แล้วก็ปล่อยให้เราอดหลับอดนอนดูแลทั้งวันทั้งคืน มันน่านักเชียว"

"ว่าแต่ว่า ตำรวจเขาสืบคดีไปถึงไหนแล้วคะ"

"มนก็ยังไม่ทราบเลยคะ อยากให้จับคนร้ายให้ได้สักที แต่เห็นว่าวันนี้ตำรวจจะมาสอบปากคำนายวัสน่ะคะ"

"ยังจับคนร้ายไม่ได้แบบนี้ก็ต้องระวังตัวด้วยนะคะคุณมน เพราะเราไม่รู้ว่าคนร้ายน่ะเป็นใครแล้วต้องการอะไรกันแน่"

"คุณวัสครับ"
"มีอะไรหรือ"
"สารวัตรวุฒิมาครับ"

"ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับรอง กำลังคุยกับคุณณมนอยู่ครับ"
"ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมตามไปครับ"

"ขอบคุณสารวัตรมากนะคะที่ส่งตำรวจมาคอยตรวจตราที่บ้านนะคะ"
"ครับ ไม่เป็นไรครับมันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ตราบใดที่เรายังจับตัวคนร้ายไม่ได้ คุณหญิงกับคุณมหศักดิ์ก็ยังไม่ปลอดภัยครับ"


"คุณวัสช่วยเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นหน่อยนะครับ"

"คืนนั้น หลังจากที่ผมกลับจากไปทานอาหารกับเพื่อน พอถึงตอนที่ใกล้จะเลี้ยวเข้าซอย ผมสังเกตเห็นรถตู้ของคุณอาขับผ่านไปอย่างเร็วโดยที่ไม่ได้เลี้ยวเข้าซอยบ้าน ในตอนนั้นผมรู้สึกว่ารถส่ายไปมาผิดสังเกต ผมคิดว่ารถของคุณอาน่าจะมีปัญหาแน่ๆ ก็เลยขับรถตามไปและพยายามบีบแตรให้คนขับรถของคุณอาจอดรถเพื่อจะไปดูว่ารถเป็นอะไร"


"น่าจะเป็นตอนที่ คุณแม่บอกไว้ว่า ตอนนั้นผ้าปิดตาของคุณพ่อหลุด ท่านจึงพยายามยื้อแย่งพวกมาลัยรถจากคนร้ายเพื่อให้คนร้ายจอดรถ แต่ก็โดนคนร้ายทำร้ายจนสลบไปจึงไม่ทราบว่าคุณวัสตามไป"


"ตอนนั้น พอผมเห็นว่าบีบแตรแล้วแต่รถของคุณอาไม่จอดสักที ผมก็เลยคิดว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นในรถแน่ๆ ก็เลยขับตามไปเรื่อยๆ แต่ก็ไปคลาดกันตอนไฟแดงนิดเดียว ตอนนั้นผมพยายามโทรศัพท์ติดต่อคุณอาทั้งสอง แต่ว่าคุณอาไม่รับสายเลย ผมคิดว่ามันผิดปกติแล้ว คิดไว้ว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณอาทั้งสอง ในตอนนั้นผมนึกขึ้นได้ว่าผมเคยติด GPS ที่รถของคุณอาไว้ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องที่คุณอาโดนลอบทำร้ายครั้งก่อน เพื่อจะได้ทราบการเดินทางของคุณอา หากว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ตามหากันเจอ เพราะส่วนใหญ่คุณอาจะใช้รถตู้ในการเดินทางไปทำงานหรือไปติดต่องานทุกครั้ง นี่ก็เลยอาจเป็นสาเหตุให้คุณอาตกเป็นเป้าได้ง่าย หลังจากที่ตามสัญญาณไปจนพบรถของคุณอาซึ่งจอดทิ้งไว้ตรงที่เปลี่ยวข้างทาง ผมถึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ แล้วก็ออกตามหาคุณอาทั้งสองจนกระทั้งผมได้ยินเสียงปืน ผมถึงได้ตามเสียงปืนไปจนพบตัวคุณอาทั้งสอง จากนั้นก็ได้ต่อสู้กับคนร้ายคนหนึ่ง ในตอนนั้นผมดึงไอ้โม่งของมันออกจึงได้เห็นใบหน้าของมัน ก่อนที่ผมจะโดนยิงจนสลบไป"

