สวัสดีค่ะ คือว่า เรื่องของเรื่องคือไม่เคยแต่งพวกฟิคพวกเรื่องสั้นหรือพวกนิยายได้สำเร็จมาก่อนเลยค่ะ แบบว่าเดี้ยงตั้งแต่เริ่มทุกที "Orz
ขึ้นต้นเรื่องไม่ได้บ้าง เดินเรื่องไปไม่ถูกบ้าง ทักษะเป็นศูนย์มากค่ะ
ทีนี้ ด้วยความที่อัดอั้นตันใจอยากลองเขียนอะไรกะเค้าบ้างซักที เลยอยากจะขอรบกวนทุกท่านช่วยวิจารณ์ให้หน่อยน่ะค่ะ ว่าควรปรับปรุงตรงไหนอย่างไรบ้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาววัยเพิ่งทำงานไม่นาน ที่รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ แต่ว่าก็ยังหาตัวตนของตัวเองไม่เจอค่ะ คิดว่าอยากจะแต่งแนวแฟนตาซีหน่อยๆ (เพราะมั่วได้ เอ้ย!! ไม่ใช่แล้ว

) ตอนนี้เพิ่งลองแต่งไป 1 ตอนค่ะ ขอรบกวนช่วยสับให้ทีนะคะ น้อมรับคำติชมด้วยความซาบซึ้งและขอบพระคุณยิ่งค่ะ
ขออนุญาตแท็กห้องการ์ตูนด้วย เพราะปกติเราจะชอบไปซุ่มอยู่ห้องการ์ตูนค่ะ
เรื่อง Where am I? อยู่ที่ไหน ตัวฉัน?
บทที่ 1 พบ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้“เฮ้ออออออ อยากลาออกชะมัด”
เสียงบ่นพึมพำของพนักงานสาววัย 24 ย่าง 25 ปี บ่นอุบกับตัวเอง พลางเอนตัวลงบนพนักพิงเก้าอี้ออฟฟิศ พร้อมกับใช้มือคว้าเครื่องดื่มสุดโปรดบนโต๊ะมาจิบด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
-นี่เราทำงานที่นี่มาเกือบ 3 ปีแล้วเหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อ ทำไมกันนะ ทำไมยิ่งทำ เราก็ยิ่งรู้สึกว่ามันห่างไกลกับตัวเองเข้าไปทุกที-
-รู้สึกว่าศักยภาพของตัวเองมันช่างน้อยนิดเหลือเกิน-
ทำอะไรก็เหมือนจะออกมาต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดหวัง(ทั้งของตัวเองและเจ้านาย)ทั้งนั้น เหมือนเด็กๆหัดทำรายงานส่ง แต่ทั้งๆที่รู้สึกว่าอยากจะพัฒนาตัวเองให้เป็นพนักงานที่มีคุณภาพมากกว่านี้แท้ๆ มันกลับไม่มีไฟที่จะกระตุ้นให้พัฒนาขึ้นมาได้เลย
นั่นทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่เหมาะกับมันเข้าไปทุกที ไม่มีความอยากรู้อยากเห็น ไม่มีความกระตือรือร้น
-นี่เรา...ขาดคุณสมบัติ...-
-อยากออกไปจากตรงนี้ อยากหนีไปจากตรงนี้-
-อยากทำในสิ่งที่ต้องการ แต่จะทำอะไรดี-
-ความสามารถก็ไม่โดดเด่นซักอย่าง อะไรที่เราจะเอามาใช้ประโยชน์เพื่อตัวเราเองได้-
-อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ อะไรคือสิ่งที่เราเกิดมาเพื่อมันกันแน่-
-ตัวเรา...อยู่ที่ไหนกัน?-
ทรมาน แต่ก็พูดกับใครไม่ได้
ลองบอกออกไปดูสิ ว่าไม่ไหวแล้ว ไม่อยากทำงานแล้ว ไม่อยากเจอกับปัญหาน่าเบื่อ ไม่อยากเจอกับคนที่คอยกดดันให้รู้สึกถึงความด้อยค่าของตัวเอง ไม่อยากยุ่งกับใคร อยากไปทำอะไรที่ไม่ต้องเจอคนเยอะๆ ไม่ต้องไปติดต่อสื่อสารกับคนนอกที่ไหน
สายตาที่จะถูกมองกลับมา คือสายตาที่มองคนไร้ค่า ไม่รู้จักมีความพยายาม ไม่รู้จักสู้ให้ถึงที่สุด
