หลายๆคนคงสงสัยว่า ไอ้เจ้าโรค MS กับ NMO เนี่ยมันคือโรคอะไร เป็นยังไงน๊าาา แล้วอาการเป็นยังไง ไม่เห็นเคยได้ยินเลย ถ้าเป็นมะเร็งก็ว่าไปอย่าง แต่นี่โรคอะไรก็ไม่รู้ งั้นเดี๋ยวเราจะสรุปให้ฟังจากประสบการณ์ตรงแล้วกันนะจ๊ะ
เมื่อสัก 5-6 ปีที่แล้ว อยู่ดีๆเราก็เริ่มรู้สึกชาๆ ที่มือ ก็ไปหาหมอที่รพ.แห่งหนึ่ง ตอนนั้นหมอก็วินิจฉัยว่าอาจจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อย ทำให้เป็นโรคปลายประสาทอักเสบ ซึ่งหมอก็ให้ยาบำรุงปลายประสาท และวิตามิน B มาทาน เพราะอาการมันเหมือนจะเป็นโรคนี้ ทานไปสักพักก็เริ่มดีขึ้น ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร
ผ่านไปสักระยะ (นานแค่ไหนจำไม่ได้) น่าจะเป็นปีได้ ก็ทำงานตามปกติ ซึ่งปกติจะเป็นพวกไฮเปอร์ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เสาร์-อาทิตย์ก็เรียนโทไปด้วย แถมพ่อก็ไม่ค่อยสบาย ก็เลยทำให้พักผ่อนน้อย ช่วงนั้นก็เริ่มมีอาการชาอีกเหมือนเดิม หมอก็ให้ยาบำรุงปลายประสาทเหมือนเดิม แต่คราวนี้กินแล้วก็ไม่ดีขึ้น ก็เลยเปลี่ยนรพ. หมอก็พูดเหมือนกัน แต่หมอก็ลองให้ทำ CT scan ด้วยเพื่อความมั่นใจ ผลก็ออกมาปกติดี สรุปก็เลยให้ยามากินเหมือนเดิม สักพักก็ดีขึ้นเองก็เลยไม่ได้สนใจ ก็กลับไปทำงานตามปกติ (อ้อ....อาการอีกอย่างที่เป็นประจำ คือมักจะปวดหัวอยู่บ่อยๆ)
สักพัก (น่าจะเป็นปีอยู่นะ) ก็เริ่มมีอาการแปลกๆอีกแระ แต่คราวนี้เริ่มจากมือชา ตอนเย็นก็เลยไปหาหมอ หมอก็ตรวจอีกที ก็เหมือนเดิม คือให้ยาบำรุงปลายประสาท แต่พอตอนเช้าตื่นมากินข้าวกับแกงจืด แต่ปรากฏว่าตักน้ำแกงแล้วหก มือเริ่มไมมีแรง ตาเริ่มเบลอเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร ก็กินยาบำรุงปลายประสาท กับวิตามินบีเหมือนเดิม มันก็ดีขึ้น ก็เลยไปทำงานตามปกติอีก พอสายๆ เพื่อนที่นั่งตรงข้ามกันบอกว่า "ทำไมตาดำข้างขวาดูมันเขออกไปด้านข้างอ่ะ" เพื่อนบอกให้รีบไปหาหมอเถอะ แล้วก็ให้พี่อีกคนที่เป็นชาวต่างชาติช่วยดู ก็เป็นอย่างที่เพื่อนพูด ทีนี้นายที่เป็นชาวต่างชาติก็เลยบอกให้รีบไปหาหมอเถอะ แล้วอย่าขับรถเองนะ
สรุปก็เลยโดนไล่ให้ไปหาหมอ คราวนี้เลยโทรบอกแม่ล่ะ แม่ก็มารับ เพราะเพื่อนๆไม่ให้ขับรถเองแระ ช่วงไม่ถึง ตาเริ่มเห็นภาพซ้อน คราวนี้เลยบอกแม่ว่าลองเปลี่ยนโรงพยาบาลดีกว่า จากออฟฟิศก็เลยตรงไปโรงพยาบาลอีกแห่งเลย ครั้งนี้ไปที่รพ.กรุงเทพ เค้าก็ให้พบกับหมอทางด้าน Neuro
พอเดินเข้าไปหาหมอ หมอก็รู้ทันทีว่าเป็นอะไร
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หมอก็ถามประวัติต่างๆมากมาย ตั้งแต่การทำงาน ลักษณะงาน รายละเอียดของอาการที่เป็น เริ่มมีอาการตั้งแต่เมื่อไหร่ พร้อมกับดูประวัติการรักษาครั้งก่อน เพราะบอกกับหมอว่าเคยมาหาแล้วครั้งนึง แต่ตอนนั้นหมอให้ทำ CT Scan ก็ไม่พบอะไร หมอก็บอกว่าโรคนี้ CT Scan จะมองไม่เห็นความผิดปกติ ต้องทำ MRI เท่านั้น หมอก็เงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับทำหน้าเครียด แล้วก็บอกว่า หมอคิดว่าคุณเป็นโรค MS หรือ Multiple Sclerosis
