รบกวนขอความเห็นเพื่อนๆ พี่ๆ ค่ะ
เนื่องจากสัปดาห์ก่อนเราเอารถเข้าศูนย์บริการเพื่อซ่อมแซมเกี่ยวกับปัญหาไฟหน้าเปิดไม่ติดในระดับความสว่างปกติ
เปิดติดเฉพาะไฟหรี่และไฟสูง และเราเห็นว่าไหนๆ ก็เข้าศูนย์แล้วน่าจะให้ช่าง ซึ่งเราคิด (ไปเอง) ว่าชำนาญการ
ตรวจสอบปัญหาอื่นด้วยอีก 2 ข้อ คือ ปัญหาสตาร์ทติดยาก (ในบางครั้ง) และ กระจก+ตัวล็อคข้างคนขับไม่ทำงาน
(เรื่องสตาร์ทนี้เราพอจะรู้อยู่แล้วว่าน่าจะต้องเปลี่ยนไดสตาร์ท ส่วนตัวล๊อคกับกระจกเราไม่แน่ใจ แต่คาดว่ามีปัญหา
ที่เฟืองหรือสปริงของตัวล็อคพัง และมอร์เตอร์อาจเสื่อมทำให้ปรับกระจกได้บ้างไม่ได้บ้าง)
เราไปถึงศูนย์ตอน 9 โมงเช้า ช่างเริ่มดำเนินการซ่อม 10 โมง เรานั่งรอในห้องต้อนรับลูกค้าจะสามารถมองเห็น
การทำงานได้ตลอด จากที่เราสังเกตุพบว่า ช่างที่มาดูแลรถเรานั้น
- น่าจะอายุยี่สิบต้นๆ ไม่เกินยี่สิบห้า อาจเพิ่งจบมาไม่นาน
- มีท่าทีของความสงสัยและไม่เข้าใจ คอยเรียกและมองหาคนที่เราคิดว่าเป็นระดับหัวหน้างานหลายครั้ง
- เปิดคู่มือตลอดเวลา ดูเหมือนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มตรงไหนยังไง
แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขาอาจเป็นช่างใหม่จริงๆ ก็ได้ แต่ถ้าเขาซ่อมรถเราได้ นั่นก็พอแล้ว (โลกสวยสุดๆ ~!!)
แล้วเราก็สอบถามทางศูนย์ถึงประมาณการณ์เวลาที่จะใช้ในการซ่อมแซม จนท.ที่ดูแลลูกค้าแจ้งว่า ให้เรากลับมาในช่วงบ่าย
ถ้าเสร็จก่อนอย่างไรจะโทรแจ้ง เราจึงออกจากศูนย์เวลา 10.30 เพื่อไปดูหนังฆ่าเวลาในห้างใกล้ๆ (บิ๊กซีชลบุรี)
เราได้รอบดูหนังตอน 11 โมง ออกจากโรงมา 13.00 น. ก็ยังไม่เห็นทางศูนย์แจ้งรับรถ จึงคิดว่าคงยังไม่เสร็จ
จึงไปทานข้าว เดินเล่น ซื้อหนังสือ
กลับมาถึงศูนย์ประมาณ 14.30 น.ก็เห็นช่างง่วนอยู่บริเวณประตูข้างคนขับ พร้อมเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน ที่คาดว่าคงมาช่วยเขา
เราก็นั่งรอไปเรื่อยๆ แบบใจเย็นสุดๆ (จะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากรอ)
จนเวลาประมาณ 16.30 น. ช่างเริ่มเก็บงาน มีการเดินเอกสารเข้ามาที่ จนท. บัญชีในออฟฟิศ
แล้วพอใกล้ห้าโมง จนท.ก็เรียกเราเคลียร์ค่าใช้จ่าย ค่าซ่อมวันนี้ อยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท
แต่พอเราดูในรายละเอียด ก็พบว่า สิ่งที่เราจ่ายเป็นค่า ชม. ทำงานของช่าง เกือบ 6 ชม.