ส่วนสายตาของคนในบ้านน่ะเหรอ มันอาจจะเป็นสายตาที่ผิดหวัง เป็นห่วง หรืออะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง
แล้วใครมันจะกล้าพูดออกไปล่ะ จนกว่าจะเจอเส้นทางของตัวเอง ก็ต้องทู่ซี้อยู่ที่นี่มันต่อไปล่ะ
ทั้งๆที่รู้ว่า ก็ไอ้การที่ยังทู่ซี้อยู่บนเส้นทางเดิมนี่แหละ ที่ทำให้หาตัวเองไม่เจอซักที
ถ้าเป็นคนที่ไม่มีใครคาดหวัง หรือมองด้วยสายตาชื่นชมมาตั้งแต่ต้น จะสบายกว่านี้หรือเปล่านะ
เมื่อสมัยเรียน เธอค่อนข้างได้รับคำยกย่องจากคนรอบข้าง ว่าเป็นคนเก่ง เป็นคนมีความรับผิดชอบ เป็นคนขยัน แต่ถึงจะมีคนบอกมาแบบนั้นก็เถอะ เธอก็รู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นอย่างไร
-เราไม่ได้เป็นคนรับผิดชอบอะไรแบบนั้นซักหน่อย เราก็แค่งกคะแนนเก็บก็เลยพยายามทำงานให้เสร็จเท่านั้นแหละ-
-ยิ่งเป็นงานกลุ่ม ที่ต้องแบกรับคะแนนของทุกคนไว้ จะให้มาเสียเพราะเราไม่ได้ ยังไงก็ต้องทำให้เสร็จ-
“เราไม่ได้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบจริงๆเลยนี่นา แต่ว่าเพื่อนๆมองว่าเราพึ่งพาได้ ถ้าเราไม่ทำงานให้มันเสร็จทันเวลา แล้วคะแนนออกมาแย่ คงรู้สึกไม่ดีกับเพื่อนๆแน่”
“แต่พอตอนนี้ มันเป็นการทำงานจริงแล้ว เรากลับทำอะไรไม่ได้เรื่องซักอย่าง”
การสื่อสารก็ไม่ค่อยถนัด ภาษาอังกฤษก็แย่ แถมเพราะที่แลบซึ่งเธอทำงานอยู่นี่แทบไม่มีอุปกรณ์เครื่องมืออะไรเลย ทำอะไรก็ลำบากไปหมด ทั้งยังทำให้แทบจะลืมวิธีการใช้เครื่องมือไปหมดแล้วด้วย ถ้าจะไปทำงานที่อื่น มันก็เหมือนกับประสบการณ์การใช้เครื่องมือแทบเป็นศูนย์ ใครที่ไหนเค้าจะเอา
แต่ถึงเค้าจะรับก็เถอะ แต่นั่นก็แปลว่า ยังต้องทำในสิ่งเดิมๆที่ใจกำลังจะปฏิเสธอยู่ไม่ใช่หรือ
-ทำไมกันนะ ทั้งที่เคยคิดว่าชอบมันแท้ๆ-
แต่เมื่อคิดจะเสี่ยงออกไปทำอย่างอื่น ก็ไม่รู้ว่าควรไปทางไหนดี ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาล่ะ จะยิ่งสร้างหนี้ให้ที่บ้านเข้าไปอีก การที่สายป่านไม่ได้ยาวเหมือนคนอื่นๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้เธอคิดหนักที่สุด
แม้กลัวที่จะผิดพลาด แต่ก็ยังอยากที่จะก้าวออกไป ถึงอย่างนั้น ก็ทำได้แค่คิด
“อยากทำงานอย่างอื่น อย่างพวกงานที่เกี่ยวกับทำหนังสืออะไรพวกนั้นจัง”
“ถ้าตอนนั้นเรา ตัดสินใจเลือกเรียนสายคอม จะดีกว่านี้รึเปล่านะ ไม่น่ามาเลือกเรียนสายเคมีเลยน๊าาา”
หญิงสาวค่อยๆปิดเปลือกตาที่แสนหนักอึ้งลงอย่างช้าๆ ก่อนหัวเราะเบาๆด้วยนึกขันในความน่าสมเพชของตัวเอง
“หรือถ้าเราติดการ์ตูนญี่ปุ่นตั้งแต่เด็กๆ เราอาจจะกล้าเลือกเรียนสายศิลป์รึเปล่านะ”
-ทำไมตอนนั้นเราไม่กล้าที่จะตัดสินใจนะ เอาแต่กลัวไปทุกอย่าง แล้วก็เลยเลือกไปตามทางที่ดูดีในสายตาของคนอื่น และปลอดภัยในความรู้สึกของตัวเอง-
ถ้ากล้าตัดสินใจที่จะฉีกตัวเองออกมาล่ะก็...
