ช่วงนี้เห็นกระทู้มากมายเกี่ยวกับบุคคลกลุ่มที่มีอุปนิสัยแบบ "มนุษย์ป้า" ซึ่งช่วงวัยของคนเหล่านั้น อาจไม่ได้เป็นคุณป้า อาจจะเป็นคุณพี่ คุณน้า คุณอา คุณยาย แต่ทำนิสัยเอาเปรียบคนอื่น เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เรียกร้องหาน้ำใจทั้งๆที่ตัวเองก็ไร้น้ำใจต่อบุคคลรอบข้าง
เราก็ได้ประสบพบเจอมนุษย์ป้า ระดับเลเวลน้อย แต่รับมือยากเพราะดันเป็นคนในครอบครัว จึงขออนุญาต ถอดล็อกอิน มานินทา นะคะ
...................................
เรื่องราวของเรา เริ่มจากเรามาจากจังหวัดอื่นเข้ามาเรียนและได้พบ คบ และแต่งงานกับแฟนที่จังหวัดปัจจุบันนี้ (ใบ้ว่าเป็นจังหวัด เชียง.... ค่ะ)
พอหลังจากนั้นด้วยว่ายังจบใหม่ทั้งคู่ จากเดิมที่เช่าคอนโด แล้วมีทางญาติผู้ใหญ่ของแฟนก็ยกบ้านเก่าที่เค้าเคยอยู่ให้เราและแฟนอยู่ไปก่อน เพื่อเก็บเงินซื้อบ้าน สร้างครอบครัว สำหรับตัวเราเองนั้น นี่นับเป็นโอกาสที่ดีกับชีวิตที่จะได้เก็บเงินเพิ่ม เพราะถือว่าได้ประหยัดค่าใช้จ่ายหลายทางมาก เพราะบ้านหลังนี้ ทั้งใกล้ที่ทำงาน ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า(จ่ายเพียงค่าน้ำค่าไฟเอง) เลี้ยงสัตว์ได้ เพิ่มเติมตกแต่งอะไรได้เองอีก (อะไรจะดีขนาดนี้

) อีกทั้งเรายังเป็นหนี้ กยศ. อีก เราจึงตบปากรับคำอย่างง่ายดาย
แต่....บ้านหลังนี้แถมคนมาให้ด้วย (ไม่ใช่เรื่องผี แต่ก็ขนลุกเล็กๆ)
บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้น (อายุบ้านมากกว่าอายุเราอีก) โดยชั้นล่างปรับปรุงให้เป็นห้องเช่ามาก่อน พอเรากับแฟนจะย้ายเข้ามาอยู่จึงได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่จนสวยงาม(กว่าเดิม) แล้วก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่
บ้านมีบุคคลอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้สองคนค่ะ
คนแรก นางเอกของเรา พี่สวย(นามสมมติ) พี่สาว(ลูกพี่ลูกน้อง)แฟนเราค่ะ พี่สวยมีอาชีพฟรีแลนซ์ วิ่งรับงาน นายหน้าขายที่ โรงพิมพ์ และอีกมากมายที่เราไม่ทราบ
คนที่สอง น้องจืด(นามสมมติ) ไม่ใช่อะไร บทน้องเค้าจะจืดจางมาก แทบไม่โผล่ออกมาเลย เพราะน้องเค้าเรียนมัธยมต้น มาอาศัยบ้านหลังนี้เพราะอยู่ใกล้โรงเรียนน้องเค้า พอวันหยุดก็กลับบ้านต่างอำเภอ ปิดเทอมก็กลับยาว เปิดเทอมถึงกลับมา
เรื่องแรกๆที่ทำให้เราตะขิดตขวงใจกับการมาอยู่บ้านนี้เกิดจาก การลุกล้ำพื้นที่ส่วนบุคคลของพี่สวยค่ะ
.....ขออธิบายผังบ้านก่อนนะคะ อย่างที่บอกข้างต้น บ้านนี้มีสองชั้น แต่ชั้นล่างปรับปรุงเป็นห้องเช่า แต่ไม่ใช่ชั้นล่างทั้งหมด แต่เป็นช่วงค่อนมาทางหลังบ้านมากกว่า เพราะส่วนหน้าเป็นห้องรับแขก โดยสองฝั่งถูกเชื่อมด้วยประตูเพียงบานเดียวเท่านั้น (เหมือนโรงแรมที่มีประตูเชื่อมกัน).....
