ขอบคุณ

กระทู้สนทนา
เมื่อตอนฉันเป็นเด็ก

มีหลายอย่างที่ฉันทำไม่ได้

และฉันมักหนีปัญหาอยู่ร่ำไป

แต่ไม่ว่าฉันจะหนีไปไหน ไกลสุดล่าฟ้าเขียวยังไง

ไม่พบ ไม่เจอ ไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่รับบรู้...

สิ่งเหล่านี้ฉันคิดว่ามันคือทางออกที่ดี

แต่ฉันคิดผิด...

เพราะไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน

เรื่องราวที่แก้ไม่ตก ที่มันยังคงค้างคาเหล่านั้น

มันตามฉันไปทุกที่ มันอยู่ในความคิดฉันตลอด

มันเป็นเสมือคุกที่คอยกักขังฉันไม่ให้ได้รับความอิสระ

จนวันนึง...

มีเหตุการณ์นึงที่ได้เกิดขึ้นกับฉัน

สำหรับคนอื่นมันคงเป็นแค่เรื่องธรรมดา

สำหรับฉัน คนที่มีแผล มันสาหัสมาก

แล้วเหตุการณ์นั้นก็ทำให้ฉันได้รู้จัก คนคนนึง

เขาสอนให้ฉันสู้ชีวิต เขาสอยให้ฉันรับผิดชอบในสิ่งที่ฉันทำ อย่าหนีความผิด

ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำของเขา ทำให้ฉันรู้สึกละลายใจในสิง่ที่ทำลงไป

หลังจากเหตุการณ์นั้น  ฉันก็แทบเปลี่ยนเป็นคนใหม่

มีสติ คิดรอบคอบมากขึ้น รู้จักวางแผนแนวทางการใช้ชีวิต

ถ้าเกิดปัญหาก็หาข้อบกพร่อง มาเกิดมาจากตรงไหน จุดอ่อนคืออะไร

แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะแก้ไขมันได้

เรื่องราวเหล่านี้มันใช้เวลาสักพัก

ฉันเปลี่ยนไปโดยที่ไม่รู้ตัว

มารู้ตัวอีกทีก็วันที่ฉันเจอกับปัญหาหนักๆ อีกครั้ง

แต่คราวนี้.. ฉันคิด... ว่าปัญหามันเกิดจากอะไร มีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง

แล้วฉันต้องทำอย่างไร ต้องเริ่มจากจุดไหน

ผลที่คิดว่าจะได้เป็นอย่างไร แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ฉันจะทำอย่างไรต่อ

วันนั้นวันที่ฉันนั่งมองดูผู้คนเดินไปมาในสวนสาธาณะเงียบๆ คนเดียว

มันเกิดความคิดหล่านั้นแก่ฉัน

ส่วนคำพูดที่ว่า... ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไป เดี๋ยวเวลาก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

หรือ ออกไปจากตรงนี้เถอะ มันวุ่นวาย

คำพูดเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความคิดฉันอีกเลย

วินาทีนั้นเองที่ฉันรู้สึกว่า... ฉันโตขึ้นแล้วใช่ไหม

และวันนี้ ที่เขียนมาถึงตรงนี้ อยาบอกว่า

ขอบคุณอาจารย์ศศิธร มากนะค่ะ

ที่คอยพลักดัน พูดให้คิด ให้โอกาสได้ทำ

หนูอยากบอกว่า หนูจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังนะค่ะ

ขอบคุณทุกๆอย่างคะอาจารย์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่