จะเจอตัวตนที่แท้จริงของตัวเองหรือเปล่านะ
“แปลกจริงๆ เลยนะทราย ทั้งที่เธอก็อยู่ตรงนี้แท้ๆ แต่กลับไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนอย่างนั้นเหรอเนี่ย”
“อืม ก็ไม่รู้น่ะสิ ถึงได้...เอ๋!!!!”
หญิงสาวเจ้าของนามว่าทรายสะดุ้งเฮือก เพราะในตอนนี้ในห้องทำงานเล็กๆนั้นควรจะมีเธออยู่ในห้องเพียงคนเดียว แต่กลับมีเสียงผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาคุยกับเธอ
หลังจากหันควับไปที่ต้นเสียงแล้ว เธอยิ่งตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มนัยน์ตาคม ผิวสีค่อนข้างไปทางเข้ม อายุอานามก็น่าจะประมาณเดียวกันกับเธอได้ นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ออฟฟิศอีกตัวหนึ่งข้างหลังเธอ
“ฮ..เฮ้ย ค..ใครน่ะ เข้ามาได้ยังไง?”
ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ฉับพลัน หมอนั่นก็หายไปจากสายตาของเธอ
“เฮ้ย ร..หรือว่า ผ ผ ผ..”
“ไม่ใช่ผีหรอกน่า ก็แค่ภูตเท่านั้นแหละ จะเรียกว่าแองเจิ้ลหรือเทวดาก็ได้นะ ถ้าเธออยากเรียก”
“เอ๋ เสียงมาจากทางไหนกัน”
“ทางนี้ๆ บนโต๊ะเธอไง”
หญิงสาวหันมาตามเสียง และเธอก็ได้เห็นเจ้าหนุ่มคนเมื่อกี้ในร่างจิบิ สูงเท่าซักนิ้วโป้งเธอเห็นจะได้ ดูเป็นเด็กกว่าเมื่อกี้เยอะด้วย หมอนั่นกำลังกำลังพยายามนั่งขัดสมาธิด้วยขาสั้นๆคู่นั้นอยู่บนโต๊ะข้างๆโน๊ตบุ๊คของเธอ
“ภูต...งั้นเหรอ”
“ทำหน้าแบบว่าไม่อยากจะเชื่อซะเต็มที่เลยนะ คิดถูกจริงๆที่แปลงร่างนี้ให้เธอดูทันที เพราะขืนไม่ทำงี้ แค่ให้เธอเชื่อก็คงใช้เวลาเป็นวันๆแล้ว ดีไม่ดีจะเรียกตำรวจมาจับฉันซะด้วยซ้ำล่ะมั้ง” เจ้าภูตน้อยเบ้หน้า
“หืม ก็..นะ เห็นแบบนี้ก็คงไม่เชื่อไม่ได้แล้วล่ะ มนุษย์บ้าที่ไหนจะหดตัวเล็กได้กะทันหันขนาดนี้”
“เธอก็มนุษย์ไม่ใช่รึไง จะว่าเผ่าพันธุ์ตัวเองว่าบ้าทำไมล่ะนั่น”
“คำเปรียบเทียบสิเฮ้ย คำเปรียบเทียบ”
แม้ปากจะพูดไปเรื่อยอย่างนั้น แต่สีหน้าของหญิงสาวก็ยังเห็นได้ชัดว่ายังอยู่ในอาการอึนมึนงงแบบสุดๆอยู่ จริงอยู่ที่เธอเป็นพวกบ้าการ์ตูนมาก สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขก็คือเวลาที่เธอขลุกอยู่กับโลก 2D แต่ใครมันจะไปคิดว่าไอ้เหตุการณ์ประหลาดอย่างมีภูตจิ๋วโผล่มาแบบนี้มันจะมีอยู่จริงกันเล่า!!