ซึ่งช่วงแรก ประตูบานนี้มีติดกลอนแบบขัดฝั่งเดียวคือฝั่งพี่สวย พี่สวยจึงมีสิทธิ์เต็มที่ในการเข้ามาเดินไปเดินมา ในห้องของเราและแฟน ไม่ว่าเวลาไหนๆ (ย้ำค่ะ! ไม่ว่าเวลาไหนๆ) ตอนกลางคืนเรากับแฟนพักผ่อนอยู่ในห้องนอน พี่สวยก็จะเดินเข้ามาแบบเงียบๆแล้วมาส่อง บางทีก็แอบเปิดแง้มประตูมาส่องเราเงียบๆ แล้วยังแอบเอาแมว(ที่เราแอบเลี้ยงจากที่คอนโดเก่า)ไปชั้นบนแบบไม่ให้เรารู้(เป็นตอนเช้า เราหลับอยู่) ตอนนั้นเราร้อนใจแทบแย่ๆ เพราะแมวเราตัวนี้เลี้ยงระบบปิดตลอด และช่วงนั้นยังมีช่างทำบ้านเข้าออกบ่อยๆ จนเราต้องไปตะโกนเรียก พี่เค้าถึงได้มาบอกว่า "พี่เอามาจับหนูเฉยๆ"
แมวเราไม่ใช่แมวไทย เจอแมลงสาบเฉยๆมันยังตกใจขนฟูเลย
เราก็เลยอยากจะเคลียร์ปัญหานี้ให้จบ จึงเข้าไปคุยกับพี่เค้า แบบสุภาพและน้ำเสียงอ่อนน้อม ไม่ได้โวยวายนะคะ " ถ้าพี่สวยจะเข้าไปห้อง(ชื่อเรา)หรือ มีธุระใดๆกับ(ชื่อเรา)หรือ(ชื่อแฟน) กรุณาช่วยเคาะประตูทีนะคะ แล้วอีกอย่างน้องแมวของ(ชื่อเรา)เนี่ยจับหนูไม่เป็นหรอกค่ะ " พี่สวยก็ตอบรับและทำหน้าเข้าใจเป็นอย่างดี
....แต่!! ยังแอบแง้มประตูมาส่องเงียบๆ และพอเคาะประตูแล้วพี่จะไม่เว้นช่วงเลย เคาะปุ๊บ เปิดปั๊บ!!
เราก็เลยปรึกษาแฟนไปซื้อลูกบิดมาติดประตูเชื่อมไว้ พร้อมกับแจ้งพี่สวยว่าจะติดลูกบิดนะ พี่สวยไม่วาย ทวงกุญแจไว้ฝั่งเค้าดอกนึง เผื่อเค้าอยากเข้ามา (จะเข้ามาทำอะไรคะพี่....T_T ) แฟนเราก็รับปากไปเฉยๆ แต่ก็ไม่ได้ให้กุญแจไป ปัญหานี้จึงจบไป ..........ปัญหาใหม่ก็เข้ามา!!
