เขากลับกล่าวอย่างนี้ว่า ก็ทำไมจะต้องว่ากล่าว เพราะเหตุแห่งโทษเพียงเล็กน้อยนี้ด้วยเล่า

(บางส่วน)


[๑๗๙] ดูกรอุทายี
เปรียบเหมือนบุรุษคนจน ไม่มีอะไรเป็นของตน ไม่ใช่คนมั่งคั่ง
เขามีเรือนเล็กๆ หลังหนึ่ง มีเครื่องมุงบังและเครื่องผูกหลุดลุ่ย ต้องคอยไล่กา มีรูปไม่งาม
มีแคร่อันหนึ่ง หลุดลุ่ย มีรูปไม่งาม มีข้าวเปลือกและพืชสำหรับหว่านประจำปีหม้อหนึ่ง ไม่ใช่เป็นพันธุ์อย่างดี
มีภรรยาคนหนึ่ง ไม่สวย


เขาเห็นภิกษุผู้อยู่ในอาราม มีมือและเท้าล้างดีแล้วฉันโภชนะอันเจริญใจ นั่งอยู่ในที่อันร่มเย็น ประกอบในอธิจิต.
เขาพึงมีความดำริอย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้เจริญ ความเป็นสมณะเป็นสุขหนอ
ดูกรท่านผู้เจริญ ความเป็นสมณะไม่มีโรคหนอ เราควรจะปลงผมและหนวดแล้วนุ่งห่มผ้ากาสายะ
ออกบวชเป็นบรรพชิตบ้างหนอ........แต่เขา ไม่อาจละเรือนเล็กหลังหนึ่งมีเครื่องมุงบังและเครื่องผูกอันหลุดลุ่ย
ที่ต้องคอยไล่กา มีรูปไม่งาม มีแคร่อันหนึ่งที่หลุดลุ่ย ไม่งาม ละแคร่อันหนึ่งที่หลุดลุ่ย มีรูปไม่งาม
ละข้าวเปลือกและพืชสำหรับหว่านประจำปีหม้อหนึ่ง ไม่ใช่พันธุ์อย่างดี และภรรยาคนหนึ่งไม่สวย
แล้วปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกบวชเป็นบรรพชิตได้.


ดูกรอุทายี
ผู้ใดพึงกล่าวอย่างนี้ว่าบุรุษนั้นถูกเขาผูกด้วยเครื่องผูกเหล่านั้น
ไม่อาจละเรือนเล็กๆ หลังหนึ่ง ซึ่งมีเครื่องมุงบังและเครื่องผูกหลุดลุ่ย
ที่ต้องคอยไล่กา มีรูปไม่งาม ละแคร่อันหนึ่งที่หลุดลุ่ย ไม่งาม
ละข้าวเปลือกและพืชสำหรับหว่านประจำปีหม้อหนึ่ง ไม่ใช่พันธุ์อย่างดี
ละภรรยาคนหนึ่ง ไม่สวย แล้วปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ
ออกบวชเป็นบรรพชิตได้. ก็เครื่องผูกของเขานั้นเป็นเครื่องผูกไม่มีกำลัง
บอบบาง เปื่อย ไม่มีแก่นสาร ดังนี้
ผู้นั้นเมื่อกล่าวชื่อว่าพึงกล่าวโดยชอบหรือหนอ ?


ไม่ชอบ พระเจ้าข้า
บุรุษนั้นถูกเขาผูกด้วยเครื่องผูกเหล่าใดแล้ว ไม่อาจละเรือนเล็กๆหลังหนึ่ง มีเครื่องมุงบังและเครื่องผูกอันหลุดลุ่ย
ที่ต้องคอยไล่กา มีรูปไม่งาม ละแคร่อันหนึ่งอันหลุดลุ่ย ไม่งาม
ละข้าวเปลือกและพืชสำหรับหว่านประจำปีหม้อหนึ่ง ไม่ใช่พันธุ์อย่างดี ละภรรยาคนหนึ่ง ไม่สวย
แล้วปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกบวชเป็นบรรพชิตได้
...เครื่องผูกของเขานั้นเป็นเครื่องผูกมีกำลัง มั่น แน่นแฟ้น ไม่เปื่อย เป็นเหมือนท่อนไม้ใหญ่ พระเจ้าข้า.



ดูกรอุทายี
โมฆบุรุษบางพวกในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
เมื่อเรากล่าวว่า จงละโทษนี้เสียเถิด
เขากลับกล่าวอย่างนี้ว่า ก็ทำไมจะต้องว่ากล่าว เพราะเหตุแห่งโทษเพียงเล็กน้อยนี้ด้วยเล่า
พระสมณะนี้ช่างขัดเกลาหนักไป เขาไม่ละโทษนั้นด้วย ไม่เข้าไปตั้งความยำเกรงในเราด้วย


ดูกรอุทายี
อนึ่ง โทษเพียงเล็กน้อยของภิกษุทั้งหลายผู้ใคร่ในสิกขานั้น
ย่อมเป็นเครื่องผูกมีกำลัง มั่น แน่นแฟ้น ไม่เปื่อย เป็นเหมือนท่อนไม้ใหญ่.


----------------------------
ลฑุกิโกปมสูตร
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓  บรรทัดที่ ๓๒๕๓ - ๓๕๐๗.  หน้าที่  ๑๔๑ - ๑๕๑.
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=13&A=3253&Z=3507&pagebreak=0
ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=13&i=175
---------------------------
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่