ชม.ละ 300 บาท กับค่าฟิวส์ซ่อมไฟหน้าแค่ 25 บาท !!!!!!!!!
แล้ว จนท. ก็แจ้งเราว่า "ในส่วนของปัญหาสตาร์ทรถไม่ติด ต้องเปลี่ยน ไดสตาร์ท
ส่วนประตูข้างคนขับที่มีปัญหากระจกกับตัวล็อค ต้องเปลี่ยน เซ็นทรัลล็อคใหม่
ซึ่งทั้งหมดนี้ ต้องสั่ง จะใช้เวลาประมาณ 3-4 วันจะได้สินค้าค่ะ"
บอกตรงๆ นะ ตอนนั้นเราอารมณ์เสียระดับหนึ่งแต่ไม่แสดงออก
เพราะเข้าใจว่า จนท. ออฟฟิศเป็นคนละส่วนกับคนซ่อม
แต่เราอยากจะตะโกนถามจริงๆ

อย่างไดสตาร์ทเนี่ย เราเป็นผู้หญิงยังรู้เลย ว่ามันน่าจะมีปัญหาที่ตัวนี้ น่าจะต้องเปลี่ยน
ส่วนไฟหน้า เราได้คำตอบจากช่างตั้งแต่ก่อน 10.30 น.แล้ว ว่าต้องเปลี่ยนฟิวส์ 1 ตัว
หมายความว่า แค่สองเรื่องนี้น่าจะใช้เวลาตรวจสอบและพิจารณาเต็มที่ (ช้าสุดๆ) ไม่เกินเที่ยง
จึงเป็นคำถามที่ตามมาว่า
----->>>> แล้วเขาใช้เวลาอะไรกับกระจกและตัวล็อคข้างคนขับยาวนานเกือบ 4-5 ชม.
----->>>> แล้วมันเป็นภาระที่เราต้องจ่ายค่า "ซ่อมไม่ได้" ให้เขาด้วยหรือ!!!!!!!!!!!
แล้วถ้าการพิจารณาในครั้งนี้ไม่ถูกต้อง (บอกตรงๆ เราไม่ไว้ใจช่างแล้ว) การซ่อมครั้งหน้า
ที่ควรจะกะเกณฑ์เวลาในการซ่อมได้เพราะแค่เปลี่ยนอะไหล่ จะกลายเป็นต้องใช้เวลาทั้งวัน
มะงุมมะงาหรา เพื่อที่อาจจะได้คำตอบว่า เฟืองหรือสปริงของตัวล๊อคหักหรือเปล่า
และเราต้องจ่ายค่า "ซ่อมไม่ได้" ให้เขาชม.ละ 300.- พร้อมค่าอะไหล่ใหม่ที่ไม่จำเป็น
มันใช่หรือ??
จึงอยากรู้ว่า ถ้าเป็นคนอื่นๆ จะรู้สึกแบบเดียวกับเราไหมที่รู้สึกไม่คุ้มค่า เหมือนถูกเอาเปรียบ
เพราะเราเล่าให้คนรู้จักฟังกี่คนต่อกี่คน ก็ส่ายหน้าให้กับศูนย์บริการหมดเลย
รถเราไม่ใช่รถใหม่ ไม่มีผลอะไรกับประกันใดๆ ทั้งสิ้น เราจึงกำลังตัดสินใจอย่างหนัก
ว่าจะเอากลับเข้าศูนย์อีก หรือจะซ่อมกับช่างข้างนอกที่เราไว้ใจ เพราะใครๆ ก็บอกกับเราว่า
.....เ ร า โ ด น ศู น ย์ ฟั น (ค่าซ่อม).....