พออยู่ครบเดือน ก็ได้เวลาจ่ายค่าใช้จ่ายเดือนแรก "มนุษย์ป้า" เริ่มเข้าสิง พี่สวยละค่ะ
ตามที่คุยกับผู้ใหญ่ในวันแรกที่มาดูบ้าน เราก็ได้ถามถึงการจ่ายค่าน้ำค่าไฟว่าจะจัดการยังไง ซึ่งวันนั้นพี่สวยก็นั่งอยู่ด้วยค่ะ พี่สวยก็บอกว่า "ปกติพี่สวยก็จ่ายให้น้องจืดเป็นประจำอยู่แล้ว" เราก็เลยไม่ได้คาดคั้นอะไรมาก เพราะคิดว่าพี่สวยคงรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง ญาติผู้ใหญ่เจ้าของบ้านก็คิดเช่นนั้น จึงได้เดินสายมาตรวัดไฟฟ้าเฉพาะฝั่งเราให้ เพื่อให้ง่ายต่อการจ่ายค่าไฟแยก แต่ด้วยบ้านมีระบบที่เก่ามาก โครงสร้างบ้านไม่เอื้อให้เดินใหม่ จึงมีหลอดไฟบางหลอดและไฟปั๊มน้ำฝั่งพี่สวยที่ต่อกับมาตรวัดไฟฝั่งเราอยู่ ซึ่งเราก็ไม่ได้เครียดมาก ไม่เป็นไร ไฟไม่กี่หลอด
พอบิลค่าไฟและค่าน้ำมา พี่สวยจึงเรียกแฟนเราไปคุย (เราด้วยความที่มองพี่สวยในแง่ดีเกินไป คิดว่าพี่สวยคงจะให้หารครึ่งทุกอย่าง ทั้งน้ำทั้งไฟ และยังมีค่าอินเตอร์เน็ทที่พี่สวยขอใช้ฟรีเพื่อเล่น LINE อันนี้ไม่ว่ากัน)
แฟนกลับมาเล่า ได้ความว่า พี่สวยจะให้ทั้งเราและแฟนจ่ายทุกอย่าง
ทั้งค่าน้ำทั้งค่าไฟ 
ด้วยเหตุผลที่ว่า "พี่สวยไม่มีเงินเดือน ปั๊มน้ำ พี่ก็ติดให้ (ตั้งแต่หนึ่งปีก่อนเรามาอยู่) รถพี่ก็เสียยังไม่ได้ซ่อม ฯลฯ" พร้อมบรรยายค่าใช้จ่ายบานตะไทของพี่สวยให้แฟนเราฟัง แฟนเราก็พาซื่อกลับมาหาเราโดยไม่ต่อรองอะไรเลย
ยอมรับว่า ปรี๊ดค่ะ!! เราเลยบอกแฟนให้ไปคุยใหม่ว่า เราจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่คุณร่วมใช้ และ ภาระต่างๆของคุณหรอก พ่อแฟนแสนซื่อของเราก็กลับไปคุย จนพี่สวยยอมตกลง หารจ่ายค่าน้ำ และจ่ายค่าไฟตามมาตรที่ติดตั้งไว้
แต่พอเราสงบสติอารมณ์ลงได้ พร้อมด้วยคำเตือนใจจากแม่(โทรไปฟ้องแม่มา)ว่า "เป็นญาติกันแล้ว ก็ยอมเค้าไปบ้าง ถือว่าเป็นการพิสูจน์ตัวเองนะลูก แม่เคยทนมากกว่านี้เยอะ " อ่า...ค่ะ ..แม่ เราจึงยื่นขอเสนอใหม่ว่า เราและแฟนรับผิดชอบ
ค่าไฟ แต่ให้พี่สวยรับผิดชอบ
ค่าน้ำ พี่สวยก็ยอมรับแต่โดยดี (ค่าไฟตอนอยู่คอนโดเราสูงสุดอยู่ 800++ และค่าน้ำหลังนี้แต่ละเดือนไม่เกิน 200+ ค่ะ)
เรากับแฟนมีคอมพิวเตอร์คนละเครื่อง ส่วนตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทั้งเรา และพี่สวยมีพอๆกันค่ะ และที่สำคัญ พี่สวยมีแอร์ ซึ่งจะปรากฎในตอนต่อไป
....เดือนต่อมา
พี่สวยเดินมาเคาะเรียกค่ะ พี่สวยบอกว่าพี่นอนข้างบนร้อนมาก เดือนนี้พี่จะเปิดแอร์นะ จดมาตรไฟไว้ละกัน แล้วค่อยมาดูกัน เราก็ค่ะๆ แล้วก็ถ่ายรูปมาตรไฟไว้ วันคืนผ่านไป (เด๋วมี Side storyสั้นๆ มาเล่าให้ฟังอีกค่ะ เกี่ยวกับแอร์นี่แหละ) จนจบไปอีกเดือน
บิลค่าไฟมาอีกครั้ง ค่าไฟเดือนนี้พุ่งไปที่ 1500++ บาท (เดือนก่อนมีช่างเข้ามาทำบ้าน อ๊อกเหล็ก ใช้เลื่อยไฟฟ้า อุปกรณ์ช่างต่างๆ ค่าไฟ แค่ 800++ เท่านั้น) เราและแฟนจึงนำค่าไฟมาคำนวณตามมาตรไฟที่ได้ถ่ายไว้ ได้ค่าไฟฝั่งเราอยู่ที่ 600++ และค่าไฟฝั่งพี่สวยประมาณ 700++ เท่านั้นแหละค่ะ
ตามเดิม แฟนเราก็เข้าไปคุยกับพี่สวย และกลับมาเล่าให้เราฟัง (เราเป็นคนอารมณ์ร้อนค่ะ กลัวแสดงกิริยาไม่ดี แฟนเป็นคนใจเย็นมากกก เลยปล่อยให้แฟนไปคนเดียว แถมเป็นญาติฝั่งเค้าอีกต่างหาก) แฟนบอกว่า พอพี่สวยเห็นบิลค่าไฟ ทำหน้าช็อค พร้อมกับบอกให้เราจ่ายไปก่อน แล้วเริ่มขุดเอาภาระตัวเองมาถมๆ เพื่อหลีกเลี่ยง เช่น
รถเสียเพิ่งไปซ่อม(เสียอีกแล้วเหรอคะ?)
