คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
...พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนว่า หน้าที่ชาวพุทธคือรักษาศีลและนั่งสมาธิให้จิตใจสงบ จิตใจสงบทุกอย่างจะดีไปเอง พระพุทธองค์ไม่เคยสอนอย่างนั้น ไม่เคยสอนว่าหน้าที่ของชาวพุทธคือทำใจ มีอะไรที่ไม่ถูกต้อง มีอะไรที่ไม่สบายใจ ก็ทำใจ อันนี้พระพุทธองค์ไม่เคยสอน...
—พระอาจารย์ชยสาโร เทศน์ที่มูลนิธิมายาโคตมี วันที่ 22 มิถุนายน 2556
ปัญหาในที่ทำงาน อย่างที่เล่ามาในกระทู้ ให้พิจารณาหาทางรับมือไปตามสมควรแก่เหตุ การวางตัวในที่ทำงาน การ deal กับคนในรูปแบบต่างๆ ตรงนี้เป็น skill ที่ต้องเรียนรู้พัฒนา ไม่ใช่ว่าให้ปล่อยวาง (ปล่อยวางไม่ใช่มรรค ปล่อยวางเป็นผลจากการเจริญมรรคจนเกิดนิพพิทา วิราคะ โวสสัคคะ).
ในแง่ของวิธีคิด ศาสนาพุทธสอนให้คิดกุศล เรียกว่า กุศลวิตก มี 3 คือ คิดในทางออกจากกาม คิดในทางไม่พยาบาท คิดในทางไม่เบียดเบียน. ในส่วนลงรายละเอียดว่า เหตุการณ์อย่างนี้ๆจะต้องทำยังไงๆ เป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบดูแลกันเอง. บางเรื่อง เราอย่าไปเข้าร่วม เขาจะแพ้ภัยตัวเอง. บางเรื่อง ถ้าเราไม่ทำสิ่งที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆ เราจะพลาดโอกาส แล้วปัญหาจะทวีคูณขึ้น. บางเรื่อง ต้องทั้งดึง ทั้งผ่อน. บางเรื่อง ต้องทำให้ถึงที่สุด. มันแล้วแต่รายละเอียดในสถานการณ์.
...พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนว่า หน้าที่ชาวพุทธคือรักษาศีลและนั่งสมาธิให้จิตใจสงบ จิตใจสงบทุกอย่างจะดีไปเอง พระพุทธองค์ไม่เคยสอนอย่างนั้น ไม่เคยสอนว่าหน้าที่ของชาวพุทธคือทำใจ มีอะไรที่ไม่ถูกต้อง มีอะไรที่ไม่สบายใจ ก็ทำใจ อันนี้พระพุทธองค์ไม่เคยสอน...
—พระอาจารย์ชยสาโร เทศน์ที่มูลนิธิมายาโคตมี วันที่ 22 มิถุนายน 2556
ปัญหาในที่ทำงาน อย่างที่เล่ามาในกระทู้ ให้พิจารณาหาทางรับมือไปตามสมควรแก่เหตุ การวางตัวในที่ทำงาน การ deal กับคนในรูปแบบต่างๆ ตรงนี้เป็น skill ที่ต้องเรียนรู้พัฒนา ไม่ใช่ว่าให้ปล่อยวาง (ปล่อยวางไม่ใช่มรรค ปล่อยวางเป็นผลจากการเจริญมรรคจนเกิดนิพพิทา วิราคะ โวสสัคคะ).
ในแง่ของวิธีคิด ศาสนาพุทธสอนให้คิดกุศล เรียกว่า กุศลวิตก มี 3 คือ คิดในทางออกจากกาม คิดในทางไม่พยาบาท คิดในทางไม่เบียดเบียน. ในส่วนลงรายละเอียดว่า เหตุการณ์อย่างนี้ๆจะต้องทำยังไงๆ เป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบดูแลกันเอง. บางเรื่อง เราอย่าไปเข้าร่วม เขาจะแพ้ภัยตัวเอง. บางเรื่อง ถ้าเราไม่ทำสิ่งที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆ เราจะพลาดโอกาส แล้วปัญหาจะทวีคูณขึ้น. บางเรื่อง ต้องทั้งดึง ทั้งผ่อน. บางเรื่อง ต้องทำให้ถึงที่สุด. มันแล้วแต่รายละเอียดในสถานการณ์.
