เรื่องลึกลับของพระสันตปาปา

กระทู้สนทนา
ข้อตกลงเบื้องต้น
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
โปรดพิจารณาด้วยหลักกาลามะสูตร
พระนามพระสันตปาปาไม่มีภาษาไทยกำกับ
(ยกเว้นบางพระองค์)

ไม่ประสงค์จะ tag ห้องศาสนา
เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง




ตามคำทำนายแต่โบราณว่า จะมีพระสันตปาปาองค์สุดท้าย
หลังจาก Pope Benedict XVI (ที่ขอลาออกเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2556)
ก่อนที่กรุงโรมจะถูกทำลาย ทำให้หลายคนเชื่อว่า
Pope Francis ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสันตปาปา คือ พระองค์สุดท้าย
แต่บางคนเชื่อว่าพระองค์ คือ ผู้ต่อต้านพระคริสต์ Antichrist
ที่จะทำลายศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค



พระสันตปาปาทุกพระองค์ถนัดขวา
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปถึงความเชื่อดั้งเดิม
ของชาวคาทอลิคที่ว่า คนถนัดซ้ายเป็นสาวกของซาตาน
เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนว่า คนถนัดซ้ายเคยดำรงตำแหน่งนี้
ก่อนที่พระสันตปาปาจะมีการเลือกตั้งหรือไม่



มีข่าวเล่าลือกันว่าพระสันตปาปา 4 พระองค์
ระหว่างปี พ.ศ.2007-2098
เป็นเกย์ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งพระสันตปาปา
คือ Paul II Sixtus IV Leo X
และที่โด่งดังที่สุดคือ Julius III
ที่นอนร่วมเตียงเดียวกันกับพระคาดินัล
ที่เป็นหลานชายวัยรุ่นอายุ 15 ปี



มีพระสันตปาปา 6 พระองค์ที่ถูกฆ่าตาย
และมีอีกจำนวน 14  รูปที่ตายเพราะยาพิษ
จากการสมคบคิดฆ่าทิ้งโดยคนภายใน
รวมทั้งที่น่าสงสัยคือ John Paul I  
ที่สิ้นพระชมภ์ในปี พ.ศ.2521
หลังจากดำรงตำแหน่งเพียง 33 วัน
ภายใต้ทฤษฏีที่ว่า มีการสมคบคิดวางยาพิษให้ตาย
ช่วงที่มีเหตุการณ์เรื่องราวอื้อฉาว
ผิดกฎหมายภายในสำนักวาติกัน



แม้ว่าจะรู้จักกันดีทั่วโลกแล้วว่าเป็น Popemobile ที่ชื่อเสียงโด่งดัง
แต่รถยนต์คันนี้ไม่มีชื่อเป็นทางการ
Pope John Paul II ก็ไม่ชอบการชื่อเล่นนี้
ครั้งหนึ่งเคยตรัสว่า  รู้สึกเสื่อมเสียพระเกียรติ
แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรถยนต์ไป
หลายรุ่นหลายยี่ห้อแล้วก็ตาม
แต่รถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz
ยังเป็นรถยอดนิยมตั้งแต่ปี พ.ศ.2473



พระสันตปาปาอยู่ภายใต้คำสาบานก่อนบวชว่า
จะไม่มีเซ็กกับการแต่งงาน
ดังนั้นจึงไม่มีการตั้งคำถามเรื่องนี้
แต่ก็ยังมีพระสันตปาปาบางองค์
ที่แต่งงานแล้วและมีบุตรสืบตระกูล
เรื่องนี้เป็นเรื่องในอดีตก่อนปี พ.ศ.2128
หลังจากนั้นเป็นต้นมาไม่มีข่าวอื้อฉาว
เรื่องพระสันตปาปามีเซ็กหรือแต่งงาน