เครื่องกรองก็ต้องไปซ่อม(พี่ใช้คนเดียวหนิคะ)
ปั๊มน้ำพี่ก็ติดให้(อีกแล้วหรอคะ?)
เนี่ยเดือนนี้พี่ต้องกลับไปหาลุงบ่อย ไม่มีใครช่วยออกค่าน้ำมันให้เลย (ลุงสบายดีค่ะ ไม่ได้ป่วย พี่ไปเที่ยวหาเอง แล้วหนูต้องช่วยพี่ออกค่ากลับบ้านไปหาพ่อของพี่เองด้วยรึคะเนี่ย?)
เงินหมุนไม่ทัน(เดือนที่แล้วพี่เพิ่งพาลุงไปเที่ยวทะเล แล้วนี่พี่เพิ่งกลับจากเที่ยวดอยนะคะ)
แถมพี่ไม่มีเงินเดือนด้วยนะ(นั่นไง!! ประโยคสำคัญ!!)
แฟนเราขนาดว่าเป็นคนซื่อๆ ยังรู้ทัน แฟนก็เลยบอกว่า "ผมจะรอละกันครับ"
รอบนี้เช่นเคยค่ะ เราโทรไปฟ้องแม่(เป็นเด็กขี้ฟ้อง

) คราวนี้แม่พูดได้แค่ " เหอะๆ ปล่อย(ชื่อแฟน) เค้าจัดการเถอะลูก ญาติเค้า " ค่ะ..... ตามนั้น!!
เข้าสู่ช่วงคำถาม
จะรับมือยังไงดี? ย้ายออกก็ไม่ได้ ทวงก็กลัวมีปัญหา ภาระเราก็มี ไอ้เงินที่คิดจะเอาไว้เก็บก็จะไม่มีแล้วค่ะ อยากได้วิธีประนีประนอม...
ปล. พอบอกไปทำนองว่า จ่ายให้ไม่ได้หรอก มีการบ่นน้อยใจ "ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเนี่ย" แหม... พี่คะ ไม่ได้มัดแขนขาพี่ไว้นี่คะ
ใครมี "มนุษย์ป้า" เป็นคนในครอบครัวบ้าง รับมือยังไงกัน (อยากระบาย)
เราก็ได้ประสบพบเจอมนุษย์ป้า ระดับเลเวลน้อย แต่รับมือยากเพราะดันเป็นคนในครอบครัว จึงขออนุญาต ถอดล็อกอิน มานินทา นะคะ
เรื่องราวของเรา เริ่มจากเรามาจากจังหวัดอื่นเข้ามาเรียนและได้พบ คบ และแต่งงานกับแฟนที่จังหวัดปัจจุบันนี้ (ใบ้ว่าเป็นจังหวัด เชียง.... ค่ะ)
พอหลังจากนั้นด้วยว่ายังจบใหม่ทั้งคู่ จากเดิมที่เช่าคอนโด แล้วมีทางญาติผู้ใหญ่ของแฟนก็ยกบ้านเก่าที่เค้าเคยอยู่ให้เราและแฟนอยู่ไปก่อน เพื่อเก็บเงินซื้อบ้าน สร้างครอบครัว สำหรับตัวเราเองนั้น นี่นับเป็นโอกาสที่ดีกับชีวิตที่จะได้เก็บเงินเพิ่ม เพราะถือว่าได้ประหยัดค่าใช้จ่ายหลายทางมาก เพราะบ้านหลังนี้ ทั้งใกล้ที่ทำงาน ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า(จ่ายเพียงค่าน้ำค่าไฟเอง) เลี้ยงสัตว์ได้ เพิ่มเติมตกแต่งอะไรได้เองอีก (อะไรจะดีขนาดนี้
แต่....บ้านหลังนี้แถมคนมาให้ด้วย (ไม่ใช่เรื่องผี แต่ก็ขนลุกเล็กๆ)
บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้น (อายุบ้านมากกว่าอายุเราอีก) โดยชั้นล่างปรับปรุงให้เป็นห้องเช่ามาก่อน พอเรากับแฟนจะย้ายเข้ามาอยู่จึงได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่จนสวยงาม(กว่าเดิม) แล้วก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่
