หญิงสาวรู้สึกตัวตื่น เพราะเสียงแหลมเป็นจังหวะที่ดังเข้าสู่โสตประสาท ทำให้หล่อนรู้สึกตัว หล่อนขยับตัวเล็กน้อย พลางเงี่ยหูฟังว่า เสียงได้ยินนั้นคือ เสียงอะไร ...ที่รบกวนการหลับไหลของหล่อน ...เสียงนั้นค่อย ๆ ดังเป็นจังหวะ ดังไปเรื่อย ๆ จนเธอรับรู้ได้ว่า มันคือเสียงฉิ่ง ...
เสียงฉิ่งมาจากไหน ใครเป็นคนตีมัน ...หรือถ้าไม่มีใครตี ทำไม มันถึงมีเสียงแบบนี้ขึ้นได้ ความคิดครึ่งหลับครึ่งตื่น วนเวียนไปมา เท่าที่จะคิดได้ไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่ใส่ใจนัก ...ในเวลาที่รอบ ๆ บ้านหล่อนควรจะเงียบสงบ ปกติมันจะเงียบจนแม้เสียงเข็มสักเล่มหล่น หล่อนก็แน่ใจว่า หล่อนต้องได้ยินแน่นอน
ความกลัวค่อยๆ ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ...เสียงแบบนี้ ....จังหวะของเครื่องดนตรีไทยเช่นนี้ ทำให้เลือดในกายหล่อนเริ่มเย็นยะเยียบ....ยามวิกาลเช่นนี้ คงไม่มีใครลุกขึ้นมาทำเสียงเช่นนี้เป็นแน่...หากนั่นยังไม่ทำให้เลือดในกายหล่อนเย็นพอ...เสียงระนาดที่แว่วผ่านเข้ามา
จากที่เริ่มจากแผ่วเบา ค่อย ๆ ดังขึ้นสอดประสานกับจังหวะการตีฉิ่ง ท่วงทำนองเศร้าสร้อยนั้น ช่วยให้เลือดในกายของหล่อนเย็นลงได้อีก จนเรียกว่าแข็งไปทั้งตัวเลยทีเดียว....
หากความรับรู้ต่อมานั้นยิ่งน่ากลัวยิ่งกว่า หล่อนเพ่งมองผ่านกลุ่มควัน บางเบาที่ไม่รู้ว่าลอยมาจากไหน ..สิ่งที่เห็นตรงหน้านั้น สร้างความงุนงงให้จนไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ...
หล่อนมาหยุดยืนอยู่หน้างานศพ! หากแต่ไม่ใช่งานศพที่เห็นอย่างที่เห็น ๆ กัน ไม่มีอะไร บ่งชี้ว่า มันคืองานศพ
หากแต่หล่อนกลับรับรู้และมั่นใจว่า มันคืองานศพ...
ตั้งแต่เกิดมา หล่อนไม่เคยรู้สึกหวาดกลัว จนเลือดในกายเย็นเยียบเช่นนี้มาก่อน ...
ความกลัวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ ....จนหล่อนต้องกลั้นหายใจ ...ไม่กล้าขยับตัวแม้เพียงกระพีกเดียว
ด้วยเกรงว่า ผู้ที่อยู่ในงานนั้นจะหันมาเห็นหล่อน จิตใต้สำนึกบอกแต่เพียงว่า ...สิ่งที่หล่อนพบเห็นนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ และหล่อนก็กลัวเกินกว่า จะเสี่ยงที่จะอยากรู้ว่า หากพวกเขาเหล่านั้นหันมาเห็น อะไรจะเกิดขึ้น ....
ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินต่อไป หล่อนสลัดตัวเองให้หลุดออกจากภาพตรงนั้น ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ...
ห้องทั้งห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงหายใจหอบ อย่างคนเหนื่อยจัด ระคนตกใจ และหวาดกลัวของหล่อน
เหตุการณ์แบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นกับหล่อน ในตอนกลางคืนสักครั้งเดียว ...
เสียงที่หล่อนได้รับรู้นั้นยังติดอยู่ในหู มันเหมือนจริง จนหล่อนข่มตาหลับอีกไม่ลง ...
มันคืออะไรกัน ...หล่อนได้แต่ถามตัวเองวนเวียนไปมาอยู่อย่างนั้น ...
ไม่ใช่การกินมาก คิดมาก จนเก็บไปฝันเป็นตุเป็นตะอย่างแน่นอน ...
หากมีใครสักคนทำให้มันเกิดขึ้น ...เขาคือใคร ..และเขาพยายามจะบอกอะไร..
แล้วต้องการให้หล่อนทำอย่างไร ...