ผมเคยถามบาทหลวงคณะซาเลเซียน
ที่สอนผมสมัยมัธยมศึกษาว่า
บาทหลวงมีลูกเมียได้หรือไม่
ท่านตอบว่าไม่ได้
แต่ยอมรับว่ารุ่นท่านที่บวชพร้อมกัน
มีบางคนสึกออกไปมีลูกมีเมีย
แต่ทางศาสนจักรถือว่า
การเป็นบาทหลวงไม่มีการสึก
แต่ห้ามคนผิดคำสาบาน
ทำพิธีมิซซาหรือทำพิธีศีลล้างบาป
ตามนิกายโรมันคาทอลิค



ย้อนกลับไปในสมัยยุคโรมัน
จักรพรรดิโรมันจะสวมรองเท้าสีแดง
เพราะทำหน้าที่เป็นผู้นำนักบวชสูงสุด
ของอาณาจักรด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง
แต่เมื่อศาสนาคริสต์เข้ามาแทนที่แล้ว
บทบาทนี้ก็ถูกทดแทนโดยพระสันตปาปา
ประเพณีนี้ถูกยกเลิกโดย Pope John Paul II
พระองค์สวมใส่รองเท้าสีน้ำตาล
แต่ประเพณีนี้ถูกรื้อฟื้นกลับมาอีกครั้ง
ในสมัย Pope Benedict XVI



ฉลองพระองค์ของพระสันตปาปาเป็นสีแดงจนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2099
เมื่อ Pope Pius V ได้เปลี่ยนเป็นฉลองพระองค์สีขาวทั้งชุด
และสวมหมวกสีขาวแบบคณะนักบวช Dominican
เชื่อกันว่ากลายเป็นประเพณีของสำนักวาติกัน
ที่ปฏิบัติสืบทอดกันหลังจากพระสันตปาปาได้รับเลือกตั้งแล้ว
เฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้นที่
พระสันตปาปาจะทรงฉลองพระองค์สีแดงกับหมวกไหมสีแดง



เมื่อพระสันตปาปาได้รับการเลือกตั้งแล้ว
จะมีผลเป็นพระสันตปาปาทันที
พระองค์ทรงไม่มีเวลาเตรียมการปราศรัย
ตามประเพณีดั้งเดิม
พระองค์ต้องสวมชุดฉลองพระองค์
แล้วโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนบนระเบียงของโบสถ์
พระองค์จะต้องเดินผ่าน ห้องแห่งน้ำตา
ห้องนี้จะมีชุดฉลองพระองค์หลายขนาดเตรียมพร้อมไว้แล้ว
เพื่อให้พระองค์เลือกชุดฉลองพระองค์ที่เหมาะกับพระองค์ได้เลย



หลังไดัรับเลือกตั้งแล้วพระสันตปาปาจะทรงเปลี่ยนพระนามทันที
ทั้งนี้ตามสัญลักษณ์/บทบัญญัติของพระคัมภีร์ไบเบิลในยุดอดีต
ที่พระเจ้าจะเปลี่ยนชื่อคนที่ปฏิญาณตนว่านับถือพระองค์
ตัวอย่างเช่น Simon เป็น Peter หรือ Jacob เป็น Israel
ทางปฏิบัติพระสันตปาปาจะทรงเลือกชื่อที่พระองค์ประสงค์



โดยประเพณีแล้ว บุคคลที่จะเป็นพระสันตปาปา
จะต้องเป็นเพศชายในนิกายโรมันคาทอลิค
เรื่องนี้เป็นข้อบังคับที่เป็นลายลักษณ์อักษรว่า
พระสันตปาปาต้องเป็นพระคาดินัลมาก่อน
ในปี พ.ศ.1922 เป็นครั้งสุดท้ายที่
พระสันตปาปาที่ได้รับการเลือกตั้ง
ไม่ผ่านการเป็นพระคาดินัลหรือนักบวชมาก่อน
เรื่องนี้เชื่อว่าเป็นข้อบังคับที่ไม่เป็นทางการ

