[CR] The Wind Rises ผลงานสุดท้ายของคุณปู่แห่ง Ghibli Studio



TheWind Rises (2013)
ชื่อญี่ปุ่น: Kaze tachinu
ชื่อไทย: ปีกแห่งฝันวันแห่งรัก
Director, Writer (Comic, Screenplay):Hayao Miyazaki



ถ้าพูดถึงอะนิเมชั่นญี่ปุ่นน้อยคนนักจะไม่รู้จัก “Ghibli Studio” ที่ขึ้นชื่อเรื่องทำการ์ตูนแฝงปรัชญา (ในระดับที่ดูเข้าใจง่าย) และจิตวิญญาณแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติ สตูดิโอจิบลิก่อตั้งครั้งแรก ในวันที่ 15 มิถุนายน 1985 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นมีผู้ก่อตั้งร่วมกันสี่ท่าน แต่หลายคนจะรู้จักชื่อของ “Hayao Miyazaki” ที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญของสตูดิโอมากกว่าท่านอื่น



Hayao Miyazaki เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม 1941 ตอนนี้ก็อายุ 74 ปีแล้ว (ขอเรียกว่าคุณปู่นะคะ) คุณปู่ได้ฝากผลงานภายใต้ Ghibli Studio หลายเรื่อง ที่เด่นๆ ก็คงหนีไม่พ้น “Spirited Away” ที่สามารถคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์อะนิเมชั่นยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จ




“ผมไม่ได้พูดกับใครนะว่าผมจะเกษียณตัวเองแล้ว แต่ไม่ค่อยมีใครเชื่อเท่าไร ตอนที่เริ่มทำโปรดักชั่นของ The Wind Rises ผมไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสุดท้าย แต่เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลงผมก็คิดได้ว่า เอาล่ะ! นี่จะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของผมแล้ว”


จนเมื่อปีที่ผ่านมาคุณปู่ฮายโอะได้ออกมาประกาศว่า ท่านจะทำอะนิเมชั่นเป็นเรื่องสุดท้ายแล้ว ด้วยวัยที่มากทำให้ไม่สามารถทำงานละเอียดๆไม่ได้ดีดังเดิม (จิบลิเป็นสตูดิโอที่ใช้มือวาดอะนิเมชั่นเป็นหลัก) และเรื่องสุดท้ายที่คุณปู่เอ่ยถึงก็คือ “The Wind Rises”



จิโร่ โฮริโกชิ ผู้มีตัวตนจริงๆ ในประวัติศาสตร์



“เมื่อผมโตขึ้นผมยังจำช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ระยะก่อนญี่ปุ่นเข้าร่วมสงครามโลกนั้นเป็นช่วงเวลาของพ่อแม่ผมมากกว่า (คุณปู่อายุ4 ขวบพอดีเมื่อสงครามจบ) ช่างเป็นช่วงเวลาที่เลวร้าย แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างผมไม่ค่อยรู้เรื่องราวในยุคนั้นมากเท่าไรนัก แต่ จิโร่ โฮริโกชิ (Jiro Horikoshi) และ โฮริ ทัตสึโอะ (HoriTatsuo) เป็นบุคคลสองคนที่ผมสนใจทั้งสองมีประสบการณ์ที่น่าเศร้ามากๆ ระหว่างช่วงสงครามโศกนาฏกรรมของทั้งสองทำให้ผมเริ่มค้นคว้าและหนึ่งในนั้นก็กลายมาเป็นตัวเอกในหนังของผม”



จิโร่กับความฝันของเขา



ถ้าใครติดตามคุณปู่มานานจะรู้ว่าความใฝ่ฝันของคุณปู่ในตอนเด็กๆ คือ อยากเป็นนักบินผลงานเรื่องสุดท้ายของคุณปู่จึงอัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของจิโร่ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อต้องการบรรลุความฝันของตัวเองให้จงได้ ด้วยเนื้อหาที่จริงจังแม้จะมีเรื่องราวแฟนตาซีอยู่บ้าง แต่ก็มาในรูปความฝันและจินตนาการของจิโร่ท่ามกลางความเป็นจริงที่ดำเนินอยู่ต่อไปแม้จิโร่จะไม่ได้ต้องการสร้างเครื่องบินเพื่อใช้ในสงครามแต่เขาก็มุ่งมั่นที่จะออกแบบเครื่องบินเพื่อให้คนญี่ปุ่นเห็นว่านี่คือก้าวแรกแห่งการพัฒนาของประเทศ





นอกจากนี้จะมีเรื่องราวชีวิตรักของจิโร่เล่าควบคู่กันไปด้วยเมื่อเขาได้เคยช่วยเหลือเด็กสาวคนหนึ่งจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและผ่านมานานหลายปีทั้งสองก็เจอกันอีกครั้งท่ามกลางความรักที่เบ่งบานทว่านาโฮโกะกลับป่วยเป็นวัณโรค