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
จะสวดมนต์ยังไงคะ ถึงจะช่วยให้มีสติและใจสงบขึ้นได้บ้างค่ะ
โดยมีคนหนึ่งสมมติชื่อ เจ เจจะเป็นคนชอบเอาเปรียบ และรักสบาย
ถามว่าที่ผ่านมาเจนิสัยแบบนี้หรือเปล่า ก็นิสัยแบบนี้ค่ะ แต่ก็อยู่กันมาได้
แต่มันมีจุดที่ทำให้เกิดปัญหาคือ วันหนึ่งหัวหน้า (รักษาการณ์) ก็โดนกล่อมจากเอ็น (นามสมมติ)
ว่าควรจะทำการปรับตำแหน่งให้เจได้แล้วนะ เพราะเจทำงานมานานแล้ว
หัวหน้า (รักษาการณ์) คนนั้นก็เชื่อ เพราะเอ็นมีคุณสมบัติเกลี้ยกล่อมคนเก่ง
พอปรับเงินออกมาเจได้ปรับเงินเกือบ 3 เท่าของรอบปกติ ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก
พอผลออกมาแบบนี้ คนที่ทำงานก็ไม่พอใจ และมีคำถามมากมาย ว่าเอาอะไรมาตัดสิน
คำตอบคือ เค้าทำงานมานานแล้วและเงินเดือนก็น้อย…..
แต่ยังมีคนที่น้อยกว่า แต่เข้ามาหลังเจแค่ไม่กี่เดือน และที่สำคัญทำงานดีกว่า!!
ปัญหาก็เรื้อรังมาเรื่อยๆ เพราะเจก็ไม่ได้ปรับปรุงตัวเองแต่อย่างใด
มาสาย เล่นเกมส์ออนไลน์เวลางาน รับเด็กฝึกงานสาวๆ (ที่สวยเท่านั้น)
รับมาโดยไม่สนใจคนในแผนกที่ไม่เห็นด้วยกับการรับเด็กฝึกงาน เพราะคุยกันแล้วว่าปีนี้จะไม่รับ
แต่เจเห็นเด็กที่ส่งโปไฟล์มาสวย ก็เลยวิ่งเต้นทำเรื่องรับมาเอง
รับมาแล้วก็ขลุกตัวติดกันทั้งวัน มีเรื่องชู้สาว และอีกมากมายที่คนทั่วไปไม่ทำกัน
คนที่รับเรื่องนี้ไม่ได้ (คือคนทำงานดีๆ หลายคน) ก็ทยอยออกไป
ตอนนี้เราก็ต้องอยู่กับคนแบบเจ ซึ่งเรารับคนแบบนี้ไม่ค่อยได้ค่ะ
และแทบจะอยากยุ่งอะไรด้วย แต่ด้วยหน้าที่การงานก็เลี่ยงไม่ได้
ทำให้ต้องเจอกันทุกวัน ทีนี้เราอยากหาวิธีทำใจ เวลาที่เราเห็นเจทำเรื่องพวกนี้
แต่หัวหน้าไม่ว่ากล่าวตักเตือน มันคล้ายๆ เห็นคนชั่วได้ดีค่ะ
เราก็เลยเริ่มสวดมนต์ เพื่อจะได้มีสติ ไม่ว่อกแว่กไปคิดแต่เรื่องคนแบบนี้
และให้ใจเย็นเวลาได้รับได้รู้เรื่องที่เจและพวกทำ จะได้ไม่ต้องมารู้สึกโกรธ เกลียดและเครียด
เราสวดมนต์มาได้ 1 เดือนแล้ว แต่เราก็ยังโกรธและเกลียดเจอยู่
เราจะทำยังไงดีคะ ถึงจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้ได้ และจะได้ทำงานอย่างมีความสุขต่อไปค่ะ