คุณคิดยังใงกับการ "ทำแท้ง" ?

ปัญหาการทำแท้งเกิดจากอะไร

ในปัจจุบันปัญหาหนึ่งของสังคมก็คือเรื่องการทำแท้งของเด็กสาววัยรุ่น ซึ่งเป็นปัญหาของเด็กวัยรุ่นสมัยใหม่ ที่นิยมความสนุกสนานเพลิดเพลิน และการใช้ชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือยอย่างไร้ขีดจำกัด รวมทั้งไม่มีความรับผิดชอบ ดังนั้นเราจะมาพิจารณากันดูว่า ปัญหาเรื่องการทำแท้งนี้มันมีสาเหตุมาจากอะไร? เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นในสังคมของเราอีกต่อไป

การทำแท้งเกิดมาจาการที่เด็กสาวตั้งครรภ์แล้วไม่อยากมีลูก จึงได้ทำลายเด็กที่อยู่ในท้อง ส่วนสาเหตุที่ทำให้ไม่อยากมีลูกนั้นก็เป็นเพราะปัจจัยหลายอย่าง คือไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ พ่อของเด็กในท้องก็ไม่รับผิดชอบ กลัวพ่อแม่ไม่ยอมรับ กลัวสังคมรังเกียจ กลัวว่าจะเสียการเรียน กลัวว่าเมื่อมีลูกแล้วจะไม่สามารถกลับมาเป็นอิสระได้อย่างเก่า และความอับอาย เป็นต้น

แต่เมื่อเรามาพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้วเราจะพบว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กสาวตั้งท้องนั้นก็เป็นเพราะการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์ก็คือการที่เพศชายกับเพศหญิงแสวงหาความสุขจากการสัมผัสทางเนื้อเยื่อของร่างกายซึ่งกันและกัน คือตามธรรมชาตินั้นเมื่อถึงวัยเจริญพันธ์ เพศชายกับเพศหญิงก็จะเกิดความพึงพอใจต่อกัน เเละนี่เองที่เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ต่างขั้วกัน ที่พยายามดึงดูดเข้าหากัน ยากที่จะจับแยกกันได้ จึงทำให้เด็กหนุ่มและเด็กสาวต่างก็พยายามแสวงหาคู่ หรืออยากมีเพื่อนต่างเพศที่สนิทสนมกัน โดยมีจุดประสงค์อยู่ที่เพื่อเสพความสุขที่แปลกประหลาดและรุนแรงนี้

สรุปแล้วปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการทำแท้งนี้ก็คือ ความเสื่อมทรามของสังคม หรือสังคมไร้ศีลธรรม เมื่อสังคมของเรายังมีคนดีมีศีลธรรมที่ไม่เห็นแก่ตัวอยู่มาก ปัญหานี้ก็จะไม่มีหรือมีน้อย แต่เมื่อคนดีมีศีลธรรมของเรามีน้อยลงและคนที่เห็นแก่ตัวมีมากขึ้น ปัญหาเรื่องการทำแท้งนี้จึงได้เกิดขึ้นมามากขึ้น เพื่อแสดงถึงความเสื่อมทรามและไร้ศีลธรรมของสังคมเรา คือปัญหาทั้งหลายจะเกิดมาจากจิตของมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโลกร้อน ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบเบียดเบียนกัน ปัญหาสงครามในทุกรูปแบบ รวมทั้งปัญหาฝนแล้ง น้ำท่วม ความยากจน สิ่งเสพติด ปัญหามลภาวะ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และแม้ปัญหาเรื่องการทำแท้งนี้ด้วย เป็นต้น

