แชร์ประสบการณ์ยื่นขอ residence permit ประเทศออสเตรีย

ปลายปีที่แล้ว หลังจาก จขกท.ได้รับเมลล์จากทาง สกอ. ว่าได้รับทุนให้ไปทำวิจัยที่ออสเตรียเป็นเวลา 1 ปี
มหกรรมเตรียมเอกสารล้านแปดจึงได้เริ่มต้นขึ้น

อีเมลล์จาก สกอ. ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2556 สถานฑูตออสเตรียจะจ้างบริษัทเอกชนซึ่งก็คือ VFS global ให้ดำเนินการเรื่องวีซ่าทั้งหมด “ยกเว้น” กรณีของผู้ได้รับทุน Technology Grants เท่านั้น ที่ยังคงยื่นคำร้องโดยตรงที่สถานฑูตได้ และให้จัดการนัดวันและเวลากับทางสถานฑูตเอง

หลักฐานที่ต้องเตรียม สำหรับผู้ที่ต้องพำนักอยู่ในประเทศออสเตรียเกิน 6 เดือน
เอกสารบางอย่างเราต้องนำไปให้ กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศรับรองสำเนา บางอย่างที่เป็นภาษาไทย ต้องนำไปแปลเป็นภาษาเยอรมันด้วย ดังนั้น เลยขอแบ่งเอกสารเป็น 3 ประเภท ดังนี้ค่ะ

1.    เอกสารที่ไม่ต้องรับรอง ไม่ต้องแปล
- แบบคำร้องขอ residence permit ที่กรอกเรียบร้อย
- หนังสือเดินทาง (passport) ตัวจริง พร้อมสำเนา 1 แผ่น
- สำเนาหนังสือเดินทางเล่มเก่า (ถ้ามี)
- รูปถ่าย 2 ใบ ที่ได้มาตรฐานตาม “ข้อกำหนดพิเศษสำหรับรูปถ่ายทำหนังสือเดินทาง”
- หลักฐานการทำประกันการเดินทาง
- หลักฐานการมีที่พักแน่นอนในออสเตรีย
- หลักฐานแสดงความสามารถในการดูแลค่าใช้จ่ายด้านการครองชีพ
- หนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการจากสถาบันการศึกษา

2.    เอกสารที่ต้องรับรอง แต่ไม่ต้องแปล
- หนังสือรับรองความประพฤติ

3.    เอกสารที่ต้องยื่นขอสำเนา นำไปรับรอง และแปลเอกสาร
- สูติบัตร
- สำเนาทะเบียนบ้าน



เอกสารข้อ 1 นั้นยุ่งยากน้อยที่สุด เนื่องจาก จขกท. เคยทำ passport ไว้แล้ว และยังไม่หมดอายุ จึงถือเป็นโชคดี เพราะในช่วงนั้นเกิดความวุ่นวายทางการมือง กรมการกงสุลย้ายสำนักงานไปที่เซ็นทรัลบางนา ได้ข่าวจากเพื่อนๆว่าต้องไปรอคิวขอ passport ตั้งแต่ตีสี่ ส่วนหลักฐานอื่นๆก็ไม่ยาก เพียงแค่เตรียมให้ทันเวลาเท่านั้นค่ะ ว่ากันทีละอย่างเลยนะคะ

++กรอกแบบคำร้อง - เนื่องจากแบบฟอร์มเป็นภาษาเยอรมัน แต่เนื่องจากเว็บไซต์ของแหล่งทุนที่ จขกท. ได้นั้น มีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษไว้ให้ด้วย ทุ่นแรงได้เยอะค่ะ (http://www.oead.at/welcome_to_austria/scholars_alumni/oead_scholars/entry_conditions/EN/)

++ถ่ายรูป - ให้คุณเพื่อนถ่ายให้ค่ะ เนื่องจากมีกล้องพร้อม เครื่องปรินท์พร้อม กระดาษพร้อม จากนั้นถ่ายรูปให้ออกมาได้ตามข้อกำหนด International Civil Aviation Organization (ICAO) (https://www.passports.gov.au/web/requirements/photos.aspx)

++ทำประกันการเดินทาง - เพื่อความไม่ยุ่งยาก จขกท. เลยเลือกเจ้าที่สามารถทำออนไลน์ แล้วส่งเอกสารทางอีเมลล์ ภายในไม่เกิน 1 วันค่ะ จขกท. ทำประกันไปแค่ 1 เดือน หลังจากนั้นจึงมาทำประกันสุขภาพระยะยาวที่ออสเตรียค่ะ

++หาที่พัก - เนื่องจากทางหน่วยงานให้ทุน มีบริการจัดหาที่พักให้ ก็เลยง่ายหน่อย แต่พอดี จขกท. ดันไปดำเนินการช่วงใกล้วันหยุดคริสต์มาสพอดี เลยต้องรอหลังปีใหม่ค่ะ กว่าจะได้รับเอกสาร

