ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ผมเป็นคนนึง ที่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องอาหาร ญี่ปุ่น และไม่ได้ร่ำรวย
ที่จะไปทานร้าน ในเมืองชื่อเสียงโด่งดังๆได้บ่อยๆ เคยมีไปบ้าง ร้านถึงสองร้าน ในห้างก็มีร้านประจำอยู่ไม่กี่ร้าน
แต่พอเจอร้านนี้ที่ระยะทางไม่ไกลจากบ้านมากนัก รวมกับ มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจเป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆ
ผมเลยต้องลองสักหน่อย ผมไปทานร้านนี้ตั้งแต่เริ่มเปิดใหม่ๆ รูปอาหารของทางร้านรูปแรกที่ผมมีและถ่ายเก็บไว้คือ วันที่ 27 มิถุนา 2556

ครั้งแรกที่ผมไป ผมจำได้ว่าทางร้านบริการ ดีมาก มีผ้าเย็นให้ ก่อนที่จะยื่นเมนูตามมา
เชฟชุดนั้นเอาใจใส่และดูแลดีมากๆ (ตอนนี้ที่สาขานี้ ไม่หลงเหลือแล้ว)
อย่างที่บอกผมเป็นคนไม่ค่อย สันทัดเรื่องอาหารญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ มีคุณแฟนนี่แหละ ที่ชอบมากๆ
และผมก็เป็นคนนึงที่ไม่กินวาซาบิด้วยซ้ำ แต่ครั้งนั้น เซฟได้แนะนำ *วาซาบิดอง ให้ลองทาน !!
เห้ย!! มันอร่อยแหะ ไม่เหมือน วาซาบิทั่วไป
เนื้อปลาแซลม่อน ก็หั่นชิ้นใหญ่มากๆ จนผมและแฟนหันหน้ามองกัน ตาปริบๆ (ตกใจไม่เคยเห็นที่ไหนหั่นใหญ่เท่านี้)
ไม่ใช่แค่ใหญ่ธรรมดา มันหลายชิ้นด้วย อาหารเมนูอื่นๆ ก็อร่อยถูกปาก และพิถีพิถันในการทำมากๆเช่นเดียวกัน
ด้วยบริการที่ดี อาหารถูกปาก โปรโมชั่นโดนใจ ผมจึงเทใจให้ร้านนี้อย่างหมดใจ !! 55555 สิ่งเหล่านี้เป็นข้อดีที่ร้านอื่นหลายๆร้านไม่มี
แต่พอมาพักหลังๆ ลูกค้าเยอะมากขึ้น คนรู้จักเพิ่มมากขึ้น การบริการหลายๆอย่างจึงถดถอยต่ำลงมาจากเดิมเรื่อยๆ
เรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่มากๆ สำหรับวันนี้คือ
1.ขอวาซาบิดอง คิดเงินเพิ่ม 50 บาท!! คุณพระ!! ผมเข้าใจนะครับว่าของทุกอย่างมีต้นทุน แต่!! ทำไมแต่ก่อนสามารถแถมได้
หรือถ้า จะคิดเงิน ลองหาวิธีให้ดีกว่านี้ ดีไหมครับ เช่น แถม1ถ้วยแรก ถ้วยต่อไป คิดเงิน น่าจะโอเคนะผมว่า
2.อาหารได้ช้า อันนี้ก็เข้าใจได้เช่นกัน ว่าเชฟ คงทำไม่ทันแน่ๆ เพราะอาหารหลายๆอย่าง ต้องใช้ความละเอียดอ่อน
แต่เมื่อตามกับน้อง พนง. !! น้องเดินไปบอกเชฟ เชฟกลับตอบกลับมาว่า!! ตามอยู่นั่นแหละ ไม่ว่าง!! เนี่ย... มองไม่เห็นหรอ เชฟมีกี่คน!!
หลังจากหมดคำพูดทำให้ผมกับแฟน หันมองหน้ากัน และกระซิบกันว่า กรูนั่งอยู่ตรงนี้นะเฟ้ย!! คนที่ตามอาหาร

นั่นแหละ
3.salmon sashimi บางลงอย่างเห็นได้ชัด -ของหวาน บางและน้อยลงมาก!!
มีอีก2-3อย่างที่หายไปด้วยนะ เช่น
ผ้าเย็น ซึ่งจะได้ก่อนรับเมนูมาเลือกอาหาร
สีหน้า ยิ้มแย้มจาก พนง.
