ผมกำลังศึกษาอยู่ ป.ตรี และดูเหมือนว่าผม จะเป็นความหวังเดียว ของ แม่ และ พ่อ โดยเฉพาะแม่ ซึ่งเป็นผู้ส่งเงินให้เล่าเรียน และเป็นกำลังหลักในการเลี้ยงดูผม เข็ญรถขายข้าวเหนียวไก่ย่าง ส่วนพ่ออายุ 63 ทำงานเป็นยาม(เฉพาะตอนกลางคืน) อายุท่านก็มาก โดยปกติ ชีวิตในวัยนี้ สมควรจะได้รับการพักผ่อนแล้ว ส่วนพี่ชายผม แต่งงานมีเมียแล้ว ก็ทะเลาะกับแม่บ่อยๆ เคารพเมียมากกว่าแม่ บางครั้งผมเองก็แอบน้อยใจในโชคชะตาชีวิต แต่พอมองย้อนกลับไป ชีวิตของเราสบายกว่าเพื่อนๆ หลายคนในวัยเดียวกัน ผมอยากหดเวลาให้วันพรุ่งนี้ รึ มะรืนนี้ ให้ผมได้เรียนจบ รับปริญญาเร็วๆ มีงาน มีเงิน ใช้ ผมฝันไว้ว่า ถ้าผมมีการมีงานมีเงินเยอะๆ ผมอยากจะพา แม่ และ พ่อ ของผม ไปเที่ยวทะเล นั่งปิคนิค อาหารทะเล ไปเที่ยวทุกที่ ที่อยากไป เพราะตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยได้สัมผัส รึ ไปเที่ยวไหนมาไหนด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก เลยซักครั้ง พูดแล้วก็เศร้า โดยเฉพาะพ่อผม เริ่มมีอาการเจ็บป่วย บ่อยขึ้น ก็ยังทำงานต่อไป มีเวลาพักผ่อนน้อย กลางวันก็ต้องช่วยแม่ทำของไปขาย เข้าสวนเข้าไร่ นา ผมเคยเปิดใจคุยกับแม่เรื่องพ่อ แม่บอกว่า คงเป็น "เวรกรรม" ของพ่อ แต่ผมก็บอกว่า ไม่ใช่เวรกรรมหรอก ถ้าพ่อหยุดทำงานตอนนี้ พ่อก็ได้พักผ่อน แต่แม่ก็บอกว่า ถ้าพ่อหยุดงาน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาหมุนเวียนใช้ในบ้าน ลำพังแม่ หาคนเดียว ก็ไม่พอใช้ ไหนจะ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากับข้าว และแม่ก็พูดกะผมบ่อยๆ ว่า ถ้าผมเรียนจบเมื่อไร พ่อ กะ แม่ ก็จะเลิกทำงาน ไปอยู่ไร่นา ตามประสาคนแก่เฒ่า พี่ชาย กะ เมีย ก็อาศัยอยู่กะแม่ และ พ่อ มีงานทำทั้งคู่ แต่ก็ยังออกไปหาก่อหนี้ให้ตนเอง ค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่เคยเอ่ยปากช่วยแม่ หลายครั้ง แม่ร้องไห้ เพราะน้อยใจ พี่ชาย ผม ผมก็เลยบอกว่า ให้แม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านยาย ดัดสันดาน พี่ชายกะพี่มัน แต่แม่ก็บอกว่า ถ้าแม่ไปก็ห่วงผม เพราะต้องหาเงินส่งผมเรียน ช่วงสุดสัปดาห๋ที่แล้ว ผมกลับไปอยู่บ้านช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ นั่งกินข้าวกัน 3 คน แม่ และ พ่อ นั่งคุยเรื่องปัญหาหนี้สิน (ธกส) เงินไม่พอใช้ แม่ผมพูดกับพ่อว่า" ตราบใดแผ่นดินยังไม่กลบหน้า ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ" ผมได้ยินถึงกับกินข้าวไม่ลง คิดสงสาร และน้อยใจ ในโชคชะตาของครอบครัว
#ชีวิตคือชีวื
ครอบครัวของฉัน
#ชีวิตคือชีวื