++หลักฐานเกี่ยวการดูแลค่าใช้จ่าย - อันนี้ จขกท. ใช้สัญญาการรับทุน ซึ่งจะระบุว่า เราจะได้เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ต่อเดือน ระยะเวลากี่เดือน ฯลฯ

++หนังสือตอบรับจากสถาบันการศึกษา - ได้มาตั้งแต่ตอนยื่นขอทุนค่ะ ก็สบายไปอีกหนึ่งอย่าง


เอกสารข้อ 2 มีอย่างเดียวคือ ใบรับรองความประพฤติ ซึ่งต้องไปขอที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนคนที่อยู่ต่างจังหวัดน่าจะส่งคำร้อง และหลักฐานทางไปรษณีย์ได้นะคะ ทั้งนี้ ต้องเสียค่าตรวจประวัติ 100 บาทถ้วน รายละเอียดตามเว็บเลยค่ะ http://pcscenter.sb.police.go.th/

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว ยังคงมีผู้ชุมนุมปักหลักอยู่บริเวณใกล้เคียง เมื่อ จขกท. ไปถึง ก็พบว่าประตูหน้าปิดหมดค่ะ มีการล้อมรั้วลวดหนาม และตั้งแท่งบาริเออร์ ยื่นหน้าเข้าไปถาม จนท. ที่เฝ้าประตู ได้ความว่าต้องเดินไปเข้าทางประตูข้าง ก็ระทึกเล็กน้อย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มไปหมด ส่วนวันที่นัดรับ ช่วงกลางเดือนมกรา ประตูข้างก็ปิดอีกค่ะ เลยต้องเข้าทาง รพ. ตำรวจเอา ซึ่งจะมีประตูเล็กเชื่อมเข้าไปในสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ จริงๆก็ไม่รู้ทางเลย อาศัยเดินตามๆคนอื่นไปนั่นแหละค่ะ ฮ่า!


เอกสารข้อ 3 อันที่จริง ข้อมูลจากบางแห่งก็บอกว่า สำเนาทะเบียนบ้านนั้นไม่ต้องใช้ก็ได้ ใช้แค่สูติบัตรก็พอ แต่เพื่อความชัวร์ จขกท. เลยเตรียมทั้งสองอย่างเลย การขอสำเนาเอกสารดังกล่าว ให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนไปด้วยนะคะ

++สำเนาสูติบัตร - เนื่องจากมีโอกาสได้กลับบ้านที่เชียงใหม่พอดี เลยไปขอสำเนาสูติบัตรที่สำนักงานแขวงศรีวิชัย เนื่องจากเกิดในเขตเทศบาลค่ะ ค่าธรรมเนียมฉบับละ 10 บาท รอ 5 นาทีก็ได้เลย
++สำเนาทะเบียนบ้าน - ตอนกลับเชียงใหม่ ลืมนึกถึงข้อนี้ เลยต้องมาขอที่กรุงเทพฯแทน ซึ่งท่านสามารถยื่นขอสำเนาที่สำนักงานเขตไหนก็ได้ที่สะดวกค่ะ ของ จขกท. ไปที่สำนักงานเขตราชเทวี ค่าธรรมเนียม 10 บาทเหมือนกัน รอรับได้เลยค่ะ



การรับรองเอกสาร
    ย้ำอีกทีว่า เอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้นำไปรับรองก่อน แล้วค่อยนำไปแปลเป็นภาษาเยอรมันนะคะ การรับรองก็ให้ไปที่กรมการกงสุล หรือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว แล้วกรอกใบคำร้อง รับบัตรคิว แล้วรอยื่นเอกสารค่ะ มีค่าธรรมเนียมฉบับละ 200 บาท รอรับอีก 2 วันทำการ แต่ถ้าเอาแบบด่วนวันนั้นเลย ก็ฉบับละ 400 บาท (http://www.consular.go.th/main/th/services/21872-รายละเอียดขั้นตอนการรับรองเอกสารมีดังนี้.html)
    เนื่องจากตอนแรกไม่ทราบว่าหนังสือรับรองความประพฤตินั้น ต้องนำไปรับรองด้วย จขกท. ก็เลยต้องไปยื่นคำร้องถึง 2 รอบ รอบแรก ศูนย์ราชการยังไม่ถูกปิด ส่วนรอบที่สอง ต้องไปที่เซ็นทรัลบางนา ยังดีที่คิวรับรองเอกสารไม่ค่อยเยอะ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องรอเกือบสามชั่วโมงเลยทีเดียว