“แล้ว...เอ่อ คุณ เอ่อ เธอ เอ่อ นาย เรียกไงดีเนี่ย เอ่อ งั้น..นายละกัน นายเป็นใครมาจากไหนกันล่ะเนี่ย แล้วมาทำอะไรที่นี่กันล่ะ”
“ทำไมต้องเรียกว่านายล่ะ ปกติเธอไม่เรียกเพื่อนด้วยสรรพนามนั้นซักหน่อย” ตอนนี้เจ้าภูตนั่นนั่งขัดสมาธิได้สำเร็จแล้ว
“ก็โผล่มายังกะการ์ตูน ก็ขอเรียกแบบในการ์ตูนละกัน นายอ่ะแหละดีแล้ว”
“เออ ช่างเหอะ”
“แล้วสรุปว่าเป็นใครมาจากไหน มาทำอะไรกันล่ะ”
“ไม่ Who What Where When Why ไปเลยล่ะเธอนี่”
“ช่างชั้นเหอะน่า ตอบๆมาได้แล้ว”
“เฮ้อ ให้ตายสิ รู้แล้วน่า”
ภูตจิ๋วแปลงร่างอีกครั้งเป็นชายหนุ่มขนาดเท่ามนุษย์จริง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่โผล่มาทีแรก
“ฉันเป็นภูติที่เกิดมาจากนาฬิกาข้อมือของเธอน่ะ”
“เอ๋!!!!!!!!!!!! นาฬิกาข้อมือของชั้นเนี่ยนะ”
“อ่า ใช่ นาฬิกาข้อมือของเธอนั่นแหละ ปกติเธอใช้ของโน่นนี่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันมากใช่มั้ยล่ะ แต่จะมีของเพียงอย่างเดียวที่ไม่ว่าเมื่อไหร่เธอก็ต้องพกไปด้วยตลอด นั่นก็คือนาฬิกาข้อมือของเธอ การที่มันได้อยู่กับเจ้าของที่ให้ความสำคัญกับมัน ก็จะทำให้ภูตอย่างฉันถือกำเนิดขึ้นมาน่ะ”
“ชั้นเนี่ยนะให้ความสำคัญกับนาฬิกา จริงอยู่ว่าถ้าไปไหนโดยไม่ได้ใส่มันไปด้วยชั้นจะรู้สึกไม่สบายใจมากๆ แถมเวลานอนก็ต้องเอาไว้ข้างหมอนด้วยไม่งั้นจะนอนไม่ค่อยหลับ แต่นั่นมันแปลว่าให้ความสำคัญแล้วเหรอ เวลาวางข้างหมอนนี่บางทีชั้นใช้โยนเอาเลยนา”
“ก็คือแทบจะเอามันติดตัวเลยไม่ใช่รึไงล่ะ”
“นั่นก็ใช่อยู่หรอก”
“ส่วนที่ฉันปรากฏตัวขึ้นมา ก็เพราะฉันอยากจะช่วยเธอไงล่ะ ก็เธอกำลังมีปัญหาอยู่นี่”
“เห แล้วจะช่วยชั้นยังไงล่ะคะพ่อคุณ”
“ฉันเป็นนาฬิกานะ พลังของฉันก็ต้องเกี่ยวกับเวลาอยู่แล้วไม่ใช่รึไง เธอน่ะ...อยากแก้ไขอดีตไม่ใช่เหรอ”
“ยืมพลังจากฉันสิ ฉันจะช่วยเธอเอง”
“อ่า เอาไว้ก่อนละกันนะ ขอให้เข้าใจสถานการณ์มากกว่านี้หน่อยเถอะ ขืนทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เกิดเรื่องขึ้นมา ชั้นจะซวยเอา”
“ว่าแต่ แล้วนายชื่ออะไรกันน่ะ ยังไม่รู้ชื่อนายเลยนี่นา”
“อ่า นั่นสินะ ฉันรู้ชื่อเธออยู่ฝ่ายเดียวดูจะขี้โกงไปหน่อย อืมมม”
“เดี๋ยวๆ ชั้นจำไม่ได้ว่าชั้นบอกชื่อนายไปตอนไหนนะ”
“ก็ฉันเป็นนาฬิกาข้อมือของเธอ ก็ต้องรู้จักเธออยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ”
“นั่นมันก็...”
“แต่ว่านะ ฉันเสียใจจริงๆ ฉันไม่มีชื่อหรอก ก็ยังไม่มีคนตั้งให้นี่นา”
“เอ๋!!!”
“เอางี้ เธอตั้งชื่อให้ฉันสิ”
“เหอ แน่ใจเหรอ เซนส์การตั้งชื่อของชั้นมันห่วยมากเลยนา”
“เอาเถอะน่า ถ้าเธอตั้งให้ ฉันชอบหมดแหละ”
“เอางั้นเหรอ ช่วยไม่ได้นะ อืมมม นาฬิกา ภาษาอังกฤษ คล็อค เอ๊ะ มันเป็นนาฬิกาข้อมือนี่ งั้น วอทช์ เห ดูแปลกๆแฮะ อืมมมม”
“ยังไม่ได้เหรอ”
“เดี๋ยวซี่ อืมมม ของฉันเป็นนาฬิกาดิจิตอล ดิจิ ดีไอจีไอ อืมมม ดีไอจี อ้า!! ดิ๊ก ชื่อดิ๊กละกัน”
“เฮ้ย ไหงมันเหมือนชื่อหมางั้นล่ะ”
“ก็ไหนว่าชั้นตั้งชื่อไหนให้ก็ชอบหมดไง”
“ก..ก็ใช่ แต่นี่มัน..”
