เผย 7 องค์กรตาม รธน.อยู่ในข่ายถูกยุบ
ที่ปรึกษา คสช.เผย 7 องค์กรอิสระที่อยู่ในข่ายถูกยุบ ตาม รธน.ฉบับชั่วคราว มาตรา 35 วรรคท้าย ที่กำหนดให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาถึงความจำเป็น และความคุ้มค่าที่ต้องมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช. อธิบายว่าในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กำหนดกรอบให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทบทวนความจำเป็นว่า ควรใส่องค์กรอิสระอะไรไว้ในรัฐธรรมนูญบ้าง เพราะที่ผ่านมาอาจมีองค์กรหลายองค์กรที่อาจไม่มีความจำเป็นมากนัก แค่ออกเป็นกฎหมายธรรมดารองรับก็พอ ทั้งนี้ การพิจารณายุบหรือเลิกเฉพาะในส่วนที่ คสช.มีคำสั่งประกาศไปแล้ว ส่วนที่ยังไม่มีก็ดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 พบว่า 7 องค์กรอิสระที่อยู่ในข่ายดังกล่าว ประกอบด้วย ป.ป.ช. , กกต. , คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ,ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน , องค์กรอัยการ และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งทั้ง 7 หน่วยงาน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ในฐานะหัวหน้าส่วนงานกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. ได้เรียกไปหารือ เพื่อสอบถามปัญหาและอุปสรรคการทำงานที่ผ่านมาแล้ว
ล่าสุด คสช.ได้มีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 109/2557 เมื่อวันที่ 21 ก.ค.57 เรื่องให้สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สิ้นสุดลง รวมถึงให้ยกเลิกการดำเนินการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชุดใหม่ แต่ให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ซึ่งเรื่องดังกล่าว ทำให้เลขาธิการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรียกประชุมผู้บริหารภายใน หารืออนาคต หลังถูก คสช.สั่งยุบ เพื่อหารือแนวทางในการทำงานต่อไป โดยปฏิเสธจะแสดงความเห็นใดๆ เพราะต้องรอความชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติจาก คสช. ขณะที่บรรยากาศภายในสำนักงานซึ่งมีข้าราชการและลูกจ้างประมาณ 200 คน และพนักงานลูกจ้าง 70 คน ยังคงมาทำงานตามปกติ
ขณะที่ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.เตรียมเสนอ คสช. แก้ไขกฎหมายให้การบริหารจัดการ ปปง. เป็นไปโดยอิสระไม่อยู่ภายใต้การควบคุมจากฝ่ายการเมืองโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ ไม่ใช่การเพิ่มอำนาจให้ ปปง. หรือให้ ปปง.เป็นองค์กรอิสระ แต่เน้นการปรับโครงสร้างบริหารการทำงานให้เป็นอิสระ พร้อมเพิ่มบุคคลากรทำหน้าตรวจสอบธุรกรรมจากสถาบันทางการเงินทั่วประเทศ ประมาณ 2,000 คน
วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 เวลา 11:21:14 น.
จากเที่ยงวันทันข่าว
ยุบหนอ .... ยุบหนอ...
ที่ปรึกษา คสช.เผย 7 องค์กรอิสระที่อยู่ในข่ายถูกยุบ ตาม รธน.ฉบับชั่วคราว มาตรา 35 วรรคท้าย ที่กำหนดให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาถึงความจำเป็น และความคุ้มค่าที่ต้องมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช. อธิบายว่าในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กำหนดกรอบให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทบทวนความจำเป็นว่า ควรใส่องค์กรอิสระอะไรไว้ในรัฐธรรมนูญบ้าง เพราะที่ผ่านมาอาจมีองค์กรหลายองค์กรที่อาจไม่มีความจำเป็นมากนัก แค่ออกเป็นกฎหมายธรรมดารองรับก็พอ ทั้งนี้ การพิจารณายุบหรือเลิกเฉพาะในส่วนที่ คสช.มีคำสั่งประกาศไปแล้ว ส่วนที่ยังไม่มีก็ดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 พบว่า 7 องค์กรอิสระที่อยู่ในข่ายดังกล่าว ประกอบด้วย ป.ป.ช. , กกต. , คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ,ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน , องค์กรอัยการ และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งทั้ง 7 หน่วยงาน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ในฐานะหัวหน้าส่วนงานกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. ได้เรียกไปหารือ เพื่อสอบถามปัญหาและอุปสรรคการทำงานที่ผ่านมาแล้ว
ล่าสุด คสช.ได้มีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 109/2557 เมื่อวันที่ 21 ก.ค.57 เรื่องให้สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สิ้นสุดลง รวมถึงให้ยกเลิกการดำเนินการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชุดใหม่ แต่ให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ซึ่งเรื่องดังกล่าว ทำให้เลขาธิการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรียกประชุมผู้บริหารภายใน หารืออนาคต หลังถูก คสช.สั่งยุบ เพื่อหารือแนวทางในการทำงานต่อไป โดยปฏิเสธจะแสดงความเห็นใดๆ เพราะต้องรอความชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติจาก คสช. ขณะที่บรรยากาศภายในสำนักงานซึ่งมีข้าราชการและลูกจ้างประมาณ 200 คน และพนักงานลูกจ้าง 70 คน ยังคงมาทำงานตามปกติ
ขณะที่ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.เตรียมเสนอ คสช. แก้ไขกฎหมายให้การบริหารจัดการ ปปง. เป็นไปโดยอิสระไม่อยู่ภายใต้การควบคุมจากฝ่ายการเมืองโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ ไม่ใช่การเพิ่มอำนาจให้ ปปง. หรือให้ ปปง.เป็นองค์กรอิสระ แต่เน้นการปรับโครงสร้างบริหารการทำงานให้เป็นอิสระ พร้อมเพิ่มบุคคลากรทำหน้าตรวจสอบธุรกรรมจากสถาบันทางการเงินทั่วประเทศ ประมาณ 2,000 คน
วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 เวลา 11:21:14 น.
จากเที่ยงวันทันข่าว