ขณะนี้เรื่องหลักประกันสุขภาพกำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันมาก ส่วนใหญ่ก็โจมตีปลัดกระทรวงเป็นหลัก เพราะมีข่าวปลัดสาธารณสุข ออกมาเสนอนโยบาย"ร่วมจ่าย 30-50 เปอร์เซ็นต์" แม้ปลัดจะออกมา ยืนยันไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล เป็นเพียงข้อเสนอของผู้เข้าประชุมเท่านั้นไม่ใช่มติของสธ.ที่เสนอ คสช. รวมทั้งไม่มีแนวคิดล้มระบบการทำงานของ สปสช. ต้องการเพียงแค่ปรับระบบการเงินการคลังให้สอดคล้องกับการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุขที่กระจายอำนาจไปบริหารงานในระดับเขต เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดบริการเพื่อประชาชน เท่านั้น แต่สังคมส่วนใหญ่ก็มิได้รับฟัง
ในความเห็นผม ระบบประกันสุขภาพ ถ้าปล่อยไปแบบนี้ ระบบจะล่มสลายแน่นอน หรือไม่ก็ต้องเติมเงินเข้ามาอีกจำนวนมากจนเป็นภาระอย่างสูงต่องบประมาณ จากเดิม เมื่อปี 2546 จ่ายรายหัว คนละ 1,202.4 บาท ล่าสุดเมื่อปี 2557 รัฐจัดสรรให้คนละ 2895.60 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับการประกันสุขภาพของเอกชน จะต้องใช้เงินหลายหมื่นบาทซึ่งต่างกันมากกว่าสิบเท่า. ทั้งๆที่เอกชน มีเพียงค่ารักษาพยาบาล แต่รัฐต้องใช้จ่ายในด้านส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคอีกด้วย หรือถ้าจะเทียบกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ใช้งบประมาณ 3,555 ล้านบาทต่อปี ในการจัดบริการด้านสุขภาพให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานราชการ และบุคคลที่ไม่ใช่ข้าราชการ จำนวน 131,692 คน คิดเป็น 26,995 บาทต่อคน(อ้าง 1 )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้1.http://www.manager.co.th/qol/viewnews.aspx?NewsID=9570000065536
หลักประกันสุขภาพ สามสิบบาท ไปต่อยังไงดี
ในความเห็นผม ระบบประกันสุขภาพ ถ้าปล่อยไปแบบนี้ ระบบจะล่มสลายแน่นอน หรือไม่ก็ต้องเติมเงินเข้ามาอีกจำนวนมากจนเป็นภาระอย่างสูงต่องบประมาณ จากเดิม เมื่อปี 2546 จ่ายรายหัว คนละ 1,202.4 บาท ล่าสุดเมื่อปี 2557 รัฐจัดสรรให้คนละ 2895.60 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับการประกันสุขภาพของเอกชน จะต้องใช้เงินหลายหมื่นบาทซึ่งต่างกันมากกว่าสิบเท่า. ทั้งๆที่เอกชน มีเพียงค่ารักษาพยาบาล แต่รัฐต้องใช้จ่ายในด้านส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคอีกด้วย หรือถ้าจะเทียบกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ใช้งบประมาณ 3,555 ล้านบาทต่อปี ในการจัดบริการด้านสุขภาพให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานราชการ และบุคคลที่ไม่ใช่ข้าราชการ จำนวน 131,692 คน คิดเป็น 26,995 บาทต่อคน(อ้าง 1 )
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้