http://www.peopleunitynews.com/web02/2014/%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%AA-%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B5/
สำนักข่าวออนไลน์ พีเพิล ยูนิตี้ – นับเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียวสำหรับ คสช. กับการที่มีข่าวปล่อยออกมาว่า มีการเซ็งลี้เก้าอี้สมาชิกสภาปฏิรูป สมาชิกสภานิติบัญญัติ รวมทั้งเก้าอี้รัฐมนตรี
เรื่องใหญ่ขนาดทำให้ระดับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ต้องออกโรงโต้และชี้แจงข่าวนี้ด้วยตนเอง โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ทางรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อค่ำวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ว่า “วันนี้มีการไปปล่อยข่าวว่ามีการเรียกร้องผลประโยชน์จาก คสช. หรือมีคนอ้างว่าสามารถจัดให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูป หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือรัฐมนตรีหรือรัฐบาลนั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินการใดๆ เรื่องนี้อย่าไปเชื่อ อย่าไปให้เขาหลอก อย่าไปเสียผลประโยชน์ให้เขาล่วงหน้า”
ก่อนหน้านี้ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ก็ออกมาปฏิเสธข่าวปล่อยชิ้นนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ว่า กรณีมีกระแสข่าวลือว่า จะมีบางบุคคลพยายามร้องขอมาที่ คสช. เพื่อขอมีตำแหน่งหน้าที่ในสภานิติบัญญัติและสภาปฏิรูปด้วยการพยายามเสนอผลประโยชน์ในรูปแบบลักษณะต่างๆ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น คงเป็นเพียงการสร้างข่าวเพื่อให้สังคมสับสน
“การดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าวจะอยู่ในระยะที่สองโดยมีรัฐบาลในขณะนั้นจะเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ได้เป็นการดำเนินการของ คสช.” พ.อ.วินธัย ชี้แจง
ต้องถือว่าขบวนการปล่อยข่าวลือเพื่อทำลาย คสช. ทำงานได้ผลในแง่การเลือกประเด็นที่ทำให้ คสช. อยู่เฉยไม่ได้ เพราะประเด็นการซื้อขายตำแหน่งเป็นข้อกล่าวหาประเภท “อมตะนิรันดร์กาล” ที่ใช้ได้แทบทุกยุคทุกสมัยในบ้านเรา สามารถใช้ทำลายใครก็ได้โดยไม่ตกเทรนด์ คนปล่อยข่าวลือประเภทนี้สามารถหวังผลได้เลยไม่มากก็น้อย ส่วนคนที่ถูกกล่าวหาก็ต้องชี้แจงจนเหนื่อยหรือไม่ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้นกันให้จะๆ ส่วนคนฟังยังไงก็หูผึ่งและเชื่อได้ง่าย ก็อย่างที่บอกว่ามันเป็นเรื่อง “อมตะนิรันดร์กาล” ไม่เคยหมดไปจากสังคมไทย ยิ่งในยุคที่นักการเมืองครองเมืองแทบไม่ต้องออกมากล่าวหา ผู้คนก็เชื่อว่ามีการซื้อขายตำแหน่งในวงการราชการและรัฐวิสาหกิจกันเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ซื้อขายด้วยเงินก็ซื้อขายกันด้วยการยอมตัวเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองทำการทุจริตคอร์รัปชั่น
แต่กับข่าวลือว่าทหารเรียกรับผลประโยชน์หรือมีการซื้อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะกับการกล่าวหา คสช. ซึ่งกำลังทำงานอย่างหนักในการปัดกวาดประเทศให้สะอาด ออกจะเป็นการกล่าวหาที่ไม่สมจริงและไม่สามารถทำให้คนเชื่อได้ในที่สุด (แม้ว่าอาจจะหูผึ่งในตอนแรกที่ฟัง)
