เล่ห์รัก ตอนที่ 6

กระทู้สนทนา
“ชลทางนี้”
     ชลนามองหาที่มาของเสียง ก่อนจะยิ้มอย่างดีใจเมื่อพบคนที่นัดไว้ เธอรีบสาวเท้าเข้าไปหาทันที ก่อนจะได้รับอ้อมกอดจากคนที่ไม่ได้เจอหน้ามาสองอาทิตย์เต็ม

“ฉันคิดถึงแกใจจะขาด”
     ชลนาคลายอ้อมกอด มองใบหน้าสวยหวานของเพื่อนรักอย่างจริงใจ เธอค่อนข้างที่จะคุ้นชินกับประโยคประเภทนี้มาตั้งแต่จำความได้ แต้มดาวมีบุคลิกที่ค่อนข้างจะคล้ายกับธารา หรือพี่น้ำของเธอ แต่ก็ไม่ขี้บ่นเท่าแถมยังใจดีและเข้าใจเธอเป็นที่สุด นอกจากนั้นทั้งคู่ยังเติบโตมาด้วยกัน แต้มดาวจึงเป็นคนสำคัญ เสมือนคนในครอบครัวของเธอเลยทีเดียว

“ตกลงว่า..แกย้ายไปอยู่กับเขาแล้วใช่ไหม”
   เมื่อหย่อนตัวลงนั่ง ณ ร้านอาหารเจ้าประจำของทั้งสอง แต้มดาวก็ถามย้ำในสิ่งที่เคยคุยกับชลนาผ่านทางโทรศัพท์เมื่อหลายวันก่อนทันทีอย่างร้อนใจ

“ใช่…แต่ไม่มีอะไรนะ ฉันรับมือได้”
   หญิงสาวแตะบ่าเพื่อนรักเบาๆ ทำนองว่าตนเองสบายมากกับเรื่องนี้ แต่แต้มดาวกลับส่ายหน้าให้กับความคิดของเพื่อนสาว ชลนามักจะมีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่ก็ไม่ค่อยจะมีความรอบคอบ

“หัวใจของคน ไม่เคยมีอะไรที่แน่นอนหรอกชล”

“โธ่ อย่าคิดมากนักเลยแต้มจ๋า”
     ชลนาหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของแต้มดาว ถึงแม้ว่าเธอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักกับข้อเสนอนี้ นักก็ตาม เพราะเรื่องราวแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในละครหลังข่าวและดันจบแบบพระนางรักกันเกือบทุกเรื่อง เธอยังแอบสงสัยว่าสิงห์จะจำมาจากในละครแน่ๆ ถึงได้นำวิธีนี้มาใช้กับเธอ

“ฉันจะไม่คิดมากได้ยังไง ในเมื่อแกยังคิดน้อยอยู่แบบนี้ สักวันจะเสียท่าให้ผู้ชายคนนั้นจนได้หรอก”
   คนฟังเบิกตาโตให้กับคำพูดของเพื่อสาว ไม่ทันสังเกตสีหน้ากระเง้ากระงอดของแต้มดาว ที่กำลังมีทีท่าว่าไม่สบอารมณ์

“เสียท่าให้ผู้ชายหน้ามึนเนี่ยนะ!”

“ผู้ชายหน้ามึน เขาคนนั้นน่ะเหรอ?”
     แต้มดาวยิ้มเหยียดให้กับผู้ชายที่เธอยังไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนพลางนึกไปถึงรูปร่างหน้าตาของเขา ที่เธอจินตนาการไว้นั้นไม่ได้เฉียดคำว่า ‘หน้าตาดี’ แน่นอน

“อือ”
     ชาลนาพยักหน้า ตอบรับเพียงสั้นๆ แต่ทำหน้าแสนขมให้เพื่อนรัก เมื่อจู่ๆใบหน้าของผู้ชายหน้ามึนที่เธอเพิ่งกล่าวถึงก็ลอยเข้ามาในมโนสำนึก  เขาก็หน้าตาพอควงไปงานวัดได้..หุ่นรึก็ยังดี ถึงจะไม่ได้มีกล้ามเป็นมัดๆบาดใจ แต่ก็ดูออกว่าเป็นคนดูแลสุขภาพอย่างดี..ผมก็ยังอยู่ครบ ไม่ได้ล้าน แถมตัดรองทรงต่ำเสียเรียบร้อย.. เนื้อตัวก็สะอาดสะอ้าน….

