เนื่องจากทางครอบครัวของดิฉันทำอาชีพค้าขายวัสดุก่อสร้างค่ะ พวกฮาร์ดแวร์ เป็นตึกห้องเดียวเล็กๆค่ะ
คุณพ่อไม่เป็นหนังสือส่วนคุณแม่จบแค่ ป สี่ ดำเนินกิจการมากว่าสิบปีแล้วค่ะ
ปกติจะขายให้กับชาวบ้านเป็นส่วนมาก และบริษัทเล็กน้อยเท่านั้น
แถวบ้านเรามีร้านฮาร์ดแวร์เยอะมากค่ะ ประมาณเกือบ10 ร้าน ร้านเราอยุ่ในซอย ไกลสุด
ต้องขายสินค้าราคาถูกเพื่อดึงดูดลูกค้าค่ะ แทบจะไม่มีกำไรเลยจริงๆ
และเราได้เหมาจ่ายภาษีตามปกติไม่เคยขาดค่ะ เค้าขอเหมาเพิ่มก้ยอมค่ะ
ต่อมาในปี 52 ได้มีกรมเกี่ยวกับรัฐบาลมาติดต่อซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างประมาณ 2-3 ที่ค่ะ
โดยปี 52 ยอดเงินมันเกิน 1.8 ล้าน และได้ทำการซื้อขายอุปกรณ์ก่อสร้างมาเรื่อยๆแต่ลดลงทุกปี
แต่ตอนนี้ได้รับจดหมายเรียกไปยังกรมสรรพากรเพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ
โดนเงินต้นไปประมาณ 8แสนกว่าบาทค่ะ แต่รวมๆภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลัง 5 ปีก็ 3 ล้านกว่าบาท
ทางบ้านไม่รู้จะทำอย่างไรดี. คุยกับพนงกรมสรรพากรแล้วเค้าบอกช่วยได้เท่านี้ค่ะ แต่สามารถผ่อนได้
แต่มันทำให้คนทั้งครอบครัวเครียดมากค่ะ กว่าสิบปีเงินสามล้านหามามันหายากมาก เราต้องเอาตึกเข้าโอดีมาหมุนเพื่อขายของ
แม่เราก้เครียดค่ะ ต้องเข้ารพ กินยาระงับประสาท อยู่ๆก็ร้องไห้ ท้ออยากฆ่าตัวตาย
เค้าบังคับจดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ค่ะ เราก้อจะยอมจดแต่เรามีปันหากับเงินที่จะเอามาจ่ายมากๆค่ะ ไม่มีหนทางค่ะ ไม่ทราบเรื่องภาษีและกฎหมายต่างๆเลย
1.รบกวนผู้รู้บอกทีค่ะว่าต้องทำอย่างไรดีถึงจะลดภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ลงได้ มันเกินจะหามาได้จริงๆถึงจะผ่อน
มันก็ยังหนักสำหรับครอบครัวดิฉัน เนื่องจากมีภาระผ่อนเรื่องต่างๆนาๆมากมาย
2.ต่อไปเราจะต้องทำการจดเจ็ดเปอร์ ทำเป็นหจก สองคนบันชีแยกกันยังไงให้มันลดภาษีได้อีกค่ะ
เราไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ ขอข้อมูลจากผู้มีความรู้หน่อยค่ะ
สอบถามผู้รู้เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลัง 5ปี
คุณพ่อไม่เป็นหนังสือส่วนคุณแม่จบแค่ ป สี่ ดำเนินกิจการมากว่าสิบปีแล้วค่ะ
ปกติจะขายให้กับชาวบ้านเป็นส่วนมาก และบริษัทเล็กน้อยเท่านั้น
แถวบ้านเรามีร้านฮาร์ดแวร์เยอะมากค่ะ ประมาณเกือบ10 ร้าน ร้านเราอยุ่ในซอย ไกลสุด
ต้องขายสินค้าราคาถูกเพื่อดึงดูดลูกค้าค่ะ แทบจะไม่มีกำไรเลยจริงๆ
และเราได้เหมาจ่ายภาษีตามปกติไม่เคยขาดค่ะ เค้าขอเหมาเพิ่มก้ยอมค่ะ
ต่อมาในปี 52 ได้มีกรมเกี่ยวกับรัฐบาลมาติดต่อซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างประมาณ 2-3 ที่ค่ะ
โดยปี 52 ยอดเงินมันเกิน 1.8 ล้าน และได้ทำการซื้อขายอุปกรณ์ก่อสร้างมาเรื่อยๆแต่ลดลงทุกปี
แต่ตอนนี้ได้รับจดหมายเรียกไปยังกรมสรรพากรเพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ
โดนเงินต้นไปประมาณ 8แสนกว่าบาทค่ะ แต่รวมๆภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลัง 5 ปีก็ 3 ล้านกว่าบาท
ทางบ้านไม่รู้จะทำอย่างไรดี. คุยกับพนงกรมสรรพากรแล้วเค้าบอกช่วยได้เท่านี้ค่ะ แต่สามารถผ่อนได้
แต่มันทำให้คนทั้งครอบครัวเครียดมากค่ะ กว่าสิบปีเงินสามล้านหามามันหายากมาก เราต้องเอาตึกเข้าโอดีมาหมุนเพื่อขายของ
แม่เราก้เครียดค่ะ ต้องเข้ารพ กินยาระงับประสาท อยู่ๆก็ร้องไห้ ท้ออยากฆ่าตัวตาย
เค้าบังคับจดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ค่ะ เราก้อจะยอมจดแต่เรามีปันหากับเงินที่จะเอามาจ่ายมากๆค่ะ ไม่มีหนทางค่ะ ไม่ทราบเรื่องภาษีและกฎหมายต่างๆเลย
1.รบกวนผู้รู้บอกทีค่ะว่าต้องทำอย่างไรดีถึงจะลดภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ลงได้ มันเกินจะหามาได้จริงๆถึงจะผ่อน
มันก็ยังหนักสำหรับครอบครัวดิฉัน เนื่องจากมีภาระผ่อนเรื่องต่างๆนาๆมากมาย
2.ต่อไปเราจะต้องทำการจดเจ็ดเปอร์ ทำเป็นหจก สองคนบันชีแยกกันยังไงให้มันลดภาษีได้อีกค่ะ
เราไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ ขอข้อมูลจากผู้มีความรู้หน่อยค่ะ