การแปลเอกสาร
เมื่อได้เอกสารที่รับรองแล้วเรียบร้อย ขั้นต่อไปคือการนำไปแปลเป็นภาษาเยอรมันค่ะ ซึ่งเราสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้แปลที่ได้รับการรับรองจากสถานฑูตได้ตามลิงค์นี้ http://www.bmeia.gv.at/botschaft/bangkok/ratgeber/oesterreicherinnen-in-thailand/uebersetzungen.html
ส่วน จขกท. นั้น เอาไปแปลที่สถาบันเกอเธ่ค่ะ ค่าธรรมเนียมฉบับละ 1,000 บาท (มาถึงตอนนี้ เริ่มรู้สึกว่าค่าธรรมเนียมมันแพงขึ้นทุกขั้นตอนเลยนะเนี่ย)


การยื่นคำร้อง
เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนค่ะ ถ่ายเอกสารไว้อย่างน้อยสองชุด เผื่อเก็บไว้เอง 1 ชุด และเตรียมเงินสดไปประมาณ 9,000 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน) เมื่อพร้อมแล้วก็ไปยื่นเอกสารตามที่นัดไว้ ตัว จขกท. นั้น ด้วยความรีบ เลยลืมกดเงินไป และไม่ได้ถ่ายเอกสารเผื่อ เมื่อสัมภาษณ์และปั๊มลายนิ้วมือเสร็จ จึงต้องเดินออกมากดเงินที่ตึกแถว MRT ลุมพินี แล้วเข้าไปถ่ายเอกสารที่สถาบันเกอเธ่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ขอให้ถ่ายเอกสารเพิ่มอีก 1 ชุดค่ะ หลังจากนั้นก็รอ จนท. ส่งอีเมลล์แจ้งผลการยื่นคำร้อง และนัดหมายอีกครั้ง

เราควรวางแผนในการไปยื่นคำร้อง ก่อนวันเดินทางเป็นเวลา 3 เดือนเป็นอย่างน้อยค่ะ ตัว จขกท. เองนั้นค่อนข้างเฉียดฉิวเพราะบินวันที่ 1 เมษา ยื่นคำร้องไปประมาณวันที่ 20 มกรา วีซ่าผ่านช่วงต้นเดือนมีนา หลังจากนั้นต้องยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบ 90 วันอีกที (ส่วนใหญ่เป็นหลักฐานที่เรามีอยู่แล้วค่ะ มีเพิ่มมาคือตั๋วเครื่องบิน) เพื่อผ่านเข้าประเทศ แล้วเมื่อมาถึง จึงจะไปติดต่อรับ residence card ได้ที่สำนักงานในออสเตรียค่ะ


คำแนะนำเพิ่มเติม
    ควรจัดการยื่นขอเอกสารที่ใช้เวลาในการออกเอกสารนานๆก่อน เช่น ใบรับรองความประพฤติ (ประมาณ 3 สัปดาห์) แล้วระหว่างนั้นจึงจัดการเอกสารอื่นๆให้เรียบร้อยพร้อมๆกัน แล้วจึงนัดหมายเพื่อยื่นคำร้องค่ะ ของ จขกท. พอจะสรุปเป็น timeline ได้ประมาณนี้

>>ปลายเดือนธันวาคม 2556 – จองที่พัก ขอเอกสารรับรอง, ยื่นขอใบรับรองความประพฤติ, ยื่นขอสำเนาสูติบัตร และทะเบียนบ้าน (รับทันที), รับรองสำเนาสูติบัตร และสำเนาทะเบียนบ้าน (รับภายใน 2 วัน)
>>ต้นเดือนมกราคม 2557 – ได้รับเอกสารรับรองที่พัก, ยื่นแปลสำเนาสูติบัตรและทะเบียนบ้านเป็นภาษาเยอรมัน (รับภายใน 2 วัน), เตรียมเอกสารอื่นๆ ได้แก่ ทำประกันเดินทาง, กรอกแบบฟอร์ม, เตรียมรูปถ่าย ฯลฯ
>>กลางเดือนมกราคม 2557 – ได้รับใบรับรองความประพฤติ นำไปรับรองเอกสาร (รับทันที)
    >>ประมาณวันที่ 20 มกราคม 2557 – ยื่นคำร้องขอ residence permit, จองตั๋วเครื่องบิน
    >>ต้นเดือนมีนาคม 2557 – ได้รับอีเมลล์ผลการพิจารณา และนัดหมายให้ไปยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบ 90 วัน เมื่อยื่นแล้ว รอรับวีซ่าได้อีกประมาณ 2 วันทำการ เป็นอันเสร็จพิธี

    ปล. ควรตรวจสอบวันและเวลาทำการของหน่วยงานต่างๆก่อนไปนะคะ จะได้ไม่เสียเที่ยวค่ะ

แหล่งอ้างอิง:
http://www.bmeia.gv.at/th/botschaft/bangkok/ratgeber/reisen-nach-oesterreich/aufenthaltstitel.html
http://www.bmi.gv.at/cms/BMI_Niederlassung/english/start.aspx#t_overview
https://thsca.wordpress.com/2012/10/06/residencepermit/
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่