เล่ห์นางฟ้า ตอนที่ 10/1 วันอังคารที่ 06/05/2557



ไม่นานต่อมา สองคนถูกเรียกมายังห้องทำงานผู้จัดการร้าน สภาพน้อยถึงกับต้องเข้าเฝือกที่แขน อันเกิดจากการที่บิวตี้ล้มใส่ทั้งบันได โดยน้อยนั่งหน้าเครียดอยู่ ส่วนบิวตี้ยังสวมแว่น และใส่มวยผมปลอม มองน้อยด้วยความรู้สึกผิดนิดๆ ที่น้อยต้องมาเจ็บแทนตน
       
       ผู้จัดการหน้าเครียดสุด ขณะพูดตำหนิ “มาวันแรกก็เป็นเรื่องเลยนะ”
       “มันเป็นอุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” นึกได้ฝืนพูดสุภาพ “ค่ะ”
       “ตั้งแต่ตั้งร้านมา ยังไม่เคยมีใครเลินเล่ออย่างเธอเลย”
       บิวตี้ฉุน “โทษแต่พนักงาน ทำไมไม่โทษระบบของตัวเองบ้าง บันไดไม่มีเซฟตี้แบบนี้เอามาใช้ได้ไง”
       ผู้จัดการโกรธจัด “อวดดี เธอรู้ไหมฉันเป็นใคร”
       บิวตี้ย้อน “แล้วเธอรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร!” (แล้วนึกได้) “...ก็พนักงานกินเงินเดือนเหมือนกันนั่นแหละ
       ผู้จัดการยั๊ว “มันชักจะมากไปแล้วนะ”
       “แต่มันไม่ถูกต้องจริงๆ นี่” บิวตี้หันมาทางน้อย “บริษัทจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้หรือยัง ค่าชดเชย ล่ะ”
       น้อยอึกอัก แต่ก็ชักเห็นด้วย “ยังเลย”
       ผู้จัดการดุบิวตี้ “บริษัทจะจัดการเอง ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ ไม่ต้องยุ่ง”
       “เขาเจ็บเพราะอุบัติเหตุ บริษัทต้องจ่าย”
       ผู้จัดการโกรธจัด “บอกว่าไม่ต้องยุ่ง เธอออกไปเดี๋ยวนี้เลย ฉันไล่เธอออก”
       “เธอไล่ฉันออก?” บิวตี้ขำก๊าก ยักไหล่พรืดไม่แคร์โลก เดินฉับๆ ออกไป แล้วหยุดหันมา “อ้อ แล้วผู้จัดการอย่างเธอ ก็คงไม่มีบริษัทไหนเค้าอยากจ้างนักหรอกนะ เตรียมหางานใหม่ไว้ได้เลย”
       เสียงปิดประตูดังปัง
       ผู้จัดการโกรธ หันมาพาลใส่น้อย “สำนักงานใหญ่ส่งคนบ้าๆบอๆ แบบนี้มาให้เราได้ยังไง”
       น้อยสงบปากไม่กล้าพูดอะไร ด้วยกลัวตกงาน
       
       บิวตี้ออกมาจากห้องผู้จัดการร้าน เดินมาตามทางในเอ๊าท์เล็ต หงุดหงิดสุดขีด
       “แค่ทำวันเดียวก็รู้หมดแล้วว่าห่วยขนาดไหน ฉันเป็นประธานเมื่อไหร่จะไล่ออกให้หมดเลย คอยดู”
       บิวตี้หยิบโทรศัพท์โทรหาธีภพ
       “คุณธีภพ! เย็นนี้ส่งรถมารับฉันด้วย” นึกขึ้นได้ รีบเปลี่ยน “เอ่อ ไม่สิ...ไม่ใช่เย็นนี้ ส่งรถมารับฉันตอนเช้า แปดโมงเช้านะ ฉันไม่อยากอยู่แล้ว ที่นี่บริหารงานได้แย่มาก ขอบอก เกิดอุบัติเหตุแทนที่จะดูว่าระบบเซฟตี้ดีพอหรือยัง ดันมาโทษพนักงาน”
       ธีภพวางหูใส่ บิวตี้โกรธ “กล้าดียังไงมาวางสายใส่ฉัน” พยายามโทรใหม่ แต่สัญญาณไม่ว่าง
       บิวตี้ฮึดฮัดกดโทรศัพท์จิก ซ้ำๆ แรงๆ หงุดหงิดสุดขีด และโกรธธีภพมาก
       