บ้านมีบุคคลอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้สองคนค่ะ
คนแรก นางเอกของเรา พี่สวย(นามสมมติ) พี่สาว(ลูกพี่ลูกน้อง)แฟนเราค่ะ พี่สวยมีอาชีพฟรีแลนซ์ วิ่งรับงาน นายหน้าขายที่ โรงพิมพ์ และอีกมากมายที่เราไม่ทราบ
คนที่สอง น้องจืด(นามสมมติ) ไม่ใช่อะไร บทน้องเค้าจะจืดจางมาก แทบไม่โผล่ออกมาเลย เพราะน้องเค้าเรียนมัธยมต้น มาอาศัยบ้านหลังนี้เพราะอยู่ใกล้โรงเรียนน้องเค้า พอวันหยุดก็กลับบ้านต่างอำเภอ ปิดเทอมก็กลับยาว เปิดเทอมถึงกลับมา
เรื่องแรกๆที่ทำให้เราตะขิดตขวงใจกับการมาอยู่บ้านนี้เกิดจาก การลุกล้ำพื้นที่ส่วนบุคคลของพี่สวยค่ะ
.....ขออธิบายผังบ้านก่อนนะคะ อย่างที่บอกข้างต้น บ้านนี้มีสองชั้น แต่ชั้นล่างปรับปรุงเป็นห้องเช่า แต่ไม่ใช่ชั้นล่างทั้งหมด แต่เป็นช่วงค่อนมาทางหลังบ้านมากกว่า เพราะส่วนหน้าเป็นห้องรับแขก โดยสองฝั่งถูกเชื่อมด้วยประตูเพียงบานเดียวเท่านั้น (เหมือนโรงแรมที่มีประตูเชื่อมกัน).....
ซึ่งช่วงแรก ประตูบานนี้มีติดกลอนแบบขัดฝั่งเดียวคือฝั่งพี่สวย พี่สวยจึงมีสิทธิ์เต็มที่ในการเข้ามาเดินไปเดินมา ในห้องของเราและแฟน ไม่ว่าเวลาไหนๆ (ย้ำค่ะ! ไม่ว่าเวลาไหนๆ) ตอนกลางคืนเรากับแฟนพักผ่อนอยู่ในห้องนอน พี่สวยก็จะเดินเข้ามาแบบเงียบๆแล้วมาส่อง บางทีก็แอบเปิดแง้มประตูมาส่องเราเงียบๆ แล้วยังแอบเอาแมว(ที่เราแอบเลี้ยงจากที่คอนโดเก่า)ไปชั้นบนแบบไม่ให้เรารู้(เป็นตอนเช้า เราหลับอยู่) ตอนนั้นเราร้อนใจแทบแย่ๆ เพราะแมวเราตัวนี้เลี้ยงระบบปิดตลอด และช่วงนั้นยังมีช่างทำบ้านเข้าออกบ่อยๆ จนเราต้องไปตะโกนเรียก พี่เค้าถึงได้มาบอกว่า "พี่เอามาจับหนูเฉยๆ"
เราก็เลยอยากจะเคลียร์ปัญหานี้ให้จบ จึงเข้าไปคุยกับพี่เค้า แบบสุภาพและน้ำเสียงอ่อนน้อม ไม่ได้โวยวายนะคะ " ถ้าพี่สวยจะเข้าไปห้อง(ชื่อเรา)หรือ มีธุระใดๆกับ(ชื่อเรา)หรือ(ชื่อแฟน) กรุณาช่วยเคาะประตูทีนะคะ แล้วอีกอย่างน้องแมวของ(ชื่อเรา)เนี่ยจับหนูไม่เป็นหรอกค่ะ " พี่สวยก็ตอบรับและทำหน้าเข้าใจเป็นอย่างดี
....แต่!! ยังแอบแง้มประตูมาส่องเงียบๆ และพอเคาะประตูแล้วพี่จะไม่เว้นช่วงเลย เคาะปุ๊บ เปิดปั๊บ!!