เพราะประการหนึ่ง ในวงการทหารนั้นไม่มีเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร (เว้นแต่ในยุคหนึ่งของกระทรวงกลาโหมที่หลังบ้านของปลัดกระทรวงกลาโหมและหลังบ้านของนายทหารระดับสูงบางคนของกระทรวงฯ มีการเรียกรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อแต่งตั้งโยกย้ายหรือเลื่อนยศ) ดังนั้นการกล่าวหาว่าทหารเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ในการแต่งตั้งหรือโยกย้ายบุคคล จึงเป็นตรรกะที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงและธรรมชาติของทหาร ตรงกันข้ามหากกล่าวหาว่าการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจมีการเรียกรับเงินโดยนักการเมืองและผู้บังคับบัญชา ทุกคนจะเชื่อทันทีและเชื่อสนิทใจ
ประการที่สอง การปล่อยข่าวว่ามีการเรียกร้องผลประโยชน์จาก คสช. เพื่อแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูป หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือรัฐมนตรี ยิ่งเป็นไปไม่ได้เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุหนึ่งที่ คสช. เข้ามายึดอำนาจ คือ นักการเมืองเข้าครอบงำประเทศเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ด้วยการแต่งตั้งข้าราชการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจให้เป็นเครื่องมือของตน ทั้งโดยการซื้อขายตำแหน่งและให้เป็น “ขี้ข้านักการเมือง” ขณะเดียวกันนักการเมืองก็กลั่นแกล้งรังแกข้าราชการที่ดี มีความรู้ความสามารถ มีความจงรักภักดี รักชาติ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ไม่ให้มีโอกาสทำงานที่เหมาะสม
รูปธรรมที่เห็นเด่นชัดว่า คสช. ต้องการขจัดข้าราชการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจประเภทที่มาโดยการซื้อขายตำแหน่งและยอมเป็น “ขี้ข้านักการเมือง” คือ นับจากวันแรกๆที่ คสช. ยึดอำนาจ ได้มีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงที่เป็น “ขี้ข้านักการเมือง” ไปแล้วจำนวนหลายคน ตั้งแต่ปลัดกระทรวงลงมา ขณะเดียวกัน คสช. ได้แต่งตั้งข้าราชการที่ดี มีความรู้ความสามารถ มีความจงรักภักดี รักชาติ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ให้กลับเข้าไปทำงานในตำแหน่งสำคัญ นอกจากนี้ คสช. ยังได้ประกาศที่จะเปลี่ยนแปลงบอร์ดรัฐวิสาหกิจทุกแห่งเพื่อให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้าไปทำงาน
ดังนั้น คสช. ย่อมไม่ทำแบบเดียวกัน เพราะถ้าทำแบบนั้น การยึดอำนาจครั้งนี้ก็สูญเปล่าทันที การแก้ไขปัญหาประเทศไม่มีวันทำสำเร็จ อนาคตของประเทศไม่มีวันพบแสงสว่าง
ข่าวการเรียกร้องผลประโยชน์จาก คสช. เพื่อแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูป หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือรัฐมนตรี จึงเป็นเพียงข่าวปล่อยของผู้ต้องการดีสเครดิต คสช. ไม่ใช่ข่าวที่มีมูลมาจากความจริงใดๆแม้แต่น้อย
เพราะสิ่งเดียวที่กลุ่มผู้เสียอำนาจและเสียผลประโยชน์ทางการเมืองสามารถทำได้ในเวลานี้คือ การปล่อยข่าวทำลาย คสช. อย่างต่อเนื่อง ปล่อยข่าวลือ สร้างข่าวเท็จ ข่าวปลอม เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด คสช. หรือหมดศรัทธา คสช.
สงครามใต้ดินในแนวรบสร้างข่าวลือเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ว คสช. ไม่อาจตั้งรับด้วยการแก้ข่าวลือไปวันๆได้ แต่จะต้องปฏิบัติการเชิงรุกบุกไปสยบที่ต้นตอข่าวลือ
โฟกัส // ลือซื้อขายเก้าอี้ สนช.-สภาปฏิรูป : จับตาแนวรบข่าวปล่อย
โดย – บิ๊กต้น
22 มิถุนายน 2557
14.15 น.
