Review: The Wind Rises (Hayao Miyazaki,2013)

The Wind Rises (Hayao Miyazaki,2013) คะแนน A+
                                           
By Form Corleone

" ความฝัน ความรู้สึก สายลม " หนังส่งท้ายของ “Hayao Miyazaki” ผู้ให้กำเนิดสตูดิโอ “Ghibli” ผู้สรรค์สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนรวมถึงตัวผมด้วยครับ สำหรับการสร้างแอนิเมชั่นยาวๆ ขึ้นมาสักหนึ่งเรื่อง ไม่ว่าอายุหรือวัยของผู้ชมจะแตกต่างกันแค่ไหน คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับ “Hayao Miyazaki” อัจฉริยะแห่งวงการแอนิเมชั่น คงไม่ใช่คำยกย่องที่เกินตัว ผลงานต่างๆที่ผ่านมาทำให้ผู้คนทั่วโลก ประจักษ์และให้ใจ ไปแบบสุดตัว ไม่ว่าจะเป็น Spirited Away ที่คว้ารางวัลออสการ์ รวมถึง My Neighbor Totoro ที่สร้างแรงบันดาลใจ ผ่านตัวละครได้ไม่แพ้กัน การสร้างตัวละครขึ้นมาสักหนึ่งตัว รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจ ความฝัน ความรัก ใส่ลงไปในตัวละคร ถูกถ่ายทอดออกมาได้ไม่รู้จบ ไม่ว่าเราจะดูมันกี่รอบ ความรู้สึกทุกครั้งที่ได้ดู กลับเพิ่มขึ้นตลอดช่วงระยะเวลา สำหรับแอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดและเรื่องสุดท้าย“The wind rises” คือ ที่สุดของที่สุด ผมคลั่งไคล้สตูดิโอ “Ghibli” และหลงรัก “ตัวละคร” ทุกตัวที่ผ่านมือคุณปู่ “Hayao Miyazaki” ^^
                                           
“ความฝัน” คือ มนต์เสน่ห์รูปแบบหนึ่ง การเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ โดยไม่ผ่านระบบ 3D หรือ 4D แค่การ์ตูนวาด แค่นี้ก็ “กินใจ” ไม่รู้จบ ตัวลอยไปกับความฝันในขณะเดียวกันก็สัมผัสถึง “ความจริง” ที่ได้พบเจอและได้เข้าใจความหมายของชีวิตไปพร้อมกันผ่านตัวละครหนุ่มนักฝัน “Jiro Horikoshi” วิศวกรผู้ออกแบบเครื่องบิน เด็กหนุ่มที่สายตาสั้นและไม่มีโอกาสได้ขับเครื่องบิน แม้ความฝันจะได้มาด้วยความยากลำบากและได้มาด้วยความพยายาม สิ่งนี้เองที่ทำให้ “ความฝัน” กลายเป็น “ความจริง” การได้มาซึ่งความฝัน คงหนี้ไม่พ้นการตั้งใจ และความมุ่งมั่น ที่เราได้เห็นเกือบตลอดทั้งเรื่อง แม้ข้อคิดสุดท้ายจะรู้สึกสะเทือนใจมากแค่ไหนก็ตาม แม้เราจะรู้สึกเสียใจมากแค่ไหนก็ตามแต่ท้ายสุดแล้ว“ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป” ยิ่งเราไล่ตามความฝันยิ่งเข้าใจความจริง ยิ่งเข้าใกล้ความฝันยิ่งมองเห็นและเข้าใจมากขึ้น ยิ่งเข้าใจมากแค่ไหน ยิ่งก้าวข้ามสิ่งกีดขวางข้างหน้าได้มากขึ้นเท่านั้นและแล้ว “ความฝัน” ที่ถูกเชื่อมโยงด้วย “จิตใจ” มันแสนที่จะ “บริสุทธิ์” และกินใจล่องลอยไปตาม “สายลม” ><
                                           