"แล้วคุณวัสยังจำหน้าของคนร้ายได้ไหมครับ"

"ได้ครับ แต่ก็ไม่ค่อยชัดนักเพราะมันมืดมาก แต่ก็พอจะบอกรูปร่างและเคล้าโคลงหน้าของคนร้ายได้ครับ"

"คุณวัสพอจะทราบไหมว่าคนร้ายเป็นใคร แล้วเคยเห็นหน้ามันมาก่อนหรือเปล่าครับ"

"ไม่ทราบครับ ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย"

"ผมขอสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจจะถูกว่าจ้างจากใครสักคนหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นศัตรูกับคุณมหศักดิ์ทางธุรกิจนะครับ ถ้ายังไงผมขอเชิญคุณวัสไปให้รายละเอียดเกี่ยวกับคนร้ายที่โรงพักด้วยนะครับ เราจะได้สเก็ตภาพคนร้ายจะได้ประกาศจับ ส่วนปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุนอกจากปลอกกระสุนของคุณวัสแล้ว เรายังพิสูจน์อะไรไม่ได้เนื่องจากทั้งปืนและกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นของเถื่อน คาดว่าคนร้ายคงวางแผนมาเป็นอย่างดีเพราะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลยครับ"

"มนขอขอบคุณสารวัตรมากนะคะ"
"ครับ ได้ข้อมูลคืบหน้ายังไงผมจะแจ้งให้ทราบนะครับ แต่ระหว่างนี้ผมจะจัดเวรให้เจ้าหน้าที่มาดูแลที่นี่ให้นะครับ ฝากบอกคุณหญิงกับคุณมหศักดิ์ด้วยนะครับว่าทางเจ้าหน้าที่จะพยายามจับตัวคนร้ายให้ได้"
"ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ"

"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปให้รายละเอียดเกี่ยวกับคนร้ายที่โรงพักนะครับสารวัตร"

"ครับ แล้วพบกันที่โรงพักนะครับ"

"เดี๋ยวมนเดินไปส่งนะคะ"

"อื้อหือ อร่อยเหมือนกันนะ นี่เธอทำเองจริงๆ หรือแม่ก้อยทำกันแน่"

"นี่พูดมาก จะกินหรือไม่กิน ฉันทำให้กินก็บุญแค่ไหนแล้ว ยังมาทำปากดีอีก"

"คงคิดล่ะซิ ว่าคนอย่างฉันจะทำกับข้าวไม่เป็น ฉันจะบอกให้ฝีมืออย่างฉันนี่เชฟกระทะเหล็กยังต้องชิดซ้ายเลยนะจะบอกให้"

"ครับ เชื่อแล้ว แค่ข้าวต้มเนี่ยนะ"

"นี่! จะกินมั้ย ไม่กินก็เอามาเลย"


"ฉันล้อเล่นน่ะ"

"ฝันไปเถอะ ต่อไปฉันจะไม่ทำให้นายกินอีกแล้วละย่ะ"

"งอนอีกแล้ว"


"ยี้ ใครงอนนาย อย่างนายฉันไม่งอนให้เสียเวลาหรอก หลงตัวเอง สำคัญตัวเองผิดไปหรือเปล่าห่ะ"


เมื่อเห็นชายหนุ่มทำสีหน้าเคร่งครึมและเงียบไปไม่ต่อปากต่อคำกับเธออีก เธอจึงรู้สึกซะใจที่สามารถพูดให้เขารู้สึกเจ็บได้


แต่เมื่อเห็นเขานั่งทานข้าวอย่างเงียบๆ ไม่พูดอะไรกับเธออีก เธอก็ชักใจไม่ดี คิดว่าตัวเองอาจจะพูดกับเขาแรงเกินไป

"อะไรกัน พูดแค่นี้ถึงกับเงียบไปเลยหรือ บ้าน่า คำพูดแค่นี้ไม่ทำให้นายคิดมากหรอก ใช่ไหม"


"เอ๊ย ฉันล้อเล่นน่ะ คิดเป็นจริงเป็นจังด้วยหรือ"

เมื่อเธอเห็นว่าเขายังเฉยเมยต่อเธอ ณมนก็รู้สึกใจหายและพยายามหาทางออกว่าจะทำอย่างไรดี