โฟกัส // ลือซื้อขายเก้าอี้ สนช.-สภาปฏิรูป : จับตาแนวรบข่าวปล่อย
สำนักข่าวออนไลน์ พีเพิล ยูนิตี้ – นับเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียวสำหรับ คสช. กับการที่มีข่าวปล่อยออกมาว่า มีการเซ็งลี้เก้าอี้สมาชิกสภาปฏิรูป สมาชิกสภานิติบัญญัติ รวมทั้งเก้าอี้รัฐมนตรี
เรื่องใหญ่ขนาดทำให้ระดับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ต้องออกโรงโต้และชี้แจงข่าวนี้ด้วยตนเอง โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ทางรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อค่ำวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ว่า “วันนี้มีการไปปล่อยข่าวว่ามีการเรียกร้องผลประโยชน์จาก คสช. หรือมีคนอ้างว่าสามารถจัดให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูป หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือรัฐมนตรีหรือรัฐบาลนั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินการใดๆ เรื่องนี้อย่าไปเชื่อ อย่าไปให้เขาหลอก อย่าไปเสียผลประโยชน์ให้เขาล่วงหน้า”
ก่อนหน้านี้ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ก็ออกมาปฏิเสธข่าวปล่อยชิ้นนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ว่า กรณีมีกระแสข่าวลือว่า จะมีบางบุคคลพยายามร้องขอมาที่ คสช. เพื่อขอมีตำแหน่งหน้าที่ในสภานิติบัญญัติและสภาปฏิรูปด้วยการพยายามเสนอผลประโยชน์ในรูปแบบลักษณะต่างๆ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น คงเป็นเพียงการสร้างข่าวเพื่อให้สังคมสับสน
“การดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าวจะอยู่ในระยะที่สองโดยมีรัฐบาลในขณะนั้นจะเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ได้เป็นการดำเนินการของ คสช.” พ.อ.วินธัย ชี้แจง
ต้องถือว่าขบวนการปล่อยข่าวลือเพื่อทำลาย คสช. ทำงานได้ผลในแง่การเลือกประเด็นที่ทำให้ คสช. อยู่เฉยไม่ได้ เพราะประเด็นการซื้อขายตำแหน่งเป็นข้อกล่าวหาประเภท “อมตะนิรันดร์กาล” ที่ใช้ได้แทบทุกยุคทุกสมัยในบ้านเรา สามารถใช้ทำลายใครก็ได้โดยไม่ตกเทรนด์ คนปล่อยข่าวลือประเภทนี้สามารถหวังผลได้เลยไม่มากก็น้อย ส่วนคนที่ถูกกล่าวหาก็ต้องชี้แจงจนเหนื่อยหรือไม่ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้นกันให้จะๆ ส่วนคนฟังยังไงก็หูผึ่งและเชื่อได้ง่าย ก็อย่างที่บอกว่ามันเป็นเรื่อง “อมตะนิรันดร์กาล” ไม่เคยหมดไปจากสังคมไทย ยิ่งในยุคที่นักการเมืองครองเมืองแทบไม่ต้องออกมากล่าวหา ผู้คนก็เชื่อว่ามีการซื้อขายตำแหน่งในวงการราชการและรัฐวิสาหกิจกันเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ซื้อขายด้วยเงินก็ซื้อขายกันด้วยการยอมตัวเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองทำการทุจริตคอร์รัปชั่น
แต่กับข่าวลือว่าทหารเรียกรับผลประโยชน์หรือมีการซื้อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะกับการกล่าวหา คสช. ซึ่งกำลังทำงานอย่างหนักในการปัดกวาดประเทศให้สะอาด ออกจะเป็นการกล่าวหาที่ไม่สมจริงและไม่สามารถทำให้คนเชื่อได้ในที่สุด (แม้ว่าอาจจะหูผึ่งในตอนแรกที่ฟัง)