เราก็เลยปรึกษาแฟนไปซื้อลูกบิดมาติดประตูเชื่อมไว้ พร้อมกับแจ้งพี่สวยว่าจะติดลูกบิดนะ พี่สวยไม่วาย ทวงกุญแจไว้ฝั่งเค้าดอกนึง เผื่อเค้าอยากเข้ามา (จะเข้ามาทำอะไรคะพี่....T_T ) แฟนเราก็รับปากไปเฉยๆ แต่ก็ไม่ได้ให้กุญแจไป ปัญหานี้จึงจบไป ..........ปัญหาใหม่ก็เข้ามา!!
พออยู่ครบเดือน ก็ได้เวลาจ่ายค่าใช้จ่ายเดือนแรก "มนุษย์ป้า" เริ่มเข้าสิง พี่สวยละค่ะ
ตามที่คุยกับผู้ใหญ่ในวันแรกที่มาดูบ้าน เราก็ได้ถามถึงการจ่ายค่าน้ำค่าไฟว่าจะจัดการยังไง ซึ่งวันนั้นพี่สวยก็นั่งอยู่ด้วยค่ะ พี่สวยก็บอกว่า "ปกติพี่สวยก็จ่ายให้น้องจืดเป็นประจำอยู่แล้ว" เราก็เลยไม่ได้คาดคั้นอะไรมาก เพราะคิดว่าพี่สวยคงรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง ญาติผู้ใหญ่เจ้าของบ้านก็คิดเช่นนั้น จึงได้เดินสายมาตรวัดไฟฟ้าเฉพาะฝั่งเราให้ เพื่อให้ง่ายต่อการจ่ายค่าไฟแยก แต่ด้วยบ้านมีระบบที่เก่ามาก โครงสร้างบ้านไม่เอื้อให้เดินใหม่ จึงมีหลอดไฟบางหลอดและไฟปั๊มน้ำฝั่งพี่สวยที่ต่อกับมาตรวัดไฟฝั่งเราอยู่ ซึ่งเราก็ไม่ได้เครียดมาก ไม่เป็นไร ไฟไม่กี่หลอด
พอบิลค่าไฟและค่าน้ำมา พี่สวยจึงเรียกแฟนเราไปคุย (เราด้วยความที่มองพี่สวยในแง่ดีเกินไป คิดว่าพี่สวยคงจะให้หารครึ่งทุกอย่าง ทั้งน้ำทั้งไฟ และยังมีค่าอินเตอร์เน็ทที่พี่สวยขอใช้ฟรีเพื่อเล่น LINE อันนี้ไม่ว่ากัน)
แฟนกลับมาเล่า ได้ความว่า พี่สวยจะให้ทั้งเราและแฟนจ่ายทุกอย่าง ทั้งค่าน้ำทั้งค่าไฟ
ยอมรับว่า ปรี๊ดค่ะ!! เราเลยบอกแฟนให้ไปคุยใหม่ว่า เราจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่คุณร่วมใช้ และ ภาระต่างๆของคุณหรอก พ่อแฟนแสนซื่อของเราก็กลับไปคุย จนพี่สวยยอมตกลง หารจ่ายค่าน้ำ และจ่ายค่าไฟตามมาตรที่ติดตั้งไว้
แต่พอเราสงบสติอารมณ์ลงได้ พร้อมด้วยคำเตือนใจจากแม่(โทรไปฟ้องแม่มา)ว่า "เป็นญาติกันแล้ว ก็ยอมเค้าไปบ้าง ถือว่าเป็นการพิสูจน์ตัวเองนะลูก แม่เคยทนมากกว่านี้เยอะ " อ่า...ค่ะ ..แม่ เราจึงยื่นขอเสนอใหม่ว่า เราและแฟนรับผิดชอบ ค่าไฟ แต่ให้พี่สวยรับผิดชอบ ค่าน้ำ พี่สวยก็ยอมรับแต่โดยดี (ค่าไฟตอนอยู่คอนโดเราสูงสุดอยู่ 800++ และค่าน้ำหลังนี้แต่ละเดือนไม่เกิน 200+ ค่ะ)