นาทีนั้น เรากับแม่ก็มองหน้ากันแบบงงๆ
อะไรคือโรค MS โรค MS เป็นยังไง อาการเป็นยังไง เกิดจากอะไร ตอนนั้นในหัวมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด ?????? เพราะเกิดมาไม่เคยได้ยินค่ะ หมอก็อธิบายให้ฟังว่า MS หรือโรคปลอกหุ้มประสาทอักเสบ หรือภูมิต้านทานต่อต้านตัวเอง หมอก็ถามว่า "เคยได้ยินโรคพุ่มพวงหรือโรค SLE มั๊ย" หมอบอกว่า นั่นแหละคล้ายๆกัน ซึ่งความหมายก็คือ ภูมิต้านทานของคนเรา อยู่ดีๆวันนึงมันเกิดไม่รู้จักภูมิต้านทานของตัวมันเอง มันก็เลยต่อต้านซะงั้น ซึ่งไอ้การต่อต้านเนี่ย มันก็ทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ ซึ่งอาการที่เป็นก็คือ จะมีความผิดปกติทางตา (อาจจะตาดำเขออก เห็นภาพซ้อน เห็นภาพเบลอ หรือถ้าหนักหน่อยก็อาจมองไม่เห็นเลย) แล้วก็จะมีอาการชา อาการอ่อนแรง อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งพวกนี้ก็จะเป็นอาการของเค้า หมอบอกว่ามันเป็นอาการ attack ซึ่งจะต้องรีบให้ยาให้เร็วที่สุด แต่ยาที่ใช้กับโรคนี้ ในขณะที่มีอาการ attack ก็คือ "สเตียรอยด์" เท่านั้น เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มียารักษา หมอบอกว่าถ้าให้ยาเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่อาการที่เป็นจะกลับไปเหมือนเดิม หรือเกือบเหมือนเดิมมากที่สุดก็จะมากเท่านั้น
เจอกันอีกทีตอน 2 นะจ๊ะ ^^
MS & NMO โรคปลอกหุ้มประสาทอักเสบ โรคที่ไม่มีใครรู้จัก (โรคที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรง แต่ก็หนักหนาเอาการ)
เมื่อสัก 5-6 ปีที่แล้ว อยู่ดีๆเราก็เริ่มรู้สึกชาๆ ที่มือ ก็ไปหาหมอที่รพ.แห่งหนึ่ง ตอนนั้นหมอก็วินิจฉัยว่าอาจจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อย ทำให้เป็นโรคปลายประสาทอักเสบ ซึ่งหมอก็ให้ยาบำรุงปลายประสาท และวิตามิน B มาทาน เพราะอาการมันเหมือนจะเป็นโรคนี้ ทานไปสักพักก็เริ่มดีขึ้น ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร
ผ่านไปสักระยะ (นานแค่ไหนจำไม่ได้) น่าจะเป็นปีได้ ก็ทำงานตามปกติ ซึ่งปกติจะเป็นพวกไฮเปอร์ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เสาร์-อาทิตย์ก็เรียนโทไปด้วย แถมพ่อก็ไม่ค่อยสบาย ก็เลยทำให้พักผ่อนน้อย ช่วงนั้นก็เริ่มมีอาการชาอีกเหมือนเดิม หมอก็ให้ยาบำรุงปลายประสาทเหมือนเดิม แต่คราวนี้กินแล้วก็ไม่ดีขึ้น ก็เลยเปลี่ยนรพ. หมอก็พูดเหมือนกัน แต่หมอก็ลองให้ทำ CT scan ด้วยเพื่อความมั่นใจ ผลก็ออกมาปกติดี สรุปก็เลยให้ยามากินเหมือนเดิม สักพักก็ดีขึ้นเองก็เลยไม่ได้สนใจ ก็กลับไปทำงานตามปกติ (อ้อ....อาการอีกอย่างที่เป็นประจำ คือมักจะปวดหัวอยู่บ่อยๆ)