“ดิ๊กแหละดีแล้ว เวลาเผลอพูดให้คนอื่นฟังเค้าจะได้ไม่คิดว่าชั้นไปคบกับผู้ชายที่ไหนอยู่”
“เอ๋ ไม่ดีเหรอ คนเค้าจะได้คิดว่าในที่สุดเธอก็ไม่โสดแล้วไง” หนุ่มภูตทำหน้าทะเล้นใส่ ทำเอาสาวเจ้าค้อนควับเข้าให้ 1 วงงามๆ
“นั่นแหละที่ไม่ต้องการที่สุด สำหรับชั้นแค่หนุ่มๆ 2 มิติในโลกการ์ตูนก็ดูแลไม่ทั่วถึงแล้ว และโสดอย่างนี้แหละสบายดีสุด ไม่เสียเวล่ำเวลาดูการ์ตูน ฮ่าๆๆ”
“ยัยบ้าการ์ตูนเอ๊ย!!”
“หนวกหูน่า นั่งเงียบๆไป”
“ชิ ดิ๊กก็ดิ๊กฟระ ให้ตายสิ”
เจ้าหนุ่มดิ๊กหดตัวเล็กลงเหลือไซส์จิบิ แล้วมานอนบนโต๊ะของทราย
“กลับบ้านก็เรียกด้วยละกัน ฉันนอนล่ะ”
“เนี่ยนะ คุณภูตที่บอกว่าจะมาช่วยชั้น เอ๊า หลับไวเป็นบ้า เฮ้อ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย รึชั้นจะหลุดเข้าไปในโลกการ์ตูนจริงๆ หรือว่าชั้นกำลังมโนอยู่ ไม่ๆๆๆ
ดูยังไงมันก็เรื่องจริงชัดๆ โอ่ยยยย นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย!!!”
ทรายมองดิ๊กจิบิไซส์ที่นอนหลับปุ๋ยตัวกลมอยู่บนโต๊ะนั้น พลางอมยิ้มเบาๆ
-มีอะไรแปลกประหลาดแบบสุดๆโผล่เข้ามาในชีวิตซะแล้วสิเรา หึหึหึหึหึ-
ขอบพระคุณงามๆอีกครั้งนึงค่ะ ตอนนี้กำลังพยายามแถ เอ้ย!! แต่งตอน 2 อยู่ให้ตรงตามโครงเรื่องที่วางไว้แบบคร่าวๆ(มากๆ)อยู่ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าตอน 1 จะพอมีความสามารถทำให้ใครอยากอ่านต่อตอน 2 มั้ยนะเนี่ย
ทดลองแต่ง..(มโนว่าอยากให้เป็น)นิยาย รบกวนช่วยวิจารณ์ให้หน่อยนะคะ
ขึ้นต้นเรื่องไม่ได้บ้าง เดินเรื่องไปไม่ถูกบ้าง ทักษะเป็นศูนย์มากค่ะ
ทีนี้ ด้วยความที่อัดอั้นตันใจอยากลองเขียนอะไรกะเค้าบ้างซักที เลยอยากจะขอรบกวนทุกท่านช่วยวิจารณ์ให้หน่อยน่ะค่ะ ว่าควรปรับปรุงตรงไหนอย่างไรบ้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาววัยเพิ่งทำงานไม่นาน ที่รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ แต่ว่าก็ยังหาตัวตนของตัวเองไม่เจอค่ะ คิดว่าอยากจะแต่งแนวแฟนตาซีหน่อยๆ (เพราะมั่วได้ เอ้ย!! ไม่ใช่แล้ว
ขออนุญาตแท็กห้องการ์ตูนด้วย เพราะปกติเราจะชอบไปซุ่มอยู่ห้องการ์ตูนค่ะ
เรื่อง Where am I? อยู่ที่ไหน ตัวฉัน?
บทที่ 1 พบ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ขอบพระคุณงามๆอีกครั้งนึงค่ะ ตอนนี้กำลังพยายามแถ เอ้ย!! แต่งตอน 2 อยู่ให้ตรงตามโครงเรื่องที่วางไว้แบบคร่าวๆ(มากๆ)อยู่ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าตอน 1 จะพอมีความสามารถทำให้ใครอยากอ่านต่อตอน 2 มั้ยนะเนี่ย