“เอ้ะ ”
    ชลนาชะงักงันกับความคิดส่วนตัวของตน ก่อนจะทำหน้าเหวอและแปรเปลี่ยนเป็นการส่งสายตาละห้อยไปให้เพื่อนรักแทน ซึ่งแต้มดาวที่กำลังจดจ้องเพื่อนรักอยู่แล้วก็เลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะแย้มปากสวย เอ่ยในสิ่งที่ชลนาอยากได้ยิน

“จะให้ช่วยล่ะสิ”

“แหม..ก็รู้ทันตลอด”
   ชลนาเกาต้นคอตัวเองอย่างเก้อๆ แต้มดาวหัวเราะเบาๆมีจริตแต่ระรื่นหูคนฟัง

“จะให้ช่วยอะไรแกก็ว่ามาเลย เพื่อความโสดที่คุณชลแสนจะหวงแหนแล้วล่ะก็ ดิฉันจะช่วยเต็มที่เลยล่ะค่ะ”
    แต้มดาวเย้าเพื่อนรัก เพราะเป็นที่รู้ดีกันมาตลอดว่า ชลนาซึ่งมีความสวยไม่เป็นรองใครนั้นมีหนุ่มๆเข้ามาเทียวขายขนมจีบไม่เคยจะขาดสาย แต่เธอก็ยังถือครองความโสดมาโดยตลอด ไม่เคยจะเผื่อแผ่ความสัมพันธ์ไปให้ชายใด..แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่แต้มดาวพึงพอใจไม่น้อย..

“ขอบใจมาก.. ฉันไม่รบกวนแกมากหรอก ..แต่จะขอยืมคนนิดๆหน่อยๆ”

“….”

   


  หลังจากได้ออกไปพบเพื่อนรักอย่างแต้มดาว ชลนาก็อารมณ์แจ่มใสขึ้น เธอกลับมาบ้านของสิงห์ด้วยของเต็มไม้เต็มมือหลังจากได้จ่ายเงินตามประสาผู้หญิงกับแต้มดาวไปหลายชั่วโมง ความจริงแล้วกว่าจะทำใจให้กลับมาที่นี่ได้ เธอต้องทำใจอยู่นาน ทีแรกเธอตั้งใจจะแกล้งหาทางกลับไม่ถูกสักชั่วโมงเพื่อลดเวลาในการที่จะต้องกลับไปใช้อากาศร่วมกันกับคนแปลกหน้า ถ้าไม่ติดที่ว่าเธอจะเพลียจากการเดินชื้อของจนไม่มีอารมณ์จะนั่งรถเล่นเสียแล้ว
   ทันทีที่เธอกดกริ่งยังไม่ครบนาทีดี เธอก็เจอกับผู้ชายหน้ามึนยืนนิ่งคล้ายผีดิบอยู่หน้าประตู ชลนามองหน้าเขาอย่างหยั่งเชิง แต่แล้วเขาก็ยอมหลีกทางให้เธอเข้าไปในบ้านของเขาแต่โดยดี เธอแอบลอบมองเขาเล็กน้อยเมื่อเดินผ่าน แต่ดูเหมือนว่าเขายังดูอารมณ์ปรกติดี

“ลูกคุณล่ะ”
   สิงห์ไม่ตอบ แต่เดินมาแย่งข้าวของที่เธอถืออยู่ไปถือแทนแล้วเดินนำไปเก็บให้ในห้องนอน ก่อนจะเดินออกมาตอบคนที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าห้องแกมออกคำสั่ง

“อยู่แถวโต๊ะทำงานผมน่ะ ไปอาบน้ำก่อนสิ”