วิธีการแก้ปัญหานั้นเราก็ต้องมาดูที่เหตุและปัจจัยของมัน แล้วแก้ที่เหตุและปัจจัยของมัน ปัญหานั้นก็จะหมดสิ้นไปได้ โดยการช่วยกันเผยแพร่ถึงเรื่องทุกข์และโทษจากการปฏิบัติที่ผิดในเรื่องเพศให้มาก เพื่อให้เด็กวัยรุ่นได้เกิดความกลัวต่อการปฏิบัติที่ผิด และช่วยกันเผยแพร่ถึงคุณประโยชน์จากการปฏิบัติที่ถูกต้อง อีกทั้งเราก็ต้องช่วยกันส่งเสริมการศึกษาที่ทำให้เกิดความเข้าใจในชีวิตอย่างถูกต้อง และช่วยกันส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจมากขึ้นในสังคมเพื่อช่วยจรรโลงสังคมให้ดีงามมากขึ้น และช่วยลดคนเลวหรือคนเห็นแก่ตัวให้มีอำนาจน้อยลงหรือหมดสิ้นไปจากสังคม
[อ่านบทความแบบเต็มได้ที่ http://www.whatami.net/lum/lum119.html ]

____________________________________________________________________________________________________________

บาปจากการทำแท้งในพระพุทธศาสานา


ผลในทางโลก หรือผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ
การทำแท้งนั้นนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่งให้กับผู้เป็นมารดาที่ได้กระทำแล้วไม่ว่าจะทำแท้งด้วยวิธีการใดก็ตาม จะก่อผลกระทบทางสุขภาพต่อมาอีกหลายประการโดยเฉพาะบริเวณมดลูกและปากมดลูก
เพราะบริเวณที่ได้รับผลกระทบการทำแท้งนั้นมีผลที่รุนแรงพอสมควร ส่งผลให้ผู้ที่ทำแท้งอาจมีอาการอักเสบติดเชื้อต่าง ๆ ตามมาต้องทำการรักษากันอย่างต่อเนื่องหากการทำแท้งนั้นทำไม่ถูกวิธีและทำโดยผู้ที่ไม่ชำนาญ และอาจกลายเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งมดลูกที่ต้องทำการตัดมดลูกทิ้ง
นอกจากนั้นยังสร้างผลกระทบทางจิตใจคือ ก่อให้เกิดความรู้สึกเสียใจและเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งให้กับหญิงที่ได้กระทำแท้งไปแล้วกลายเป็นความรู้สึกผิดบาปอยู่ในใจไปตลอดชีวิตซึ่งบางรายอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้

ผลในทางธรรม
การทำแท้งนั้นเราอาจมองในมุมมองวิทยาศาสตร์ว่าเป็นการทำลายสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นมนุษย์ได้สมบูรณ์หรือไม่ ซึ่งในทางธรรมแล้วไม่ใช่แค่การทำลายชีวิตที่เป็นเลือดเนื้อแต่เป็นการทำให้ดวงจิตวิญญาณของเด็กที่ตายนั้นเขาไปไหนไม่ได้ และดวงวิญญาณนั้นจะอยู่กับแม่ตลอดซึ่งเขาจะทนทุกข์ทรมานมาก
ดังที่กล่าวไปแล้วว่า ดวงวิญญาณของเด็กที่ตายส่วนมากจะเกาะติดแม่ตลอด บางดวงวิญญาณก็จะมาเกาะคอ ขี่หลัง เกาะที่เท้าหรือเดินตามไม่มีห่าง แต่เวลาที่แม่ไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือเข้าบ้านที่มีเจ้าที่เจ้าทางคุ้มครองดูแลอยู่ เขาไม่สามารถที่จะเข้ามาในเขาก็จะกระโดดเกาะอยู่ตามขอบรั้ว ตามขอบกำแพงบ้าง
สมมุติว่าจิตวิญญาณดวงนี้มีอายุถึง 70  ปี ตามอายุขัยของเขาในชาตินี้เด็กคนนี้ก็จะต้องเร่ร่อนไป เกือบ70 ปีนั้น โดยที่ผลบุญไม่ปรากฏและผลบาปก็ไม่ปรากฏเพราะเขาไม่มีโอกาสจะได้ทำการใด ๆทั้งสิ้น
ครูบอาจารย์บางท่านจึงกล่าวว่า การทำแท้งนั้นมีบาปมากอาจจะเทียบเท่ากับการฆ่าพระอรหันต์ เหตุเพราะ เด็กในครรภ์นั้นยังมีความบริสุทธิ์ ยังเคยได้สร้างบาปกรรมใดๆ เลย และไม่มีเหตุปัจจัยของการสร้างกรรม ชีวิตของเขาจึงบริสุทธิ์ดั่งพระอรหันต์