สักพัก (น่าจะเป็นปีอยู่นะ) ก็เริ่มมีอาการแปลกๆอีกแระ แต่คราวนี้เริ่มจากมือชา ตอนเย็นก็เลยไปหาหมอ หมอก็ตรวจอีกที ก็เหมือนเดิม คือให้ยาบำรุงปลายประสาท แต่พอตอนเช้าตื่นมากินข้าวกับแกงจืด แต่ปรากฏว่าตักน้ำแกงแล้วหก มือเริ่มไมมีแรง ตาเริ่มเบลอเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร ก็กินยาบำรุงปลายประสาท กับวิตามินบีเหมือนเดิม มันก็ดีขึ้น ก็เลยไปทำงานตามปกติอีก พอสายๆ เพื่อนที่นั่งตรงข้ามกันบอกว่า "ทำไมตาดำข้างขวาดูมันเขออกไปด้านข้างอ่ะ" เพื่อนบอกให้รีบไปหาหมอเถอะ แล้วก็ให้พี่อีกคนที่เป็นชาวต่างชาติช่วยดู ก็เป็นอย่างที่เพื่อนพูด ทีนี้นายที่เป็นชาวต่างชาติก็เลยบอกให้รีบไปหาหมอเถอะ แล้วอย่าขับรถเองนะ
สรุปก็เลยโดนไล่ให้ไปหาหมอ คราวนี้เลยโทรบอกแม่ล่ะ แม่ก็มารับ เพราะเพื่อนๆไม่ให้ขับรถเองแระ ช่วงไม่ถึง ตาเริ่มเห็นภาพซ้อน คราวนี้เลยบอกแม่ว่าลองเปลี่ยนโรงพยาบาลดีกว่า จากออฟฟิศก็เลยตรงไปโรงพยาบาลอีกแห่งเลย ครั้งนี้ไปที่รพ.กรุงเทพ เค้าก็ให้พบกับหมอทางด้าน Neuro
พอเดินเข้าไปหาหมอ หมอก็รู้ทันทีว่าเป็นอะไร
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หมอก็ถามประวัติต่างๆมากมาย ตั้งแต่การทำงาน ลักษณะงาน รายละเอียดของอาการที่เป็น เริ่มมีอาการตั้งแต่เมื่อไหร่ พร้อมกับดูประวัติการรักษาครั้งก่อน เพราะบอกกับหมอว่าเคยมาหาแล้วครั้งนึง แต่ตอนนั้นหมอให้ทำ CT Scan ก็ไม่พบอะไร หมอก็บอกว่าโรคนี้ CT Scan จะมองไม่เห็นความผิดปกติ ต้องทำ MRI เท่านั้น หมอก็เงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับทำหน้าเครียด แล้วก็บอกว่า หมอคิดว่าคุณเป็นโรค MS หรือ Multiple Sclerosis
นาทีนั้น เรากับแม่ก็มองหน้ากันแบบงงๆ
อะไรคือโรค MS โรค MS เป็นยังไง อาการเป็นยังไง เกิดจากอะไร ตอนนั้นในหัวมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด ?????? เพราะเกิดมาไม่เคยได้ยินค่ะ หมอก็อธิบายให้ฟังว่า MS หรือโรคปลอกหุ้มประสาทอักเสบ หรือภูมิต้านทานต่อต้านตัวเอง หมอก็ถามว่า "เคยได้ยินโรคพุ่มพวงหรือโรค SLE มั๊ย" หมอบอกว่า นั่นแหละคล้ายๆกัน ซึ่งความหมายก็คือ ภูมิต้านทานของคนเรา อยู่ดีๆวันนึงมันเกิดไม่รู้จักภูมิต้านทานของตัวมันเอง มันก็เลยต่อต้านซะงั้น ซึ่งไอ้การต่อต้านเนี่ย มันก็ทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ ซึ่งอาการที่เป็นก็คือ จะมีความผิดปกติทางตา (อาจจะตาดำเขออก เห็นภาพซ้อน เห็นภาพเบลอ หรือถ้าหนักหน่อยก็อาจมองไม่เห็นเลย) แล้วก็จะมีอาการชา อาการอ่อนแรง อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งพวกนี้ก็จะเป็นอาการของเค้า หมอบอกว่ามันเป็นอาการ attack ซึ่งจะต้องรีบให้ยาให้เร็วที่สุด แต่ยาที่ใช้กับโรคนี้ ในขณะที่มีอาการ attack ก็คือ "สเตียรอยด์" เท่านั้น เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มียารักษา หมอบอกว่าถ้าให้ยาเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่อาการที่เป็นจะกลับไปเหมือนเดิม หรือเกือบเหมือนเดิมมากที่สุดก็จะมากเท่านั้น
เจอกันอีกทีตอน 2 นะจ๊ะ ^^