"ฉันล้อเธอเล่นน่ะ นี่คิดว่าฉันโกรธเธอจริงๆ หรือ"

"เธอนี่หลอกง่ายจังเลยนะ"

"ใช่ ฉันมันหลอกง่าย สนุกมากนักใช่ไหมที่แกล้งฉันได้เนี่ย คอยดูนะต่อไปนี้ฉันจะไม่มาอีกเลย" พูดจบณมนก็วิ่งออกจากบ้านไปด้วยความโมโหที่โดนเขาแกล้งอีกแล้ว
ติดตามอ่าน "อุบัติรัก สลัดลาย" (นิยายมโน) ในตอนที่ 17 Part 2
"อุบัติรัก สลัดลาย" (นิยายมโน) ตอนที่ 17 Part 1 นำแสดงโดย พี่ตุ้ย - ขวัญ
"ฉันโอนเงินเข้าธนาคารให้แกแล้ว ตอนนี้แกกับพวกหลบไปสักพักก่อนก็แล้วกัน"
"ตอนนี้ไอ้วัสมันออกจากโรงพยาบาลแล้ว เดี๋ยวมันคงจะไปให้การกับตำรวจเรื่องที่มันเห็นหน้าไอ้ชาติ นี่แกส่งคนไปเก็บมันหรือยัง"
"ครับพี่ ผมให้คนไปเก็บมันแล้วครับ แล้วนี่พี่จะเอายังไงต่อไปครับ"
"ฉันจะพักเรื่องนี้ไว้ก่อน รอดูท่าทีของไอ้มหศักดิ์มันก่อน ต่อไปฉันจะให้เจ้าภูมันจัดการตามแผนของมัน พวกแกอย่างเพิ่งทำอะไร หลบไปก่อน มีอะไรฉันจะโทรเรียกแกเอง"
"ได้ครับพี่"
ทางด้านมหศักดิ์หลังจากที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้เกือบ 4 สัปดาห์ จนอาการบาดเจ็บทุเลาลงมาก มหาสวัสดิ์ก็กลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านโดยมีณมนคอยเป็นพยาบาลจำเป็นเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด
"แม่ก้อยค่ะ แม่ก้อย" ณมนเอ่ยเรียกหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นแม่นมของมหาสวัสดิ์
"มีอะไรหรือค่ะคุณมน"
"แม่ก้อยค่ะ มีอะไรทานบ้างคะ รู้ไหมค่ะว่ามีคนบางคนหิวใส้จะขาดแล้วค่ะ"
"มีข้าวขาหมู ของโปรดคุณวัสค่ะ"
"จัดมาเลยค่ะแม่ก้อย ป่านนี้นายวัสหิวแย่แล้วค่ะ"
"คุณวัสตื่นแล้วหรือคะ"
"ค่ะตอนนี้อยู่ที่สวน รีบจัดโต๊ะเถอะค่ะ ก่อนที่นายนั่นจะหิวจนเป็นลมไปซะก่อน"
"แต่ว่าก็ว่านะคะ คุณวัสเนี่ยเหลือเกินจริงๆ ขนาดร่างกายยังไม่ค่อยแข็งแรงดี ยังไปทำงานเลยค่ะ"
"ห่ะ จริงหรือคะแม่ก้อย"
"จริงซิคะคุณมน"
"ฮึ แล้วก็มาเนียนใช้เราให้ป้อนข้าวป้อนน้ำ สำออยชัดๆ"
"คุณวัสเธอคงอยากอ้อนคุณมนน่ะคะ เห็นไหมคะหายวันหายคืนเลยคะ"
"ฮึ แล้วก็ปล่อยให้เราอดหลับอดนอนดูแลทั้งวันทั้งคืน มันน่านักเชียว"
"ว่าแต่ว่า ตำรวจเขาสืบคดีไปถึงไหนแล้วคะ"
"มนก็ยังไม่ทราบเลยคะ อยากให้จับคนร้ายให้ได้สักที แต่เห็นว่าวันนี้ตำรวจจะมาสอบปากคำนายวัสน่ะคะ"
"ยังจับคนร้ายไม่ได้แบบนี้ก็ต้องระวังตัวด้วยนะคะคุณมน เพราะเราไม่รู้ว่าคนร้ายน่ะเป็นใครแล้วต้องการอะไรกันแน่"
"คุณวัสครับ"
"มีอะไรหรือ"
"สารวัตรวุฒิมาครับ"
"ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับรอง กำลังคุยกับคุณณมนอยู่ครับ"
"ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมตามไปครับ"
