พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี เลขาธิการสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ และประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยว่า จากการที่เครือข่ายผู้ปกครองฯ ร่วมหารือกับ ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่เลขา นายกแพทยสภา และนายกสมาคมกุมารแพทย์ มีความเห็นตรงกันว่า ในการปฏิรูปการศึกษาโดยเฉพาะการปฏิรูปหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ควรให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาทิ ผู้ปกครอง กุมารแพทย์ เข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูป ทั้งยังเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาของชาติควรเป็นองค์กรอิสระ ที่ขึ้นตรงสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ควรอยู่ใน ศธ. เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมสูงมากไม่ฟังเสียงบุคคลภายนอก ดังนั้นเครือข่ายพ่อแม่ฯ และสมาคมกุมารแพทย์ จะร่วมหารือเพื่อจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา เป็นพิมพ์เขียวเสนอต่อทุกฝ่ายที่สนใจการปฏิรูปการศึกษาทุกเวที อาทิ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และเสนอต่อรัฐบาลใหม่ต่อไป
ประธานเครือข่ายพ่อแม่ฯกล่าวต่อว่า การจัดทำหลักสูตร ศธ.ควรให้กุมารแพทย์เข้ามาช่วยวางแผนด้วยว่า เด็กวัยใดควรเริ่มเรียนการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีเหตุผล เช่น เด็กเล็กควรเริ่มจากการเรียนรู้คิด จินตนาการ และควรดึงครู ร.ร.สาธิต และ ร.ร.นานาชาติ มาช่วยจัดทำคู่มือครูในการสอนทักษะชีวิตให้กับเด็ก และควรมีการปฏิรูประบบการสอบคัดเลือกทุกระดับ โดยเฉพาะระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเครือข่ายพ่อแม่ฯเรียกร้องมาตลอดว่า การจัดการเรียนการสอนระดับ ม.ปลาย ควรแยกการเรียนแผนกวิทย์และศิลป์ให้ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเด็กจะได้เรียนตามศักยภาพ นอกจากนี้ ประเทศไทยควรกำหนดยุทธศาสตร์การสร้างคนรุ่นใหม่เพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หรือเวทีโลกที่ชัดเจน หากไม่มีทิศทางที่ชัดเจนเกรงว่าอนาคตเด็กไทยจะกลายเป็นลูกจ้างของบริษัทต่างชาติเมื่อเข้าสู่อาเซียน.
ไทยรัฐ
เสนอตั้งองค์กรอิสระ ดูแลหลักสูตรการศึกษาชาติ
ประธานเครือข่ายพ่อแม่ฯกล่าวต่อว่า การจัดทำหลักสูตร ศธ.ควรให้กุมารแพทย์เข้ามาช่วยวางแผนด้วยว่า เด็กวัยใดควรเริ่มเรียนการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีเหตุผล เช่น เด็กเล็กควรเริ่มจากการเรียนรู้คิด จินตนาการ และควรดึงครู ร.ร.สาธิต และ ร.ร.นานาชาติ มาช่วยจัดทำคู่มือครูในการสอนทักษะชีวิตให้กับเด็ก และควรมีการปฏิรูประบบการสอบคัดเลือกทุกระดับ โดยเฉพาะระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเครือข่ายพ่อแม่ฯเรียกร้องมาตลอดว่า การจัดการเรียนการสอนระดับ ม.ปลาย ควรแยกการเรียนแผนกวิทย์และศิลป์ให้ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเด็กจะได้เรียนตามศักยภาพ นอกจากนี้ ประเทศไทยควรกำหนดยุทธศาสตร์การสร้างคนรุ่นใหม่เพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หรือเวทีโลกที่ชัดเจน หากไม่มีทิศทางที่ชัดเจนเกรงว่าอนาคตเด็กไทยจะกลายเป็นลูกจ้างของบริษัทต่างชาติเมื่อเข้าสู่อาเซียน.
ไทยรัฐ