สิ่งที่เกิดขึ้นกวนใจหล่อน ไปทั้งวัน ...จนแล้วจนรอด...ก็ยังไม่พบคำตอบ
มีแต่เพียงความรู้สึกที่...หวาดกลัวการเข้านอนในคืนต่อมา ...ว่า หล่อนจะได้พบเจออะไร ชวนขนหัวลุกเช่นนั้นอีกหรือไม่....
พวกเขาพยายามจะบอกอะไรกันแน่...
เสียงฉิ่งมาจากไหน ใครเป็นคนตีมัน ...หรือถ้าไม่มีใครตี ทำไม มันถึงมีเสียงแบบนี้ขึ้นได้ ความคิดครึ่งหลับครึ่งตื่น วนเวียนไปมา เท่าที่จะคิดได้ไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่ใส่ใจนัก ...ในเวลาที่รอบ ๆ บ้านหล่อนควรจะเงียบสงบ ปกติมันจะเงียบจนแม้เสียงเข็มสักเล่มหล่น หล่อนก็แน่ใจว่า หล่อนต้องได้ยินแน่นอน
ความกลัวค่อยๆ ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ...เสียงแบบนี้ ....จังหวะของเครื่องดนตรีไทยเช่นนี้ ทำให้เลือดในกายหล่อนเริ่มเย็นยะเยียบ....ยามวิกาลเช่นนี้ คงไม่มีใครลุกขึ้นมาทำเสียงเช่นนี้เป็นแน่...หากนั่นยังไม่ทำให้เลือดในกายหล่อนเย็นพอ...เสียงระนาดที่แว่วผ่านเข้ามา
จากที่เริ่มจากแผ่วเบา ค่อย ๆ ดังขึ้นสอดประสานกับจังหวะการตีฉิ่ง ท่วงทำนองเศร้าสร้อยนั้น ช่วยให้เลือดในกายของหล่อนเย็นลงได้อีก จนเรียกว่าแข็งไปทั้งตัวเลยทีเดียว....
หากความรับรู้ต่อมานั้นยิ่งน่ากลัวยิ่งกว่า หล่อนเพ่งมองผ่านกลุ่มควัน บางเบาที่ไม่รู้ว่าลอยมาจากไหน ..สิ่งที่เห็นตรงหน้านั้น สร้างความงุนงงให้จนไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ...
หล่อนมาหยุดยืนอยู่หน้างานศพ! หากแต่ไม่ใช่งานศพที่เห็นอย่างที่เห็น ๆ กัน ไม่มีอะไร บ่งชี้ว่า มันคืองานศพ
หากแต่หล่อนกลับรับรู้และมั่นใจว่า มันคืองานศพ...
ตั้งแต่เกิดมา หล่อนไม่เคยรู้สึกหวาดกลัว จนเลือดในกายเย็นเยียบเช่นนี้มาก่อน ...
ความกลัวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ ....จนหล่อนต้องกลั้นหายใจ ...ไม่กล้าขยับตัวแม้เพียงกระพีกเดียว
ด้วยเกรงว่า ผู้ที่อยู่ในงานนั้นจะหันมาเห็นหล่อน จิตใต้สำนึกบอกแต่เพียงว่า ...สิ่งที่หล่อนพบเห็นนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ และหล่อนก็กลัวเกินกว่า จะเสี่ยงที่จะอยากรู้ว่า หากพวกเขาเหล่านั้นหันมาเห็น อะไรจะเกิดขึ้น ....
ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินต่อไป หล่อนสลัดตัวเองให้หลุดออกจากภาพตรงนั้น ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ...
ห้องทั้งห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงหายใจหอบ อย่างคนเหนื่อยจัด ระคนตกใจ และหวาดกลัวของหล่อน
เหตุการณ์แบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นกับหล่อน ในตอนกลางคืนสักครั้งเดียว ...
เสียงที่หล่อนได้รับรู้นั้นยังติดอยู่ในหู มันเหมือนจริง จนหล่อนข่มตาหลับอีกไม่ลง ...
มันคืออะไรกัน ...หล่อนได้แต่ถามตัวเองวนเวียนไปมาอยู่อย่างนั้น ...
ไม่ใช่การกินมาก คิดมาก จนเก็บไปฝันเป็นตุเป็นตะอย่างแน่นอน ...
หากมีใครสักคนทำให้มันเกิดขึ้น ...เขาคือใคร ..และเขาพยายามจะบอกอะไร..
แล้วต้องการให้หล่อนทำอย่างไร ...
สิ่งที่เกิดขึ้นกวนใจหล่อน ไปทั้งวัน ...จนแล้วจนรอด...ก็ยังไม่พบคำตอบ
มีแต่เพียงความรู้สึกที่...หวาดกลัวการเข้านอนในคืนต่อมา ...ว่า หล่อนจะได้พบเจออะไร ชวนขนหัวลุกเช่นนั้นอีกหรือไม่....