เรากับแฟนมีคอมพิวเตอร์คนละเครื่อง ส่วนตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทั้งเรา และพี่สวยมีพอๆกันค่ะ และที่สำคัญ พี่สวยมีแอร์ ซึ่งจะปรากฎในตอนต่อไป
....เดือนต่อมา
พี่สวยเดินมาเคาะเรียกค่ะ พี่สวยบอกว่าพี่นอนข้างบนร้อนมาก เดือนนี้พี่จะเปิดแอร์นะ จดมาตรไฟไว้ละกัน แล้วค่อยมาดูกัน เราก็ค่ะๆ แล้วก็ถ่ายรูปมาตรไฟไว้ วันคืนผ่านไป (เด๋วมี Side storyสั้นๆ มาเล่าให้ฟังอีกค่ะ เกี่ยวกับแอร์นี่แหละ) จนจบไปอีกเดือน
บิลค่าไฟมาอีกครั้ง ค่าไฟเดือนนี้พุ่งไปที่ 1500++ บาท (เดือนก่อนมีช่างเข้ามาทำบ้าน อ๊อกเหล็ก ใช้เลื่อยไฟฟ้า อุปกรณ์ช่างต่างๆ ค่าไฟ แค่ 800++ เท่านั้น) เราและแฟนจึงนำค่าไฟมาคำนวณตามมาตรไฟที่ได้ถ่ายไว้ ได้ค่าไฟฝั่งเราอยู่ที่ 600++ และค่าไฟฝั่งพี่สวยประมาณ 700++ เท่านั้นแหละค่ะ
ตามเดิม แฟนเราก็เข้าไปคุยกับพี่สวย และกลับมาเล่าให้เราฟัง (เราเป็นคนอารมณ์ร้อนค่ะ กลัวแสดงกิริยาไม่ดี แฟนเป็นคนใจเย็นมากกก เลยปล่อยให้แฟนไปคนเดียว แถมเป็นญาติฝั่งเค้าอีกต่างหาก) แฟนบอกว่า พอพี่สวยเห็นบิลค่าไฟ ทำหน้าช็อค พร้อมกับบอกให้เราจ่ายไปก่อน แล้วเริ่มขุดเอาภาระตัวเองมาถมๆ เพื่อหลีกเลี่ยง เช่น
เครื่องกรองก็ต้องไปซ่อม(พี่ใช้คนเดียวหนิคะ)
ปั๊มน้ำพี่ก็ติดให้(อีกแล้วหรอคะ?)
เนี่ยเดือนนี้พี่ต้องกลับไปหาลุงบ่อย ไม่มีใครช่วยออกค่าน้ำมันให้เลย (ลุงสบายดีค่ะ ไม่ได้ป่วย พี่ไปเที่ยวหาเอง แล้วหนูต้องช่วยพี่ออกค่ากลับบ้านไปหาพ่อของพี่เองด้วยรึคะเนี่ย?)
เงินหมุนไม่ทัน(เดือนที่แล้วพี่เพิ่งพาลุงไปเที่ยวทะเล แล้วนี่พี่เพิ่งกลับจากเที่ยวดอยนะคะ)
แถมพี่ไม่มีเงินเดือนด้วยนะ(นั่นไง!! ประโยคสำคัญ!!)
แฟนเราขนาดว่าเป็นคนซื่อๆ ยังรู้ทัน แฟนก็เลยบอกว่า "ผมจะรอละกันครับ"
รอบนี้เช่นเคยค่ะ เราโทรไปฟ้องแม่(เป็นเด็กขี้ฟ้อง
เข้าสู่ช่วงคำถาม
จะรับมือยังไงดี? ย้ายออกก็ไม่ได้ ทวงก็กลัวมีปัญหา ภาระเราก็มี ไอ้เงินที่คิดจะเอาไว้เก็บก็จะไม่มีแล้วค่ะ อยากได้วิธีประนีประนอม...
ปล. พอบอกไปทำนองว่า จ่ายให้ไม่ได้หรอก มีการบ่นน้อยใจ "ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเนี่ย" แหม... พี่คะ ไม่ได้มัดแขนขาพี่ไว้นี่คะ