ปล. ขออนุญาติแท็กชานเรือนด้วยนะคะ เพราะเป็นผู้หญิงใช้รถคนเดียว แต่รถเป็นของครอบครัว
การตัดสินใจต่างๆ ต้องปรึกษาปะป๊าด้วยค่ะ เผื่อสาวๆ และคุณแม่บ้านมีประสบการณ์แชร์กันค่ะ
ทำไมเรารู้สึกไม่เป็นธรรม เราคิดไปเองหรือเปล่าคะ (กับประสบการณ์เอารถเข้าศูนย์)
เนื่องจากสัปดาห์ก่อนเราเอารถเข้าศูนย์บริการเพื่อซ่อมแซมเกี่ยวกับปัญหาไฟหน้าเปิดไม่ติดในระดับความสว่างปกติ
เปิดติดเฉพาะไฟหรี่และไฟสูง และเราเห็นว่าไหนๆ ก็เข้าศูนย์แล้วน่าจะให้ช่าง ซึ่งเราคิด (ไปเอง) ว่าชำนาญการ
ตรวจสอบปัญหาอื่นด้วยอีก 2 ข้อ คือ ปัญหาสตาร์ทติดยาก (ในบางครั้ง) และ กระจก+ตัวล็อคข้างคนขับไม่ทำงาน
(เรื่องสตาร์ทนี้เราพอจะรู้อยู่แล้วว่าน่าจะต้องเปลี่ยนไดสตาร์ท ส่วนตัวล๊อคกับกระจกเราไม่แน่ใจ แต่คาดว่ามีปัญหา
ที่เฟืองหรือสปริงของตัวล็อคพัง และมอร์เตอร์อาจเสื่อมทำให้ปรับกระจกได้บ้างไม่ได้บ้าง)
เราไปถึงศูนย์ตอน 9 โมงเช้า ช่างเริ่มดำเนินการซ่อม 10 โมง เรานั่งรอในห้องต้อนรับลูกค้าจะสามารถมองเห็น
การทำงานได้ตลอด จากที่เราสังเกตุพบว่า ช่างที่มาดูแลรถเรานั้น
- น่าจะอายุยี่สิบต้นๆ ไม่เกินยี่สิบห้า อาจเพิ่งจบมาไม่นาน
- มีท่าทีของความสงสัยและไม่เข้าใจ คอยเรียกและมองหาคนที่เราคิดว่าเป็นระดับหัวหน้างานหลายครั้ง
- เปิดคู่มือตลอดเวลา ดูเหมือนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มตรงไหนยังไง
แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขาอาจเป็นช่างใหม่จริงๆ ก็ได้ แต่ถ้าเขาซ่อมรถเราได้ นั่นก็พอแล้ว (โลกสวยสุดๆ ~!!)
แล้วเราก็สอบถามทางศูนย์ถึงประมาณการณ์เวลาที่จะใช้ในการซ่อมแซม จนท.ที่ดูแลลูกค้าแจ้งว่า ให้เรากลับมาในช่วงบ่าย
ถ้าเสร็จก่อนอย่างไรจะโทรแจ้ง เราจึงออกจากศูนย์เวลา 10.30 เพื่อไปดูหนังฆ่าเวลาในห้างใกล้ๆ (บิ๊กซีชลบุรี)
เราได้รอบดูหนังตอน 11 โมง ออกจากโรงมา 13.00 น. ก็ยังไม่เห็นทางศูนย์แจ้งรับรถ จึงคิดว่าคงยังไม่เสร็จ
จึงไปทานข้าว เดินเล่น ซื้อหนังสือ
กลับมาถึงศูนย์ประมาณ 14.30 น.ก็เห็นช่างง่วนอยู่บริเวณประตูข้างคนขับ พร้อมเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน ที่คาดว่าคงมาช่วยเขา
เราก็นั่งรอไปเรื่อยๆ แบบใจเย็นสุดๆ (จะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากรอ)
จนเวลาประมาณ 16.30 น. ช่างเริ่มเก็บงาน มีการเดินเอกสารเข้ามาที่ จนท. บัญชีในออฟฟิศ
แล้วพอใกล้ห้าโมง จนท.ก็เรียกเราเคลียร์ค่าใช้จ่าย ค่าซ่อมวันนี้ อยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท
แต่พอเราดูในรายละเอียด ก็พบว่า สิ่งที่เราจ่ายเป็นค่า ชม. ทำงานของช่าง เกือบ 6 ชม.