ดังนั้น การทำแท้งฆ่าเด็กทารกในครรภ์หนึ่งคนจึงอาจจะมีบาปเทียบเท่ากับฆ่าพระอรหันต์หนึ่งพระองค์ การฆ่ามนุษย์นั้นว่าบาปมากแล้วแต่การฆ่าเด็กทารกที่บริสุทธิ์เป็นบาปหนักยิ่งกว่า

หากว่ากันตามหลักของ “วัตถุกรรม” นั้น คือ เด็กที่จะมาเกิดเป็นลูกเราบังเอิญว่าเป็นผู้มีภูมิธรรมขั้นสูงมาเกิดหรืออาจจะเป็นพระโพธิสัตว์ที่จะมามาเกิดเสวยชาติ หรือเป็นอภิชาตบุตร บาปจะยิ่งหนักมากขึ้น
ถ้าว่ากันด้วยหลักของ ประโยคกรรม หรือความพยายามมีความพยามมากเท่าใด กรรมหนักก็จะหนักยิ่งขึ้นไปตามความพยายามที่จะทำแท้งให้สำเร็จมากเท่านั้น
และถ้าจะว่ากันด้วยหลักของ “เจตนากรรม” คือถ้าเจตนามากต้องการให้เด็กตายโดยไม่สำนึกเสียใจเลย กรรมหนักก็จะมากดังนี้เป็นต้น

พระพุทธองค์นั้นทรงตรัสถึงโทษที่สตรีผู้ทำแท้งจะต้องได้รับหลังตายไว้ว่า

“ขุราธารมนุกฺกมฺม ติกฺข ทุรภิสมฺภวํ ปตนฺติ คพฺภปาตินิโย ทุคฺคํ เวตฺตรณี นทึ อโยมยา สิมฺพลิโย โสฬงฺคุลิกณฺฏกา อุภโต อภิลมฺพนฺติ ทุคฺคํ เวตฺตรณึ นทึ”
แปลความหมายว่า หญิงที่ทำแท้งนั้นต้องตกนรก ย่างเหยียบบนคมมีดอันคมกริบที่ไม่น่ารื่นรมย์ แล้วตกไปในแม่น้ำชื่อว่า “เวตตรณี” ซึ่งปีนขึ้นฝั่งได้ยาก เพราะมีต้นงิ้วที่มีหนามเป็นเหล็กห้อยย้อยปกคลุมอยู่ทั้งสองฝั่ง
[อ่านบทความแบบเต็ม http://torthammarak.wordpress.com/2012/09/01/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/]

ทั้งนี้ผู้ที่มีส่วนร่วมในการทำแท้งไม่ว่าจะเป็น ตัวผู้เป็นแม่ ตัวผู้เป็นพ่อ นายแพทย์หรือผู้ที่ลงมือทำแท้ง
ผู้ที่ออกเงินให้ไปทำแท้ง ก็จะได้รับผลกับกันทุกคน

ที่ดิฉันตัดสินใจตั้งกะทู้นี้ขึ้นมา เพื่อที่จะได้มีประโยชน์กับคนทุกคนที่กำลังคิดที่จะ "ทำแท้ง"
ให้ตระหนักถึง "บาป" ถึง "ผลกรรม" ที่จะตามติดตัวคุณไปตลอด เพื่อที่คุณจะได้เปลี่ยนใจรักษาชีวิตตัวน้อยๆที่เป็นเลือดเนื้อของคุณเอาไว้ค้ะ


######ดิฉันตั้งขึ้นเพื่อเตือนใจคนนะคะ โดยเฉพาะวัยรุ่นใจแตกที่ไม่รู้จักป้องกัน
ส่วนบุคคลอื่นที่อาจจะถูกข่มขื่น ตรวจพบความพิการในบุตร ถ้าเกิดมีบุตรต่ออาจจะเป็นอันตรายต่อตัวมารดา ฯลฯ
อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณค้ะ
แต่อยากให้มองที่จุดประสงค์ว่าดิฉันหวังดีจริงๆค้ะ และเน้นย้ำวัยรุ่นที่ยังไม่พร้อมเท่านั้นค้ะ ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นเลย#######
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่