       ณ แดนสรวง ปรมะเทวีมองภาพบิวตี้ทางจอภาพด้วยสายตาเย็นชา
       “มีแต่ความหุนหันพลันแล่น นึกถึงแต่ตนเอง มาตรวัดความดีคงจะลดลงไม่ใช่น้อย”
       มาตรวัดความสัมฤทธิ์ ลดลง อย่างที่องค์เทวีพูด
       “แต่มันเป็นจริงอย่างที่ลัลน์ลลิตพูดนะคะเทวี” นางฟ้าลลิตาท้วง
       “เพียงส่วนเดียวเท่านั้น ลัลน์ลลิตเพ่งแต่ความผิดของผู้อื่น ความผิดของผู้อื่นดั่งขุนเขา ความผิดของตนเท่าเส้นผม เช่นนี้ย่อมไม่มีวันรู้ตัวเอง”
       “แล้วลัลน์ลลิตจะทำคะแนนกลับมาได้อย่างไรคะเทวี”
       “นางยังมีกัลยณมิตร คอยช่วยเหลือ แต่ด้วยความร้ายกาจของนาง เราก็จนใจไม่อาจรู้ได้ว่า กัลยาณมิตรผู้นั้น จะประคับประคองนางไปได้อีกนานเพียงใด”
       “กัลยาณมิตร หรือคะ” นางฟ้าลลิตา รับรู้ได้ว่ากัลยาณมิตรที่ปรมะพูดหมายถึงธีภพ เลยรู้สึกวางใจขึ้นมา
       
       บิวตี้เดินมาที่หน้าร้านจะกลับบ้าน ยังพยายามโทรหาธีภพ กดโทรศัพท์แรงๆ ท่าทีหงุดหงิด
       “ฉันยังพูดไม่จบ ปิดโทรศัพท์หนีได้ยังไง ไม่มีมารยาท”
       บิวตี้มองหารถ ทั้งร้อน ทั้งหงุดหงิด
       “รถก็ไม่มี โอ๊ย”    
       สักครู่ผู้จัดการวิ่งออกมา มองหาบิวตี้ เห็นยืนรอรถอยู่รีบเข้ามาหา ยังโกรธแต่ต้องทำตามคำสั่งเบื้องบน
       “นี่เธอ กลับไปทำงานต่อได้แล้ว”
       “ไม่ทำ ไล่ฉันออกแล้วนี่ ไม่ใช่สิ ฉันลาออก”
       “สำนักงานใหญ่สั่งให้เธอฝึกงานต่อให้ครบอาทิตย์นึง”
       บิวตี้เชิดใส่ “ไม่”
       ธีภพโทร.เข้ามาพอดี บิวตี้รับ “อะไรอีกล่ะ ทีตอนโทร.ไปละไม่รับ แถมยังมาวางสายใส่ฉันอีก”
       “ให้โอกาสแก้ตัวอีกครั้ง ถ้าไม่ฝึก ถือว่าล้มเหลว” แล้ววางสายไปเลย
       “นี่นาย” บิวตี้โมโหหนัก “คนอย่างฉันเนี่ยนะล้มเหลว ไม่มีทาง งานง่ายๆ แค่เนี้ยจะทำให้ดู”
       บิวตี้เดินหงุดหงิดกลับเข้าไปในร้าน
       ผู้จัดการมองตามหน้าเครียด
       