“เรื่องอาบน้ำยังจะมาออกคำสั่งกันอีก เจ้ากี้เจ้าการจริง!”หญิงสาวพึมพำกับตัวเองอย่างไม่ชอบใจ แล้วเดินเข้าไปจัดการกับตัวเองในห้องนอนของเขาอย่างเนือยๆ

“วันนี้คุณอยู่บ้านทั้งวันเลยเหรอ”
    หลังจากชำระร่างกายจนสบายตัวแล้ว เธอตั้งใจจะดูละครเรื่องโปรด จึงได้เดินออกมาจากห้องนอน แล้วก็พบว่าเขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานที่มีเอกสารกองเต็มไปหมด ชลนามองภาพนั้นแล้วรู้สึกเครียดแทนเขาขึ้นในบันดล

“เปล่าครับ”
    ชลนาที่เพิ่งจะนั่งลงตรงโซฟาหน้าโทรทัศน์ตัวเดิม ชะงักมือที่กำลังจะกดรีโมทเล็กน้อยเพราะคำพูดสุภาพง่ายๆของเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาจากด้านหลังเรื่อยไปถึงต้นคอ…

“….”
    หญิงสาวจ้องแผ่นหลังของสิงห์แล้วส่ายหน้าให้กับความคิดเลยเถิดของตัวเอง แต่เมื่อเธอหันกลับมาจดจ่ออยู่กับเรื่องราวในละคร ที่นั่งข้างกายของเธอก็ยุบลงเมื่อมีคนมานั่งอีกคนพร้อมกับเจ้าลูกหมาอีกหนึ่งตัว

“ไม่ทำงานแล้วเหรอคุณ”
   เธอขยับกายหนี ก่อนจะถามเขาอย่างเสียไม่ได้ แล้วเธอก็ได้รับการส่ายหน้าสองทีกลับมาแทน

“ไม่ล่ะ งานไม่ได้สำคัญเท่าคน”

“คุณพูดเหมือนพ่อฉันเลย”
    ชลนาเผลอโพล่งออกไปเมื่อเขาพูดคำพูดที่บิดามักจะบอกคนในครอบครัวเสมอๆและเธอก็ภูมิใจในตัวบิดาในเรื่องที่เห็นความสำคัญของคนในครอบครัวมาก่อนงาน เพราะถึงแม้ว่าบิดาและมารดาจะทำงานหนักเพียงใด แต่เธอกับพี่สาวก็ไม่เคยจะขาดความอบอุ่นจากครอบครัวเลยสักครั้ง
   สิงห์มองหน้าคนพูด ก่อนจะยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อยตรงมุมปากไม่ได้พูดอะไรต่อ..ชลนาจึงพยายามทำเป็นไม่สนใจ และจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรทัศน์แทน

“แล้ววันนี้คุณไปไหนมาเหรอ”

“ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉันน่า”
    ตอบเขาทั้งๆที่ตายังไม่ละไปจากเรื่องราวที่กำลังเข้มข้นของละครสุดโปรด จนจู่ๆเธอก็รู้สึกว่าถูกรุกรานจากบางสิ่งบางอย่าง เมื่อสิ่งนั้นผละจากหน้าตักของเขา มาปีนป่ายอยู่บนหน้าตักของเธอแทน

“อืม สิทธิของคุณ”
   ชลนาเหล่มองคนพูดนิดหนึ่งว่าคนพูดมีอารมณ์เช่นไร แต่เมื่อเห็นว่าเขาก็ยังคงจ้องพระนางในละคร เธอก็หมดความสนใจ

“ถ้าคุณไม่อยากดูละคร ก็ไม่ต้องดูหรอก”
    เธอพูดขึ้นลอยๆ และมันก็ได้ผลเมื่อเขาหันมามองเธอช้าๆ ชลนาส่ายหน้าเบาๆ คนอย่างสิงห์เนี่ยนะ ดูละคร ช่างไม่เข้ากับเขาเอาเสียเลย อย่างเขานี่ถ้าจะดูอย่างมากสุดก็คงจะเป็นพวกข่าวสารบ้านเมือง..