เพราะประการหนึ่ง ในวงการทหารนั้นไม่มีเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร (เว้นแต่ในยุคหนึ่งของกระทรวงกลาโหมที่หลังบ้านของปลัดกระทรวงกลาโหมและหลังบ้านของนายทหารระดับสูงบางคนของกระทรวงฯ มีการเรียกรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อแต่งตั้งโยกย้ายหรือเลื่อนยศ) ดังนั้นการกล่าวหาว่าทหารเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ในการแต่งตั้งหรือโยกย้ายบุคคล จึงเป็นตรรกะที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงและธรรมชาติของทหาร ตรงกันข้ามหากกล่าวหาว่าการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจมีการเรียกรับเงินโดยนักการเมืองและผู้บังคับบัญชา ทุกคนจะเชื่อทันทีและเชื่อสนิทใจ
ประการที่สอง การปล่อยข่าวว่ามีการเรียกร้องผลประโยชน์จาก คสช. เพื่อแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูป หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือรัฐมนตรี ยิ่งเป็นไปไม่ได้เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุหนึ่งที่ คสช. เข้ามายึดอำนาจ คือ นักการเมืองเข้าครอบงำประเทศเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ด้วยการแต่งตั้งข้าราชการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจให้เป็นเครื่องมือของตน ทั้งโดยการซื้อขายตำแหน่งและให้เป็น “ขี้ข้านักการเมือง” ขณะเดียวกันนักการเมืองก็กลั่นแกล้งรังแกข้าราชการที่ดี มีความรู้ความสามารถ มีความจงรักภักดี รักชาติ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ไม่ให้มีโอกาสทำงานที่เหมาะสม
รูปธรรมที่เห็นเด่นชัดว่า คสช. ต้องการขจัดข้าราชการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจประเภทที่มาโดยการซื้อขายตำแหน่งและยอมเป็น “ขี้ข้านักการเมือง” คือ นับจากวันแรกๆที่ คสช. ยึดอำนาจ ได้มีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงที่เป็น “ขี้ข้านักการเมือง” ไปแล้วจำนวนหลายคน ตั้งแต่ปลัดกระทรวงลงมา ขณะเดียวกัน คสช. ได้แต่งตั้งข้าราชการที่ดี มีความรู้ความสามารถ มีความจงรักภักดี รักชาติ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ให้กลับเข้าไปทำงานในตำแหน่งสำคัญ นอกจากนี้ คสช. ยังได้ประกาศที่จะเปลี่ยนแปลงบอร์ดรัฐวิสาหกิจทุกแห่งเพื่อให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้าไปทำงาน
ดังนั้น คสช. ย่อมไม่ทำแบบเดียวกัน เพราะถ้าทำแบบนั้น การยึดอำนาจครั้งนี้ก็สูญเปล่าทันที การแก้ไขปัญหาประเทศไม่มีวันทำสำเร็จ อนาคตของประเทศไม่มีวันพบแสงสว่าง
ข่าวการเรียกร้องผลประโยชน์จาก คสช. เพื่อแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูป หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือรัฐมนตรี จึงเป็นเพียงข่าวปล่อยของผู้ต้องการดีสเครดิต คสช. ไม่ใช่ข่าวที่มีมูลมาจากความจริงใดๆแม้แต่น้อย
เพราะสิ่งเดียวที่กลุ่มผู้เสียอำนาจและเสียผลประโยชน์ทางการเมืองสามารถทำได้ในเวลานี้คือ การปล่อยข่าวทำลาย คสช. อย่างต่อเนื่อง ปล่อยข่าวลือ สร้างข่าวเท็จ ข่าวปลอม เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด คสช. หรือหมดศรัทธา คสช.
สงครามใต้ดินในแนวรบสร้างข่าวลือเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ว คสช. ไม่อาจตั้งรับด้วยการแก้ข่าวลือไปวันๆได้ แต่จะต้องปฏิบัติการเชิงรุกบุกไปสยบที่ต้นตอข่าวลือ
โฟกัส // ลือซื้อขายเก้าอี้ สนช.-สภาปฏิรูป : จับตาแนวรบข่าวปล่อย
โดย – บิ๊กต้น
22 มิถุนายน 2557
14.15 น.