ชม.ละ 300 บาท กับค่าฟิวส์ซ่อมไฟหน้าแค่ 25 บาท !!!!!!!!!
แล้ว จนท. ก็แจ้งเราว่า "ในส่วนของปัญหาสตาร์ทรถไม่ติด ต้องเปลี่ยน ไดสตาร์ท
ส่วนประตูข้างคนขับที่มีปัญหากระจกกับตัวล็อค ต้องเปลี่ยน เซ็นทรัลล็อคใหม่
ซึ่งทั้งหมดนี้ ต้องสั่ง จะใช้เวลาประมาณ 3-4 วันจะได้สินค้าค่ะ"
บอกตรงๆ นะ ตอนนั้นเราอารมณ์เสียระดับหนึ่งแต่ไม่แสดงออก
เพราะเข้าใจว่า จนท. ออฟฟิศเป็นคนละส่วนกับคนซ่อม
แต่เราอยากจะตะโกนถามจริงๆ
อย่างไดสตาร์ทเนี่ย เราเป็นผู้หญิงยังรู้เลย ว่ามันน่าจะมีปัญหาที่ตัวนี้ น่าจะต้องเปลี่ยน
ส่วนไฟหน้า เราได้คำตอบจากช่างตั้งแต่ก่อน 10.30 น.แล้ว ว่าต้องเปลี่ยนฟิวส์ 1 ตัว
หมายความว่า แค่สองเรื่องนี้น่าจะใช้เวลาตรวจสอบและพิจารณาเต็มที่ (ช้าสุดๆ) ไม่เกินเที่ยง
จึงเป็นคำถามที่ตามมาว่า
----->>>> แล้วเขาใช้เวลาอะไรกับกระจกและตัวล็อคข้างคนขับยาวนานเกือบ 4-5 ชม.
----->>>> แล้วมันเป็นภาระที่เราต้องจ่ายค่า "ซ่อมไม่ได้" ให้เขาด้วยหรือ!!!!!!!!!!!
แล้วถ้าการพิจารณาในครั้งนี้ไม่ถูกต้อง (บอกตรงๆ เราไม่ไว้ใจช่างแล้ว) การซ่อมครั้งหน้า
ที่ควรจะกะเกณฑ์เวลาในการซ่อมได้เพราะแค่เปลี่ยนอะไหล่ จะกลายเป็นต้องใช้เวลาทั้งวัน
มะงุมมะงาหรา เพื่อที่อาจจะได้คำตอบว่า เฟืองหรือสปริงของตัวล๊อคหักหรือเปล่า
และเราต้องจ่ายค่า "ซ่อมไม่ได้" ให้เขาชม.ละ 300.- พร้อมค่าอะไหล่ใหม่ที่ไม่จำเป็น
มันใช่หรือ??
จึงอยากรู้ว่า ถ้าเป็นคนอื่นๆ จะรู้สึกแบบเดียวกับเราไหมที่รู้สึกไม่คุ้มค่า เหมือนถูกเอาเปรียบ
เพราะเราเล่าให้คนรู้จักฟังกี่คนต่อกี่คน ก็ส่ายหน้าให้กับศูนย์บริการหมดเลย
รถเราไม่ใช่รถใหม่ ไม่มีผลอะไรกับประกันใดๆ ทั้งสิ้น เราจึงกำลังตัดสินใจอย่างหนัก
ว่าจะเอากลับเข้าศูนย์อีก หรือจะซ่อมกับช่างข้างนอกที่เราไว้ใจ เพราะใครๆ ก็บอกกับเราว่า
.....เ ร า โ ด น ศู น ย์ ฟั น (ค่าซ่อม).....
ปล. ขออนุญาติแท็กชานเรือนด้วยนะคะ เพราะเป็นผู้หญิงใช้รถคนเดียว แต่รถเป็นของครอบครัว
การตัดสินใจต่างๆ ต้องปรึกษาปะป๊าด้วยค่ะ เผื่อสาวๆ และคุณแม่บ้านมีประสบการณ์แชร์กันค่ะ