“ก็คงต้องค่อยๆปรับกันไป”
  เขาว่าแล้วหันไปตั้งใจดูละครต่อ ชลนามองอย่างรู้ทัน

“คุณไม่ต้องทำแบบนี้หรอกน่า”

“หือ ทำอะไร”

“ก็แบบนี้ไง ให้ทายนะ ปรกติคุณไม่ได้เปิดทีวีเท่าไหร่หรอก คุณซื้อมาประดับบ้านเล่นไปงั้นๆแหละ”
   สิงห์หันมามองหน้าสวยๆของชลนา ยิ้มให้เล็กน้อย เพราะเธอทายได้ถูกต้อง ปรกติแล้ว เขาไม่ค่อยได้มานั่งมุมนี้บ่อยนัก เขามักจะอยู่ที่โต๊ะทำงานนั่นเสียมากกว่า แต่เมื่อมีชลนามาอยู่ด้วย เขาก็อยากที่จะทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับเธอมากกว่าที่จะนั่งทำงานอยู่คนเดียวเช่นแต่ก่อน

“นั่นมันเมื่อก่อน..แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว รับลูกสาวเขามา ก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด”

“คุณไม่ต้องดูแลฉันดีนักหรอกน่า เดี๋ยวฉันก็ไปแล้ว”
    ริมฝีปากที่กำลังยิ้มเล็กๆเปลี่ยนเป็นกลับมาเรียบตึงเป็นแนวนอนตามเดิม เพราะได้ยินหญิงสาวข้างกายพูดทำนองนี้อีกแล้ว และดูเหมือนว่าเธอมั่นใจเหลือเกินว่าจะไม่หลงรักเขาเข้าสักวัน…ซึ่งต่างจากเขาที่มั่นใจว่าความผูกพันธ์จะทำให้เธอมีใจให้เขาแน่นอน

“เพราะแบบนั้น..ผมถึงได้ต้องการดูแลคุณให้ดีที่สุด เผื่อถึงวันที่คุณต้องไป จะได้ไม่มีใครเสียใจ”
    ถึงจะพูดออกไปด้วยความจริงใจเพียงใด ก็ได้รับเพียงเสียงถอนหายใจหนักๆปนรำคาญตอบกลับมาเท่านั้น เขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะหันกลับมาส่งยิ้มให้ หรือมาพูดดีๆกับเขาแต่อย่างใด สิงห์รู้ว่าระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน คงจะไม่ได้ทำให้ชลนาเปิดใจยอมรับคนแปลกหน้าได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้เขายอมปล่อยมือเธอไปตอนนี้..




กลางดึก..ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วก็กลายเป็นหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเลื่อนแขนไปยังข้างกายแล้วไม่พบกับคนที่ควรจะนอนอยู่ข้างกัน หรือว่าชลจะยังดูทีวีอยู่? คำพูดของหญิงสาวเมื่อตอนราวๆห้าทุ่มเศษลอยเข้ามาในโสตอีกครั้ง

‘ดึกแล้ว คุณไปนอนเถอะ’

‘แล้วคุณล่ะ’
   สิงห์ยังทำทีท่าตั้งใจดู ถึงแม้ว่าเขาเริ่มที่จะดูรายการโทรทัศน์ที่ชลนาโปรดปรานไม่ค่อยจะรู้เรื่องแล้วก็ตาม

‘ฉันว่าจะดูต่ออีกนิด คุณไปนอนได้เลยนะ ไม่ต้องรอ’

‘ไปนอนด้วยกันเถอะ ดึกแล้วค่อยดูย้อนหลังเอาก็ได้’ เขายังคงนั่งนิ่ง ตั้งใจไว้ว่าเมื่อเธอไม่ยอมไปนอน ก็จะนั่งเฝ้ากันตรงนั้น แต่เมื่อเห็นหน้าสวยๆของ   
    ชลนาเริ่มทำหน้าบึ้งตึง เขาก็ทำเพียงพยักหน้าเบาๆ ไม่คิดจะเรื่องมากกับเธอทุกเรื่องราว ก็ได้แต่หวังว่าเธอคงจะไม่คิดว่าเขาควบคุมมากเกินไป…บางที เธอคงไม่รู้ว่าเขาเป็นห่วง