สมัยก่อนหน้านี้เจ้านครรัฐในอิตาลี
เช่น ฟลอเรนตินา มิลาน เวนิซ
ใครที่มีอำนาจและอิทธิพล
จะเป็นคนแต่งตั้งหรือปลดพระสันตปาปาได้
บางครั้งก็ให้ลูกหลานตนขึ้นเป็นพระสันตปาปา
โดยไม่จำต้องเป็นนักบวชมาก่อนแต่อย่างใด

รายละเอียดศึกษาได้จากเรื่องเจ้าชาย The Prince ของแมคแคเวลี่
ชื่อฉบับใต้ดินที่แปลกันแล้วโรเนียวแจกกันอ่าน
ประเด็นหลักเป็นการเตรียมการเถลิงอำนาจลูกหลานเจ้านครรัฐ
หรือเรียกกันว่า พวกมาเฟียนครรัฐอิตาลี

มีคำคมว่า ราชาต้องเป็นทั้งราชสีห์กับหมาจิ้งจอก
คือมีทั้งความดุร้ายเหี้ยมโหดและความเจ้าเล่ห์เพทุบาย
ในหนังสือจะเล่าถึงยุคสมัยเจ้าพ่อนครรัฐ
ในอิตาลียิ่งใหญ่/ชั่วร้าย/ดีอย่างไร

The Prince  ศ.ดร. สมบัติ จันทรวงศ์
ได้แปลจากภาษาอังกฤษ
เป็นภาษาไทย ใช้ชื่อว่า เจ้าผู้ปกครอง



เมื่อควันสีขาวปรากฎขึ้นบนปล่องไฟวังวาติกัน
เป็นสัญญลักษณ์ว่าพระสันตปาปาพระองค์ใหม่ได้รับการเลือกตั้งแล้ว
โดยได้ฉันทานุมัติสองในสามจากพระคาดินัลทั้งหมด
ส่วนพระคาดินัลที่อายุเกินกว่า 80 ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์นี้
จะเข้าร่วมประชุมหรือไม่ก็ได้



ระหว่างการประชุมเลือกพระสันตปาปาองค์ใหม่
พระคาดินัลจะมีการลงคะแนนทั้งรอบเช้าและรอบเย็น
อาจจะต้องใช้เวลาถึงหลายวันในช่วงนี้
ควันสีดำจากปล่องไฟของวังวาติกัน
เพื่อให้ประชาชนที่เฝ้ารออยู่ได้ทราบว่า
ผลการเลือกตั้งยังไม่มีฉันทานุมัติ
การสร้างควันสีดำจะใช้สารเคมี
ผสมเชื้อเพลิงเพื่อให้เกิดควันสีดำ



มีตำนานเล่าสืบกันมาว่าในระหว่างปี พ.ศ.1398 ถึงพ.ศ.1401
หลังจากการสิ้นพระชมม์ของ Leo IV
มีสตรีผู้หนึ่งได้บวชเป็นบาทหลวง เป็นครูที่ยิ่งใหญ่
เป็นบิชอป แล้วได้เป็นพระสันตปาปาชื่อ John VIII
เธอดำรงตำแหน่งนี้สองปีกว่าก่อนที่จะตั้งครรภ์
และแท้งลูกหลังตกจากม้าในขบวนเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์
เธอถูกฆ่าตายทันทีและมีการลบชื่อออกจากสารบบวังวาติกัน
ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ตามแต่
แต่ไม่มีใครที่สามารถพิสูจน์ถึงเรื่องราวนี้
หรือโต้แย้งได้เต็มปากเต็มคำว่าเรื่องนี้มีจริงหรือไม่



เก้าอี้นี้รู้จักกันดีว่า เก้าอี้เจาะรู
ใช้ในการตรวจเพศของพระสันตปาปาพระองค์ใหม่
แทนการเปลื้องผ้าเพื่อตรวจเพศ
พระคาดินัลองค์หนึ่งจะมุดลงไปใต้เก้าอี้
แล้วตรวจสอบด้วยสายตาและความรู้สึกส่วนตัว
หลังจากนั้นจะประกาศด้วยเสียงอันดังว่า
" มีสองลูก และ หนึ่งอันอย่างดี "