“ความรู้สึก” แม้สุดท้ายหนังจะสะเทือนใจมากแค่ไหนก็ตาม แต่ความรู้สึก เศร้า สุข ทุกข์ ยินดี สะท้อนอารมณ์ออกมาในรูปแบบ “ความรัก” แม้ว่าความฝันที่จะสร้างเครื่องบินของ “Jiro Horikoshi” จะต้องถูกนำไปใช้ในสงครามโลก แม้สิ่งที่เขาสร้างจะเป็นสิ่งที่ปลิดชีพเพื่อนมนุษย์ที่มีความฝันไม่แพ้กัน สิ่งเหล่านี้ล้วนสะเทือนใจ รวมทั้งสะท้อนถึงความ “มุ่งมั่น” แม้ต้องแลกด้วย ‘ความรู้สึก’ การตั้งเป้าหมายในชีวิตนั้น คงจะลบความรู้สึกและแปรเปลี่ยนเป็นแรง “กระตุ้น” การที่ Jiro ได้ทำตามฝันที่คิดไว้ คงเป็นความรู้สึกที่น่ายินดี มากเสียกว่าการละทิ้งความฝันของใครหลายคน แม้จะต้องแลกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตามที สิ่งหนึ่งที่ต้องแลกมาซึ่งความฝัน คงเป็น “ความรัก” การได้รักใครสักคน แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ “แสนสั้น” แต่อย่างน้อยก็อาจเป็นช่วงเวลาที่ “แสนสุข” ไปพร้อมกัน สำหรับความรักของ Jiro และ Nahoko เหมือนรักแรกพบ เหมือนเป็นครั้งแรกของความรู้สึก จนกลายเป็น ความรู้สึกที่คงอยู่ตลอดไป ความรักที่อยู่เหนือข้อแม้ทั้งหมด คงจะเรียกว่า “รักแท้” น่าจะไม่ผิดและไม่เกินไปสำหรับ Jiro และ Nahoko ช่วงเวลาระหว่างเขาและเธอเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานแม้ความจริงจะแสนสั้น แต่ในความฝันเราก็อยากพบเจอแบบนี้กับใครสักคนในโลกแห่งความจริง เมื่อหนังจบลงความรู้สึกไม่ได้จบไปพร้อมตัวหนัง แต่ความรู้สึกที่แท้จริง เกิดขึ้นหลังจากหนังจบเมื่อเราได้ออกไปใช้ชีวิต ความรู้สึกเหล่านี้ “ทรงคุณค่า” และควรค่าแก่การ “เก็บรักษา” ไว้ย้ำเตือนและตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างในทางที่ดี “แม้ชีวิตจะแสนสั้นแค่ไหนก็ตาม แต่ช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันไม่เคยสั้นและไม่เคยจางหายไปจากใจ” ><
                                           
“สายลม” ตลอดทั้งเรื่องเราได้เห็นสายลมนำพาทุกสิ่งอย่างมาเจอกัน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ ‘Jiro’ ได้พบเจอ’ Nahoko’ และครั้งสุดท้ายก็จบลงด้วยการจางหายไปของสายลมอีกเช่นเดียวกัน การนั่งดู ‘jiro’ ออกแบบเครื่องบิน เหมือนเรากำลังเห็นเหงาของ “Hayao Miyazaki” กำลังนั่งวาดตัวการ์ตูนให้เราได้ชม การส่งท้ายด้วยสายลม มันช่างทำให้รู้สึก เย็น สบาย ในทำนองเดียวกันก็รู้สึกใจหายเมื่อสายลมนั้นผ่านไป โดยไม่มีโอกาสได้หวนกลับมาอีกครั้ง ‘The Wind Rises’ คือหนังการ์ตูนที่มีวุฒิภาวะในการนำเสนอ และการวางโครงเรื่องได้เป็น ‘ผู้ใหญ่’ ที่สุด หนังชีวิตบนภาพวาด งานกำกับศิลป์ก็สวยสดงดงามไร้ที่ติ เสียงเพลงไพเราะจนทำให้น้ำตาไหล ความรักที่แสนอ่อนโยนจนซาบซึ้งกินใจ ความทรงจำที่มาพร้อมกับสายลม ทุกสิ่งอย่างที่ ‘The Wind Rises’ ได้มอบให้กับคนดู และทุกสิ่งที่ ‘Hayao Miyazaki’ ตั้งใจสร้าง มันแสนจะสุดยอด จนกลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆครับ!!

สุดท้าย ‘The Wind Rises’ คือแอนิเมชั่นชั้นยอด งานส่งท้ายชั้นเยี่ยม แม้จะมีฉากไม่เหมาะสมที่เด็กเล็กไม่ควรดู แต่สำหรับผู้ใหญ่ คงรับผลกระทบจากหนังในทางที่ดีหรือร้าย ก็แล้วแต่ความรู้สึกนึกคิดส่วนบุคคล การได้นั่งดูหนัง ไม่ว่ามันจะเป็นหนังสั้น หรือหนังยาวแค่ไหนก็ตาม ถ้าเรารู้สึกกับมันแบบไม่มีเงื่อนไขภายนอก ซึมซับกับบรรยากาศแล้วเข้าไปสัมผัสความรู้สึกที่แท้จริงในตัวตนของเรา สำหรับ ‘The Wind Rises’ มันทำให้ผมร้องไห้ แม้ว่าจะอายคนแค่ไหน แต่เราก็รู้สึกกับมันจริงๆ มันคือความรู้สึกที่ไม่ได้มาตามสายลม แต่หากจะมาคงจะมาจาก ‘หัวใจ’ ที่มันโดนจริงๆครับ แม้เราอยากให้ ‘Hayao Miyazaki’ กำกับงานต่อไป แต่ถ้าหาก ‘The Wind Rises’ จะเป็นหนังส่งท้าย ผมว่ามันก็ทรงคุณค่าและน่าชื่นชมไปตลอดกาลครับ “The wind is rising. We must try to live” >< ขอให้มีความสุขกับการดูหนังครับ

อ่านเรื่องอื่น http://moviesdelightclub.blogspot.com/
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่