‘คุณไปนอนได้แล้ว ก็บอกว่าฉันจะดูต่อ’ริมฝีปากของเธอเริ่มเชิดขึ้น

‘นี่ไม่ใช่วิธีหลีกเลี่ยงที่จะนอนด้วยกันอีกใช่ไหม’

‘คุณคิดว่าฉันเป็นเด็กหรือไง’

‘แล้วไม่ใช่หรือ?’
    มองเธออย่างจับผิด แต่แววตาที่มองมาทางเขานั้นมันช่างใสเสียเหลือเกิน

‘โธ่ คุณสิงห์ ฉันยังไม่ง่วงจริงๆ คุณไปนอนก่อนเถอะ อย่าคิดมากเลย..’

‘…’
     และตอนที่สายตาคู่นั้นทอดตรงมา เขาก็เชื่อในแววตาใสซื่อนั้น จนลืมคิดไปว่าน้ำเสียงของเธอนั้นมีแววระริกอยู่ไม่น้อย เมื่อประมวลความคิดเสร็จ สิงห์รีบยันกายขึ้นอย่างเป็นห่วงหญิงสาว ทว่าเมื่อขาข้างหนึ่งยังหย่อนไม่ถึงพื้นดี ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ก่อนล้มตัวลงนอนนั้น เขาไม่ได้ปิดไฟแน่ๆ หรือชลนาจะเป็นคนปิด
    แต่เรื่องใครปิดไฟ มันไม่ได้สำคัญสำหรับเขานัก เมื่อสิ่งที่สำคัญกว่าคือยัยเด็กดื้อ ที่ยังไม่ยอมเข้านอนเสียที เมื่อตัดสินใจจะเดินไปเปิดไฟ ประตูห้องนอนกลับถูกเปิดออกมาเสียก่อน

“คุณเพิ่งเข้านอนเหรอ”
    น้ำเสียงเจือความเป็นห่วงถูกส่งออกไป แต่ก็ได้รับเพียงความเงียบงันตอบกลับมาเท่านั้น ก่อนที่จะมีเสียงเท้าหนักๆ เดินอ้อมตัวเขาไปยังอีกฝั่งหนึ่งของเตียง ซึ่งเป็นที่นอนของหญิงสาวอยู่แล้ว สิงห์ขมวดคิ้วย่นในความมืด เดินกลับมานั่งที่เตียง ไม่ค่อยเข้าใจในอารมณ์ ของเธอนัก เมื่อตอนนั่งดูละครด้วยกันเธอก็ยังพูดกับเขาดีๆอยู่ หรือว่าเธอเกิดไม่ชอบใจอะไรเขาอีก ไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาคงไม่ได้ละเมอขึ้นมาทำอะไรขัดใจชลนาแน่ๆ

“ชล..”
    เขาเรียกชื่อเธอเสียงแผ่วในความมืด แต่แล้วกลับมีสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจมากขึ้น สิงห์รับรู้ถึงสิ่งผิดปรกติ เมื่อจู่ๆมือของเธอที่เคยใช้ปัดป้องร่างกายเขา ในยามนี้กลับถูกใช้เพื่อผลักเบาๆให้เขานอนราบกับเตียงนอน สิงห์พยายามมองหน้าหญิงสาวในความมืดอย่างสงสัย มีอะไรผิดปรกติกับชลนาแน่ๆ
  
    ตอนนั้นเอง ที่หญิงสาวค่อยๆวางมือของเธอลงบนแผ่นอกของเขา แล้วเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ แต่แปลกที่เขากลับไม่ได้มีความรู้สึกอะไรอย่างที่ควรจะเป็น เขาไม่ได้รู้สึกมีจิตพิศวาสอะไรเธอเลยสักน้อย ..ซึ่งนั่นไม่มีทางเป็นไปได้ในความเป็นจริงแน่ๆ และที่สำคัญ คนที่สะดุ้งตกใจทุกทีที่เขาถูกเนื้อต้องตัว คงไม่มีทางที่จะทำอะไรแบบนี้..
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่