ความใส่ใจในการเติมน้ำชา
ณ ตอนนี้ผมเข้าใจว่า ธุรกิจของทางร้านกำลังไปได้สวย มีสาขา2 กำลังจะมีสาขา3
แต่ในการรักษาคุณภาพการบริการ และคุณภาพ อาหาร ก็ควรที่จะพึงมีด้วยเช่นเดียวกัน
ผมเป็นลูกค้าตัวน้อยๆคนนึงครับ ที่ไม่ได้มีเมมเบอร์การ์ด แบล็คการ์ด แต่ถ้าทางร้านยังเป็นแบบนี้ ผมบอกได้เลย
ว่า ลูกค้าตัวน้อยๆคนนี้ ก็มีทางเลือกอื่นเช่นเดียวกันครับ
Sushi HIRO รามอินทรา เอาความรู้สึกๆเล็กๆจากเราไปอ่านหน่อยนะ
ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ผมเป็นคนนึง ที่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องอาหาร ญี่ปุ่น และไม่ได้ร่ำรวย
ที่จะไปทานร้าน ในเมืองชื่อเสียงโด่งดังๆได้บ่อยๆ เคยมีไปบ้าง ร้านถึงสองร้าน ในห้างก็มีร้านประจำอยู่ไม่กี่ร้าน
แต่พอเจอร้านนี้ที่ระยะทางไม่ไกลจากบ้านมากนัก รวมกับ มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจเป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆ
ผมเลยต้องลองสักหน่อย ผมไปทานร้านนี้ตั้งแต่เริ่มเปิดใหม่ๆ รูปอาหารของทางร้านรูปแรกที่ผมมีและถ่ายเก็บไว้คือ วันที่ 27 มิถุนา 2556
ครั้งแรกที่ผมไป ผมจำได้ว่าทางร้านบริการ ดีมาก มีผ้าเย็นให้ ก่อนที่จะยื่นเมนูตามมา
เชฟชุดนั้นเอาใจใส่และดูแลดีมากๆ (ตอนนี้ที่สาขานี้ ไม่หลงเหลือแล้ว)
อย่างที่บอกผมเป็นคนไม่ค่อย สันทัดเรื่องอาหารญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ มีคุณแฟนนี่แหละ ที่ชอบมากๆ
และผมก็เป็นคนนึงที่ไม่กินวาซาบิด้วยซ้ำ แต่ครั้งนั้น เซฟได้แนะนำ *วาซาบิดอง ให้ลองทาน !!
เห้ย!! มันอร่อยแหะ ไม่เหมือน วาซาบิทั่วไป
เนื้อปลาแซลม่อน ก็หั่นชิ้นใหญ่มากๆ จนผมและแฟนหันหน้ามองกัน ตาปริบๆ (ตกใจไม่เคยเห็นที่ไหนหั่นใหญ่เท่านี้)
ไม่ใช่แค่ใหญ่ธรรมดา มันหลายชิ้นด้วย อาหารเมนูอื่นๆ ก็อร่อยถูกปาก และพิถีพิถันในการทำมากๆเช่นเดียวกัน
ด้วยบริการที่ดี อาหารถูกปาก โปรโมชั่นโดนใจ ผมจึงเทใจให้ร้านนี้อย่างหมดใจ !! 55555 สิ่งเหล่านี้เป็นข้อดีที่ร้านอื่นหลายๆร้านไม่มี
แต่พอมาพักหลังๆ ลูกค้าเยอะมากขึ้น คนรู้จักเพิ่มมากขึ้น การบริการหลายๆอย่างจึงถดถอยต่ำลงมาจากเดิมเรื่อยๆ
เรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่มากๆ สำหรับวันนี้คือ
1.ขอวาซาบิดอง คิดเงินเพิ่ม 50 บาท!! คุณพระ!! ผมเข้าใจนะครับว่าของทุกอย่างมีต้นทุน แต่!! ทำไมแต่ก่อนสามารถแถมได้
หรือถ้า จะคิดเงิน ลองหาวิธีให้ดีกว่านี้ ดีไหมครับ เช่น แถม1ถ้วยแรก ถ้วยต่อไป คิดเงิน น่าจะโอเคนะผมว่า
2.อาหารได้ช้า อันนี้ก็เข้าใจได้เช่นกัน ว่าเชฟ คงทำไม่ทันแน่ๆ เพราะอาหารหลายๆอย่าง ต้องใช้ความละเอียดอ่อน
แต่เมื่อตามกับน้อง พนง. !! น้องเดินไปบอกเชฟ เชฟกลับตอบกลับมาว่า!! ตามอยู่นั่นแหละ ไม่ว่าง!! เนี่ย... มองไม่เห็นหรอ เชฟมีกี่คน!!
หลังจากหมดคำพูดทำให้ผมกับแฟน หันมองหน้ากัน และกระซิบกันว่า กรูนั่งอยู่ตรงนี้นะเฟ้ย!! คนที่ตามอาหาร
3.salmon sashimi บางลงอย่างเห็นได้ชัด -ของหวาน บางและน้อยลงมาก!!
มีอีก2-3อย่างที่หายไปด้วยนะ เช่น
ผ้าเย็น ซึ่งจะได้ก่อนรับเมนูมาเลือกอาหาร
สีหน้า ยิ้มแย้มจาก พนง.
ความใส่ใจในการเติมน้ำชา
ณ ตอนนี้ผมเข้าใจว่า ธุรกิจของทางร้านกำลังไปได้สวย มีสาขา2 กำลังจะมีสาขา3
แต่ในการรักษาคุณภาพการบริการ และคุณภาพ อาหาร ก็ควรที่จะพึงมีด้วยเช่นเดียวกัน
ผมเป็นลูกค้าตัวน้อยๆคนนึงครับ ที่ไม่ได้มีเมมเบอร์การ์ด แบล็คการ์ด แต่ถ้าทางร้านยังเป็นแบบนี้ ผมบอกได้เลย
ว่า ลูกค้าตัวน้อยๆคนนี้ ก็มีทางเลือกอื่นเช่นเดียวกันครับ