ในโอกาสครบรอบ 4 ปีเหตุปราบปรามประชาชนในเดือนพฤษภาคม 2553 วอยซ์ทีวีได้รวบรวมความคืบหน้าทางคดี ความรู้สึก และความหวังของผู้สูญเสีย ที่ยังรอคอยความจริงและความยุติธรรมให้ปรากฏขึ้น
เหตุสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ ในเดือนพฤษภาคม 2553 ผ่านมา 4 ปีแล้ว แต่ความคืบหน้าของคดี มีการออกคำสั่งชี้สาเหตุการตายไปเพียงแค่ 27 ราย จากทั้งหมด 99 ราย ในจำนวนนี้ มีถึง 17 ราย ที่ศาลชี้แล้วว่า ทหารเป็นผู้ลงมือสังหารประชาชน
แต่ อีกกว่า 60 คดี ยังไม่ขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น และค้างอยู่ในชั้นสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ หรือในอีกนัยหนึ่ง ความตายส่วนใหญ่ ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับความยุติธรรม จึงเป็นความทรมานอย่างถึงที่สุดสำหรับญาติผู้สูญเสีย แต่ก็เป็นเหตุให้ พวกเขายังต่อสู้ด้วยความหวัง ว่าจะได้รับความจริงและความยุติธรรมในที่สุด ไม่เพียงแต่ญาติที่รอคอยความจริงและความยุติธรรม แต่ยังเป็น 4 ปีที่สังคมไทยรอคอยให้มีผู้รับผิดชอบต่อความสูญเสียของประชาชนอีกด้วย
ซึ่งปีที่ผ่านมา อุปสรรคสำคัญที่สุด ก็คือความพยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเหมาเข่ง โดยพรรครัฐบาล ที่อยู่ตรงข้ามผู้ปราบปรามประชาชน ซึ่งผลของการผลักดันส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน ที่เกิดวิกฤตการเมืองไม่รู้จบ จนอาจนำไปสู่ศพแล้วศพเล่าของประชาชนในอนาคต
นอกจากการบาดเจ็บ ล้มตายของประชาชน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลขณะนั้นยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่แล้ว สิ่งที่คนเสื้อแดง ต้องแบกรับมานานหลายปี คือข้อกล่าวหา "เผาบ้าน เผาเมือง " โดยเฉพาะกรณีเซ็นทรัลเวิล์ด ซึ่งท้ายที่สุดศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษายกฟ้อง นายสายชล แพบัว และ นายพินิจ จันทร์ณรงค์ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 เนื่องจากพยานโจทก์ไม่ชัดเจนเพียงพอ ข้อกล่าวหานี้ จึงจางหายไปบ้าง เว้นแต่ในกลุ่มที่เลือกเชื่อแล้วว่า การเรียกร้องประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง เป็นสิ่งผิดที่ไม่สามารถยอมรับได้
http://news.voicetv.co.th/democracycrisis/106097.html
ครบรอบ 4 ปี ที่ฆาตกรชั่วสั่งฆ่าประชาชน ศาลตัดสินแล้ว 17 ศพตายจากฝีมือเจ้าหน้าที่ทหาร ไม่มีชายชุดดำแม้แต่คดีเดียว
เหตุสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ ในเดือนพฤษภาคม 2553 ผ่านมา 4 ปีแล้ว แต่ความคืบหน้าของคดี มีการออกคำสั่งชี้สาเหตุการตายไปเพียงแค่ 27 ราย จากทั้งหมด 99 ราย ในจำนวนนี้ มีถึง 17 ราย ที่ศาลชี้แล้วว่า ทหารเป็นผู้ลงมือสังหารประชาชน
แต่ อีกกว่า 60 คดี ยังไม่ขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น และค้างอยู่ในชั้นสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ หรือในอีกนัยหนึ่ง ความตายส่วนใหญ่ ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับความยุติธรรม จึงเป็นความทรมานอย่างถึงที่สุดสำหรับญาติผู้สูญเสีย แต่ก็เป็นเหตุให้ พวกเขายังต่อสู้ด้วยความหวัง ว่าจะได้รับความจริงและความยุติธรรมในที่สุด ไม่เพียงแต่ญาติที่รอคอยความจริงและความยุติธรรม แต่ยังเป็น 4 ปีที่สังคมไทยรอคอยให้มีผู้รับผิดชอบต่อความสูญเสียของประชาชนอีกด้วย
ซึ่งปีที่ผ่านมา อุปสรรคสำคัญที่สุด ก็คือความพยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเหมาเข่ง โดยพรรครัฐบาล ที่อยู่ตรงข้ามผู้ปราบปรามประชาชน ซึ่งผลของการผลักดันส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน ที่เกิดวิกฤตการเมืองไม่รู้จบ จนอาจนำไปสู่ศพแล้วศพเล่าของประชาชนในอนาคต
นอกจากการบาดเจ็บ ล้มตายของประชาชน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลขณะนั้นยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่แล้ว สิ่งที่คนเสื้อแดง ต้องแบกรับมานานหลายปี คือข้อกล่าวหา "เผาบ้าน เผาเมือง " โดยเฉพาะกรณีเซ็นทรัลเวิล์ด ซึ่งท้ายที่สุดศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษายกฟ้อง นายสายชล แพบัว และ นายพินิจ จันทร์ณรงค์ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 เนื่องจากพยานโจทก์ไม่ชัดเจนเพียงพอ ข้อกล่าวหานี้ จึงจางหายไปบ้าง เว้นแต่ในกลุ่มที่เลือกเชื่อแล้วว่า การเรียกร้องประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง เป็นสิ่งผิดที่ไม่สามารถยอมรับได้
http://news.voicetv.co.th/democracycrisis/106097.html