       บิวตี้กลับมายืนเซ็งเฝ้าสินค้าหน้าหงิกงอ ลูกค้าบางคนจะเข้ามาซื้อสินค้า เจอสีหน้าไม่รับแขกเลยถอยไป
       ลูกค้า 1    ถามมาจากด้านหลัง “นี่ เธอ รุ่นนี้ลดกี่บาท”
       บิวตี้รำคาญ “ดูราคาตามป้ายสิ” นึกได้ เติมหางเสียงอย่างไม่เต็มใจ “...คะ”
       “แล้วไอ้ลดสามสิบเปอร์เซ็นต์ เนี่ยมันกี่บาท”
       บิวตี้อยากวีนใส่เต็มแก่ “ถามที่แคชเชียร์ ...ค่ะ”
       ลูกค้า 1 ตำหนิ เสียงดัง “อาไร้ เป็นพนักงานขาย ทำไมไม่ดูแลลูกค้าเลย”
       ลูกค้าอื่นที่อยู่บริเวณนั้นหันมามอง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
       สองคนใน กลุ่มลูกค้า คือวาวา เพื่อนสาวในก๊วนปาร์ตี้ และ กาย เพื่อนชายที่บิวตี้จูบหวังถอนคำสาป วาวา ปรายตามองผ่านบิวตี้ แล้วหันขวับมาจ้องมองอีกทีอย่างสงสัย
       บิวตี้ปรี๊ดแตก “นี่จะบอกให้นะ ฉันน่ะ” สายตาเหลือบเห็นวาว กับ กาย ก่อนรีบคว้าเสื้อจากมือลูกค้า “จะไปถามราคาแล้วกลับมาบอกนะคะ” แล้วหันหลังเดินหนีไปคนละทางกับ วาวาและกาย
       วาวาดึงแขนกาย “กาย คนเมื่อกี้ ยัยบิวตี้ใช่มั้ย”
       กายมองหา “คนไหน”
       “ก็คนขายของ ที่เดินไปนั่นไง” พลางชี้ให้ดูบิวตี้ที่เห็นด้านหลังแวบๆ
       “ฝันไปหรือเปล่า คนอย่างบิวตี้ไม่มีวันเป็นพนักงานขายหรอก”
       “แต่ มันเหมือนมาก” วาวามองหาอย่างคาใจ
       กายโอบวาวาอย่างคนรัก “ไม่ใช่หรอก อย่าไปสนใจเลย ช้อปปิ้งต่อเถอะ”
       “ชุดนอนสวย อยากได้อ่ะ” วาวาตาเป็นประกาย
       กายทำท่ากรุ้มกริ่ม เจ้าชู้ใส่ “แน่ใจเหรอว่าจะได้ใส่”
       วาวาดีดดิ้นมีจริต “บ้า พูดอะไรไม่รุ๊”
       วาวาหยอกล้อเล่นกับกายอย่างสนิทสนม ดูก็รู้ว่าคงมีอะไรๆ กันถึงไหนแล้ว
       
       บิวตี้แอบมองเหตุการณ์อยู่หลังราวเสื้อผ้า เห็นวาวากระหนุงกระหนิงอยู่กับกาย ยิ่งแค้น
       “เพื่อนทรยศ
       บิวตี้เคืองแค้นใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องยืนซ่อนตัวอยู่
       วาวา กาย ย้ายมาดูเสื้อผ้าตรงบิวตี้หลบอยู่พอดี
       บิวตี้เดินหลบไปตามราวผ้า ไม่ให้ วาวา และ กายเห็นหน้า เหมือนเล่นซ่อนหาในเขาวงกต
       “เสื้อสวยๆทั้งนั้นเลย แต่ทำไมไม่มีขนาดเอส เอส เลย กายดาร์ลิ้งช่วยหาหน่อยสิจ๊ะ”
       “โอเค จ้ะ ฮันนี่”
       บิวตี้เผลอแหวะใส่เสียงดังด้วยความหมั่นไส้ “แหวะ อ้วกจะแตก”
       วาวาได้ยินก็โกรธ “ใครพูด ออกมานะ” แหวกราวเสื้อหาตัวคนพูด “พูดแบบนี้กับลูกค้าได้ไง กาย จับตัวไว้”
       วาวากับกายแหวกราวเสื้อหาตัวคนพูด เห็นแต่เท้า และขา วิ่งหนีอยู่แวบๆ
       “ทางนี้ๆ” วาวาแหวกเสื้อผ้าหา
       บิวตี้มุดหลบหนีอย่างฉิวเฉียด เห็นหลังไวไว จนถึงแถวสุดท้าย วาวากับกายมั่นใจว่าจะได้ตัวแน่ ทั้งคู่ช่วยกันแหวกราวเสื้อ
       บิวตี้เห็นจวนตัว จึงผลักราวเสื้อใส่วาวากับกาย เป็นราวเสริมไม่ได้ตรึงกับพื้นร้าน ราวโค่นใส่ทั้งแถว
       วาวา และ กาย ร้องลั่น “โอ้ย” / “เฮ้ย”
       สองคนดิ้นรน หาทางออกมาจากกองผ้า พนักงาน กับลูกค้าตกใจมามุงดูกัน บิวตี้ทำเนียน ปลีกตัวออกไปทางหน้าร้าน
       วาวาดุพนักงาน “ยืนเซ่ออยู่ทำไม ช่วยฉันออกไปสิ”
       พนักงานช่วยดึงตัววาวา กับกาย บางส่วนช่วยกันเก็บเสื้อผ้าเข้าที่
       วาวาตวาดพนักงาน “ใครแกล้งฉัน บอกมานะ”
       พนักงานมองหน้ากันงงๆ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
       “ต้องเป็นพวกเธอคนใดคนหนึ่งแน่ๆ ฉันเห็นเครื่องแบบ ฉันจะฟ้องผู้จัดการ”
       “ช่างเหอะน่า เสียเวลา” กายบอก
       “ไม่ได้ ต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
       