"ขอบคุณสารวัตรมากนะคะที่ส่งตำรวจมาคอยตรวจตราที่บ้านนะคะ"
"ครับ ไม่เป็นไรครับมันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ตราบใดที่เรายังจับตัวคนร้ายไม่ได้ คุณหญิงกับคุณมหศักดิ์ก็ยังไม่ปลอดภัยครับ"
"คุณวัสช่วยเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นหน่อยนะครับ"
"คืนนั้น หลังจากที่ผมกลับจากไปทานอาหารกับเพื่อน พอถึงตอนที่ใกล้จะเลี้ยวเข้าซอย ผมสังเกตเห็นรถตู้ของคุณอาขับผ่านไปอย่างเร็วโดยที่ไม่ได้เลี้ยวเข้าซอยบ้าน ในตอนนั้นผมรู้สึกว่ารถส่ายไปมาผิดสังเกต ผมคิดว่ารถของคุณอาน่าจะมีปัญหาแน่ๆ ก็เลยขับรถตามไปและพยายามบีบแตรให้คนขับรถของคุณอาจอดรถเพื่อจะไปดูว่ารถเป็นอะไร"
"น่าจะเป็นตอนที่ คุณแม่บอกไว้ว่า ตอนนั้นผ้าปิดตาของคุณพ่อหลุด ท่านจึงพยายามยื้อแย่งพวกมาลัยรถจากคนร้ายเพื่อให้คนร้ายจอดรถ แต่ก็โดนคนร้ายทำร้ายจนสลบไปจึงไม่ทราบว่าคุณวัสตามไป"
"ตอนนั้น พอผมเห็นว่าบีบแตรแล้วแต่รถของคุณอาไม่จอดสักที ผมก็เลยคิดว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นในรถแน่ๆ ก็เลยขับตามไปเรื่อยๆ แต่ก็ไปคลาดกันตอนไฟแดงนิดเดียว ตอนนั้นผมพยายามโทรศัพท์ติดต่อคุณอาทั้งสอง แต่ว่าคุณอาไม่รับสายเลย ผมคิดว่ามันผิดปกติแล้ว คิดไว้ว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณอาทั้งสอง ในตอนนั้นผมนึกขึ้นได้ว่าผมเคยติด GPS ที่รถของคุณอาไว้ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องที่คุณอาโดนลอบทำร้ายครั้งก่อน เพื่อจะได้ทราบการเดินทางของคุณอา หากว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ตามหากันเจอ เพราะส่วนใหญ่คุณอาจะใช้รถตู้ในการเดินทางไปทำงานหรือไปติดต่องานทุกครั้ง นี่ก็เลยอาจเป็นสาเหตุให้คุณอาตกเป็นเป้าได้ง่าย หลังจากที่ตามสัญญาณไปจนพบรถของคุณอาซึ่งจอดทิ้งไว้ตรงที่เปลี่ยวข้างทาง ผมถึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ แล้วก็ออกตามหาคุณอาทั้งสองจนกระทั้งผมได้ยินเสียงปืน ผมถึงได้ตามเสียงปืนไปจนพบตัวคุณอาทั้งสอง จากนั้นก็ได้ต่อสู้กับคนร้ายคนหนึ่ง ในตอนนั้นผมดึงไอ้โม่งของมันออกจึงได้เห็นใบหน้าของมัน ก่อนที่ผมจะโดนยิงจนสลบไป"
"แล้วคุณวัสยังจำหน้าของคนร้ายได้ไหมครับ"
"ได้ครับ แต่ก็ไม่ค่อยชัดนักเพราะมันมืดมาก แต่ก็พอจะบอกรูปร่างและเคล้าโคลงหน้าของคนร้ายได้ครับ"
"คุณวัสพอจะทราบไหมว่าคนร้ายเป็นใคร แล้วเคยเห็นหน้ามันมาก่อนหรือเปล่าครับ"
"ไม่ทราบครับ ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย"
"ผมขอสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจจะถูกว่าจ้างจากใครสักคนหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นศัตรูกับคุณมหศักดิ์ทางธุรกิจนะครับ ถ้ายังไงผมขอเชิญคุณวัสไปให้รายละเอียดเกี่ยวกับคนร้ายที่โรงพักด้วยนะครับ เราจะได้สเก็ตภาพคนร้ายจะได้ประกาศจับ ส่วนปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุนอกจากปลอกกระสุนของคุณวัสแล้ว เรายังพิสูจน์อะไรไม่ได้เนื่องจากทั้งปืนและกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นของเถื่อน คาดว่าคนร้ายคงวางแผนมาเป็นอย่างดีเพราะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลยครับ"
"มนขอขอบคุณสารวัตรมากนะคะ"
"ครับ ได้ข้อมูลคืบหน้ายังไงผมจะแจ้งให้ทราบนะครับ แต่ระหว่างนี้ผมจะจัดเวรให้เจ้าหน้าที่มาดูแลที่นี่ให้นะครับ ฝากบอกคุณหญิงกับคุณมหศักดิ์ด้วยนะครับว่าทางเจ้าหน้าที่จะพยายามจับตัวคนร้ายให้ได้"
"ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ"
"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปให้รายละเอียดเกี่ยวกับคนร้ายที่โรงพักนะครับสารวัตร"
"ครับ แล้วพบกันที่โรงพักนะครับ"
"เดี๋ยวมนเดินไปส่งนะคะ"
"อื้อหือ อร่อยเหมือนกันนะ นี่เธอทำเองจริงๆ หรือแม่ก้อยทำกันแน่"
"นี่พูดมาก จะกินหรือไม่กิน ฉันทำให้กินก็บุญแค่ไหนแล้ว ยังมาทำปากดีอีก"
"คงคิดล่ะซิ ว่าคนอย่างฉันจะทำกับข้าวไม่เป็น ฉันจะบอกให้ฝีมืออย่างฉันนี่เชฟกระทะเหล็กยังต้องชิดซ้ายเลยนะจะบอกให้"
"ครับ เชื่อแล้ว แค่ข้าวต้มเนี่ยนะ"
"นี่! จะกินมั้ย ไม่กินก็เอามาเลย"
"ฉันล้อเล่นน่ะ"
"ฝันไปเถอะ ต่อไปฉันจะไม่ทำให้นายกินอีกแล้วละย่ะ"
"งอนอีกแล้ว"
"ยี้ ใครงอนนาย อย่างนายฉันไม่งอนให้เสียเวลาหรอก หลงตัวเอง สำคัญตัวเองผิดไปหรือเปล่าห่ะ"
เมื่อเห็นชายหนุ่มทำสีหน้าเคร่งครึมและเงียบไปไม่ต่อปากต่อคำกับเธออีก เธอจึงรู้สึกซะใจที่สามารถพูดให้เขารู้สึกเจ็บได้
แต่เมื่อเห็นเขานั่งทานข้าวอย่างเงียบๆ ไม่พูดอะไรกับเธออีก เธอก็ชักใจไม่ดี คิดว่าตัวเองอาจจะพูดกับเขาแรงเกินไป
"อะไรกัน พูดแค่นี้ถึงกับเงียบไปเลยหรือ บ้าน่า คำพูดแค่นี้ไม่ทำให้นายคิดมากหรอก ใช่ไหม"
"เอ๊ย ฉันล้อเล่นน่ะ คิดเป็นจริงเป็นจังด้วยหรือ"
เมื่อเธอเห็นว่าเขายังเฉยเมยต่อเธอ ณมนก็รู้สึกใจหายและพยายามหาทางออกว่าจะทำอย่างไรดี
"ฉันล้อเธอเล่นน่ะ นี่คิดว่าฉันโกรธเธอจริงๆ หรือ"
"เธอนี่หลอกง่ายจังเลยนะ"
"ใช่ ฉันมันหลอกง่าย สนุกมากนักใช่ไหมที่แกล้งฉันได้เนี่ย คอยดูนะต่อไปนี้ฉันจะไม่มาอีกเลย" พูดจบณมนก็วิ่งออกจากบ้านไปด้วยความโมโหที่โดนเขาแกล้งอีกแล้ว
ติดตามอ่าน "อุบัติรัก สลัดลาย" (นิยายมโน) ในตอนที่ 17 Part 2