นครรัฐวาติกัน ประเทศเดียวในโลก
ที่สามารถเปิดปิดประตูเข้าออกประเทศ
ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนได้
นครรัฐวาติกันเป็นประเทศที่มีเอกราช
โดยมีพื้นที่ที่เล็กที่สุดในโลก มีพื้นที่ 44 เฮกตาร์
นั่นคือ 110 เอเคอร์ (278.223 ไร่)
มีจำนวนประชากรประมาณ 911 คน

ภายในนครรัฐมีบริการโทรศัพท์ภายในเป็นของตนเองตั้งแต่ปี พ.ศ.2491
มีการจัดตั้งสถานีวิทยุ และโทรทัศน์ สถานีวิทยุนครรัฐวาติกัน
ออกอากาศไปทั่วทุกมุมโลกด้วยภาษาต่าง ๆ จำนวน 29 ภาษา
หอคอย/หอดูดาว  Specola Vaticana
ของนครรัฐวาติกันเป็นสถานที่ทำการของ
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ในนครรัฐมีระบบธนาคารและสกุลเงินของตนเองที่เรียกว่า Lira Vatican
มีที่ทำการไปรษณีย์วาติกัน ที่ให้บริการไปรษณีย์ภายในและภายนอกของนครรัฐ
มีการจัดทำแสตมป์ของนครรัฐวาติกัน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2472
นครรัฐวาติกัน มีชื่อเสียงมากในการรับส่งจดหมาย
ด้วยความเร็วเหนือกว่าบริการรับส่งจดหมายภายในประเทศอิตาลีเสียอีก

ทหารรักษาการ/รักษาความปลอดภัย
เป็นทหารรับจ้างจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์
มีมาแต่ดั้งเดิมแล้วตามตำนานสืบทอดกันมา
อย่างยาวนานตามประวัติศาสตร์แต่ดั้งเดิม
เป็นกองทัพที่มีขนาดเล็ก ทำหน้าที่รับผิดชอบ
รักษาความปลอดภัยของตัวเมืองวาติกัน
พร้อมกับงานบริการด้านต่าง ๆ
รวมทั้งการเฝ้าประตูทางเข้า/ออกนครรัฐวาติกัน
เช่นเดียวกับ การสร้างความมั่นใจในการรักษาความปลอดภัย
ส่วนพระองค์ของพระสันตะปาปา
ชุดทหารออกแบบโดย Michalangelo


ที่มาของภาพ http://bit.ly/1PcUxlf


Vatican เรียกได้ว่าที่นี่เป็นมหานครด้านศาสนาของชาวคริสต์
ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกผ่านโดมของมหาวิหารโบสถ์เซ็นต์ปีเตอร์ St.Peter’s Bacilica
ที่ออกแบบโดยมหาศิลปิน มิเชลลานเจโล่
ภายในนครรัฐวาติกัน จะมีพิพิธภัณฑ์ภายในรวม 11 แห่ง
ภายในพิพิธภัณฑ์วาติกันมีการบูรณะงานภายใน
โบสถ์หลังย่อม Sistine Chapel ของมหาศิลปิน Michelangelo

ภายในบริเวณสวนหย่อมของนครรัฐวาติกัน
จะประทับใจ/หลงใหลกับความงดงามของ
การจัดสวนขนาดใหญ่และขนาดเล็ก
น้ำพุ สระเลี้ยงปลา และสวนเลี้ยงกระต่าย
เชื่อกันว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึง 4 ปี
จึงจะเที่ยวชมสถานที่ภายในได้ครบทั้งหมด
แม้ว่าจะใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น
ในการชื่นชมภาพวาดแต่ละภาพแต่ละยุคสมัย
ในปี พ.ศ.2527 องค์การ UNESCO
ได้ประกาศให้  นครรัฐวาติกันเป็นมรดกโลก

เรียบเรียงจาก

http://bit.ly/1YwsE9n
http://bit.ly/1SmWI3u
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่