หากคนดูหวังว่าจะเข้าไปดูอะนิเมชั่นที่ให้ความรู้สึกโลดโผนตื่นตาตื่นใจเหมือนตอนดู My Neighbour Totoro, Spirited Away หรือ Howl's Moving Castle อาจจะต้องผิดหวังนิดหน่อย เพราะตลอดระยะเวลา 126 นาทีของ The Wind Rises เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จริงจังของจิโร่ ที่จะสร้างเครื่องบินให้สำเร็จแม้จะมีส่วนที่เป็นแฟนตาซี แต่เราไม่ได้รู้สึกว่ามันตื่นตาตื่นใจเท่าไรนักเพราะความจริงจังของตัวละคร รวมทั้งการเล่าเรื่องแบบไปต่ออย่างเร็วๆ บอกคนดูด้วยภาพและบทสนทนาว่าตอนนี้ผ่านไปสองปีแล้ว หรือ จิโร่เดินทางไปที่ไหนและเพราะอะไร



Caproni นักออกแบบเครื่องบิน บุคคลต้นแบบของจิโร



“ทีมงานคนหนึ่งตั้งข้อสงสัยว่าเด็กๆ คงจะดู The Wind Risesไม่เข้าใจแน่ๆ คงแค่เฉพาะตอนนี้ เพราะเมื่อวันหนึ่งที่พวกเขาเติบโตขึ้น เมื่อย้อนนึกถึงหนังพวกเขาจะเข้าใจเอง ”




ช่วงแรกของหนังค่อนข้างเงียบแต่ภาษาภาพของคุณปู่ยังคงอัศจรรย์ไม่เสื่อมคลายเทคนิคภาพตอนแผ่นดินไหวและเครื่องบินในความฝันที่บินขึ้นท้องฟ้าอย่างสวยงามทำให้นึกถึงเรื่อง Howl's Moving Castleและหลายๆ เรื่องที่คุณปู่ได้ทำ นี่แหละ เสน่ห์ของจิบลิที่แม้จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างสรรค์ผลงานแต่ก็ยังยึดการวาดภาพแบบ 2D ที่ละเอียดอ่อนและละเมียดละไม




“ผมทำได้แต่อะนิเมชั่นแบบ 2D เท่านั้นแหละ ไม่มีตัวเลือกอื่นสำหรับผมเพราะผมไม่รู้แม้แต่กระทั่งวิธีใช้สมาร์ทโฟน”






แม้เรื่องราวข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์พวกเราจะรู้กันดีว่า ญี่ปุ่นแพ้สงคราม แต่ถ้ามองในมุมของจิโร่แล้วเราคงรู้สึกทึ่งที่ประเทศเล็กๆ จากเอเชียจะสามารถสร้างเครื่องบินรบได้ด้วยตัวเองและตอนนี้ได้ผงาดเป็นชาติต้นๆ ที่เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี และคุณปู่ Hayao Miyazaki ก็ได้เอ่ยไว้ว่าแม้จะเป็นความจริงที่เจ็บปวดว่าญี่ปุ่นได้ทำเรื่องเลวร้ายไว้ในสงครามแต่นั่นเป็นความจริงที่ทุกคนควรเรียนรู้และยอมรับ





ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือการได้สร้างสรรค์สิ่งที่สวยงาม

“All I wanted to do was to make something beautiful.”

--- จิโร่ โฮริโกชิ (Jiro Horikoshi)






“ผมก็คงจะทำทุกอย่างเหมือนเดิมกับที่เคยทำมา เราจะทำนิทรรศการที่ Ghibli Museum และก็มีหนังสั้นที่ฉายเฉพาะพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แล้วผมก็ยังอยากทำงานเกี่ยวกับมังงะต่อไปเป็นงานอดิเรก ผมก็คงยุ่งเหมือนเดิม”




The Wind Risesจึงเป็นอะนิเมชั่นที่เอ่ยถึงเรื่องความฝันและมุ่งมั่นที่จะทำให้มันเป็นจริง แม้เนื้อเรื่องอาจจะเล่ากันแบบจริงจังแต่นี่ก็คงเป็นการบอกเล่าในแบบของคุณปู่ว่า หากแม้ไม่ได้เป็นนักบินอย่างที่เคยฝันแต่คุณปู่จะสร้างเครื่องบินของท่านลงในภาพยนตร์อะนิเมชั่นเรื่องสุดท้ายด้วยความมุ่งมั่นและแน่นอนว่า The Wind Rises จะเป็นหนังที่บันทึกความฝันและความตั้งใจของคุณปู่ที่กำลังทะยานขึ้นไปบนฟ้าอย่างสง่างาม




“อย่าเดินตามเส้นทางของคนเพียงคนเดียว จงมุ่งมั่นที่จะหาเส้นทางของตัวเองให้พบ”
Don’t follow the path of just one person. Strive to find your own path.
---ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki)





ขอบคุณข้อมูลจาก
IMDb

บทสัมภาษณ์จาก
http://www.animationmagazine.net/features/miyazakis-magnificent-coda/
http://www.awn.com/animationworld/the-hayao-miyazaki-interview
http://entertainment.time.com/2014/02/20/the-wind-rises-review-hayao-miyazaki/
ชื่อสินค้า:   The Wind Rises: ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่