ได้ข้อมูลจาก FB
นำมาให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้อ่านครับ
---------จาก FB หลวงปู่พุทธะอิสระ-----
"พิมพ์เขียว คณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ"
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ สังคม
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ การศึกษา
ต้องจัดให้มีชั่วโมงการเรียน การสอน วิชาศีลธรรม จริยธรรมศาสนา ในโรงเรียนทุกชั้นเรียน จะต้องให้ตั้งหลักเกณฑ์การสอบ หากไม่ผ่านก็ถือว่าวิชาอื่นต้องไม่ผ่านไปด้วย
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ การเมือง
จะต้องให้มีหลักสูตรการอบรมศีลธรรมจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างซื่อตรงแก่นักการเมือง โดย กกต. ต้องเป็นผู้มีหน้าที่จัดอบรม
หลักสูตรไม่ต่ำกว่า 15 วัน หากไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ก็ไม่มีสิทธิ์สมัครเลือกตั้งได้ อีกทั้งต้องผ่านเกณฑ์ของคณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมด้วย จึงจะลงสมัครรับเลือกตั้งได้
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ สถาบันตุลาการ
กกต. จะต้องมีโครงการอบรมอัยการ ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ศาลด้วยการจัดให้เข้าค่ายคุณธรรม อย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 7 วัน ถ้าประเมินผลแล้วไม่ผ่าน ก็ชลอขั้นเงินเดือนเอาไว้ก่อนจนกว่าจะได้ผ่าน
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและหลักคิดให้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ จัดให้มีการอบรมจริยธรรมและศีลธรรม ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั่วประเทศอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน ทุกปี และต้องอบรมวิชาศีลธรรมจริยธรรมในโรงเรียนตำรวจทั่วประเทศ อีกทั้งทุกครั้งที่มีการเลื่อนขั้นความดีความชอบ ต้องมีการประเมินผลทางจริยธรรม หากไม่ผ่านก็จะไม่มีสิทธิ์ได้ขั้น
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ ทหาร
มีลักษณะเช่นเดียวกับตำรวจ
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ สื่อมวลชน
จัดให้สื่อทุกแขนง ต้องมีการอบรมจริยธรรม คุณธรรม หน้าที่ของสื่อที่ซื่อตรง และองค์กรวิชาชีพสื่ออย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน หากประเมินผลและไม่ผ่าน ต้องมีการแบนสื่อนั้น โดยคณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ เป็นผู้ออกแบบกฎเกณฑ์ และมาตรฐานของสื่อ
ยึดทรัพย์ พระสมภารทุกวัดให้เป็นของศาสนาส่วนกลางทั้งหมด
ให้มีคณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ ที่ประกอบด้วยนักบวชในทุกศาสนา ซึ่งมีสัดส่วนศาสนาละ 5 ท่าน ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรอง ออกแบบหลักสูตรในการอบรม ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ ของหน่วยงานนั้นๆ แล้วทำการประเมินผล โดยให้ผ่านเกณฑ์ หรือไม่ผ่านเกณฑ์ เป็นอำนาจโดยตรงของคณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ
สถานะของหน่วยงานศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ ต้องเป็นองค์กรอิสระที่มีกฎหมายรองรับ ดุจดังองค์กรอิสระอื่น เช่น กกต. ปปช. เป็นต้น
พุทธะอิสระ
๒ มีนาคม ๒๕๕๗
"พิมพ์เขียว คณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ"
นำมาให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้อ่านครับ
---------จาก FB หลวงปู่พุทธะอิสระ-----
"พิมพ์เขียว คณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ"
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ สังคม
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ การศึกษา
ต้องจัดให้มีชั่วโมงการเรียน การสอน วิชาศีลธรรม จริยธรรมศาสนา ในโรงเรียนทุกชั้นเรียน จะต้องให้ตั้งหลักเกณฑ์การสอบ หากไม่ผ่านก็ถือว่าวิชาอื่นต้องไม่ผ่านไปด้วย
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ การเมือง
จะต้องให้มีหลักสูตรการอบรมศีลธรรมจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างซื่อตรงแก่นักการเมือง โดย กกต. ต้องเป็นผู้มีหน้าที่จัดอบรม
หลักสูตรไม่ต่ำกว่า 15 วัน หากไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ก็ไม่มีสิทธิ์สมัครเลือกตั้งได้ อีกทั้งต้องผ่านเกณฑ์ของคณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมด้วย จึงจะลงสมัครรับเลือกตั้งได้
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ สถาบันตุลาการ
กกต. จะต้องมีโครงการอบรมอัยการ ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ศาลด้วยการจัดให้เข้าค่ายคุณธรรม อย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 7 วัน ถ้าประเมินผลแล้วไม่ผ่าน ก็ชลอขั้นเงินเดือนเอาไว้ก่อนจนกว่าจะได้ผ่าน
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและหลักคิดให้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ จัดให้มีการอบรมจริยธรรมและศีลธรรม ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั่วประเทศอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน ทุกปี และต้องอบรมวิชาศีลธรรมจริยธรรมในโรงเรียนตำรวจทั่วประเทศ อีกทั้งทุกครั้งที่มีการเลื่อนขั้นความดีความชอบ ต้องมีการประเมินผลทางจริยธรรม หากไม่ผ่านก็จะไม่มีสิทธิ์ได้ขั้น
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ ทหาร
มีลักษณะเช่นเดียวกับตำรวจ
ศาสนา ควรเป็นที่พึ่งและเป็นหลักคิดให้แก่ สื่อมวลชน
จัดให้สื่อทุกแขนง ต้องมีการอบรมจริยธรรม คุณธรรม หน้าที่ของสื่อที่ซื่อตรง และองค์กรวิชาชีพสื่ออย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน หากประเมินผลและไม่ผ่าน ต้องมีการแบนสื่อนั้น โดยคณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ เป็นผู้ออกแบบกฎเกณฑ์ และมาตรฐานของสื่อ
ยึดทรัพย์ พระสมภารทุกวัดให้เป็นของศาสนาส่วนกลางทั้งหมด
ให้มีคณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ ที่ประกอบด้วยนักบวชในทุกศาสนา ซึ่งมีสัดส่วนศาสนาละ 5 ท่าน ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรอง ออกแบบหลักสูตรในการอบรม ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ ของหน่วยงานนั้นๆ แล้วทำการประเมินผล โดยให้ผ่านเกณฑ์ หรือไม่ผ่านเกณฑ์ เป็นอำนาจโดยตรงของคณะกรรมการศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ
สถานะของหน่วยงานศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ ต้องเป็นองค์กรอิสระที่มีกฎหมายรองรับ ดุจดังองค์กรอิสระอื่น เช่น กกต. ปปช. เป็นต้น
พุทธะอิสระ
๒ มีนาคม ๒๕๕๗