       วาวา เดินไปทางหน้าร้านท่าทางโมโหเต็มที่ กายตามไปติดๆ

   วาวากับกาย มาฟ้องผู้จัดการร้านในห้องทำงาน สองคนใส่ไฟเล่นใหญ่แอ็คติ้งเว่อร์
       
       “คุณอบรมพนักงานยังไง แย่มาก”
       “พูดจาไม่มีมารยาทเลย”
       ผู้จัดการทำใจเย็น “กรุณารอสักครู่ค่ะ กำลังไปตามพนักงานแผนกนั้นมาให้คุณลูกค้าชี้ตัวแล้ว”
       น้อยเดินมา มีลูกค้า 1 ตามมาด้วย
       “พนักงานฝึกหัดไม่อยู่ค่ะ มีแต่ลูกค้าท่านนี้ขอตามมาคอมเพลน”
       ลูกค้า 1    บอก “พนักงานของคุณไม่มีความรับผิดชอบ ปล่อยให้ฉันยืนคอยอยู่ตั้งนาน”
       ผู้จัดการยิ้มเรี่ยราด “ต้องขอประทานโทษด้วยค่ะ คือเขาเป็นพนักงานฝึกหัด เพิ่งมาทำงานวันนี้วัน
       แรก” แล้วหันมาทางน้อย “ไปตามตัวมาให้ได้”
       “รปภ.บอกว่าเห็นเดินออกไปแล้วค่ะ”
       วาวาเสริม “ต้องเป็นคนนี้แน่ๆ”
       กายโวยอีก “ด่าลูกค้าแล้วหนีไปดื้อๆ งั้นเหรอ”
       “ต้องจัดการให้ได้ ไม่งั้นฉันจะฟ้องร้านคุณ” วาวาฮึดฮัด
       ลูกค้า 1    ใส่อีกดอก “ไม่ไหว ทีหลังฉันไม่ซื้อของที่นี่อีกแล้ว”
       ผู้จัดการหน้าเครียด กุมขมับ
       หน้าห้องผู้จัดการ บิวตี้แอบฟังอยู่ และยิ่งโมโห แท่งมาตรวัดความดีที่ห้อยคออยู่เปล่งแสงสีดำวาบ บิวตี้สะดุ้ง
       
       แท่งมาตรวัดความดี ในสวรรค์ก็เปล่งแสงสีดำเช่นกัน
       นางฟ้าลลิตา ลืมตาขึ้นจากสมาธิ เพราะถูกขัดจังหวะด้วยกระแสกรรมที่บิวตี้กระทำ
       “ไม่นะ ลูกแม่ก่อกรรมอีกแล้ว”
       “ท่านควรจะนั่งสงบจิต ไม่ใช่นิมิตหานางที่ไม่ใช่บุตรของท่านอีกต่อไปแล้ว” องค์เทวีเตือน
       “ความผูกพันของแม่กับลูกไม่ว่าภพใดชาติใด ก็ไม่อาจตัดได้ เทวี ท่านคงเห็นแล้วว่า บทเรียนกลับยิ่งทำให้ลัลน์ลลิต สร้างกรรมเพิ่มขึ้นอีก”
       “เพราะนางตั้งเจตนาไม่ถูกต้อง นางทำงานด้วยความโกรธ เต็มไปด้วยความแค้นและคิดแก้แค้น นางไม่ได้ทำงานด้วยใจรักในหน้าที่ จึงเป็นเช่นนี้”
       นางฟ้าลลิตามองมาตรวัด ยิ่งตกใจ “มาตรวัดเปลี่ยนเป็นสีดำเพิ่มขึ้นอีกแล้ว”
       “หากนางยังไม่ประกอบกรรมดีเพิ่มขึ้น คงต้องกลายเป็นนกไปตลอดกาล”
       “โธ่ นี่เราแก้ไข หรือยิ่งไปซ้ำเติมเคราะห์ให้นางคะ”
       “เราไม่ได้ทำหรอก นางกระทำตนเอง”
       ปรมะเทวีรู้สึกผิด สลดใจ ที่ทำให้เรื่องไปกันใหญ่ ขณะที่นางฟ้าลลิตาร้อนรน กลัดกลุ้ม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่