เราเป็นคนนึงที่เพิ่งเริ่มมีครอบครัว เรื่องเงินทองสามีเป็นคนดูแลหมดค่ะ
เวลาจะใช้จ่ายอะไรเค้าก็ให้บอกเค้าจะเอาเงินมาให้ เค้าได้เงินเดือนค่อนข้างดี
แต่ไม่เคยเก็บเงินเป็นสัดส่วน เราแนะนำไปแล้วแต่ไม่เชื่อฟัง
ยิ่งตอนนี้กำลังจะคลอดลูกด้วย เค้าเชื่อว่าการเก็บเงินไว้ที่เดียวนี่แหละดี
เราก็ยอมตามเค้าเพราะเค้าเป็นคนรับผิดชอบลูกในท้อง
เราไม่ได้แต่งงานกัน แค่ฉันท้องแล้วเขาก็ชวนมาอยู่ด้วยกัน
ฉันเคยทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ได้เงินเดือนดีพอสมควร และมีเงินให้พ่อแม่ทุกเดือน
แต่เมื่อมาอยู่กับเขาแล้วทุกอย่างกลับกัน ฉันยอมมาเพราะกลัวพ่อแม่จะอายเพื่อนบ้านที่ลูกสาวอยู่ดีๆก็ท้อง
แต่เขาก็ดูแลฉันเรื่องอาหารการกิน เขาอยากมีลูกอยู่แล้ว เขาซื้อรถ(ชื่อเขา) แล้วให้พ่อฉันเป็นคนค้ำประกัน
เขาเป็นคนใช้เงินประหยัด แต่เรียกว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายหรือเปล่า
นั่นอาจเป็นรสนิยมของเขา เขาชอบซื้อเสื้อผ้าราคาถูก(ไม่ใช่มือสอง) แล้วใส่ได้ไม่นานมันก็ขาดหลุดลุ่ย
แล้วเค้าก็ซื้อใหม่เรื่อยๆ ตอนนี้เสื้อขาดเต็มบ้านไปหมด ฉันซ่อมไม่ทันเพราะฉันเย็บด้วยมือ
เรื่องน้ำดื่ม เขาชอบซื้อน้ำดื่มขวด1.5ลิตร มาทีละสองสามขวด พอหมดก็ซื้อใหม่ แต่ฉันอยากได้เครื่องกรองน้ำ
เรื่องเสื้อผ้า เขาส่งซักรีดสัปดาห์ละครั้ง แต่ละครั้งก็สองร้อยขึ้นไป แต่ฉันอยากได้เครื่องซักผ้า
เรื่องซื้อรถ เขาเลือกผ่อนนานที่สุด 72 งวด เพื่อจ่ายงวดละน้อยๆ
เรื่องบ้าน เขาเลือกที่จะเช่า ไม่ซื้อ
เรื่องประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เขาไม่คิดจะทำเลย จนกระทั่งต้องผ่าตัดแล้วเสียเงินเองเกือบๆสองแสนแล้วไม่ได้จ่ายเงินก้อนด้วย ทั้งๆที่ตัวเองมี แต่กลับทะยอยจ่ายให้ รพ เดือนละสองหมื่น รพ ไม่ยอมก็ต้องยอม สุดท้ายยอมทำประกันสังคมแล้วไปรักษาที่อื่น
เรื่องเงินเดือนของฉัน ฉันขอให้เขาจ่ายฉันเป็นเงินเดือน ฉันจะได้ไม่ขอบ่อยๆ แต่เขาไม่ยอมให้
เขายืนยันว่าถ้าฉันต้องการอะไร ให้บอกแล้วจะให้เงินไปซื้อ
แต่ฉันอยากจัดการเรื่องการซื้อของด้วยตัวเอง ฉันอยากซื้อชุดชั้นในที่คุณภาพดี ทนทาน
(มีใครเคยใส่ กกน ตัวละ29บาทแล้วขอบหลุดบ้าง)
ฉันต้องใช้ของบำรุงผิวที่ฉันเคยซื้อใช้เป็นประจำ(ราคาที่ซื้อต่อครั้งก็หลักพัน คุณผู้หญิงน่าจะเข้าใจค่ะ)
ฉันจะซื้อชุดคลุมท้องกับเสื้อผ้าที่ใส่แล้วสบายไม่อึดอัดท้อง
แต่ที่ผ่านมาทุกครั้ง เขาไม่เคยเต็มใจให้เลย เขาจะพาไปซื้อ แต่พอตอนจ่ายเงินก็ชักสีหน้าตลอดแล้วก็บ่นพึมพำ
ของที่ฉันซื้อมันไม่ใช่ของที่แพงจนไร้เหตุผล ฉันเลือกซื้อที่คุณภาพมากกว่า
เขาให้ฉันใช้เงินอย่างประหยัด ปกติฉันไม่ใช่คนใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย
ฉันไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ติดสังคม ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ ไม่บ้าแฟชั่น ไม่ใช้สมาร์ทโฟน
เวลาไป Lotus จะมีการสะสมแต้มถ้าเราใช้คลับการ์ด แล้วเราจะได้ส่วนลด แต่เขาไม่ใช้
เวลาซื้อของที่ Big C ที่ท้ายใบเสร็จจะมีส่วนลดใช้ซื้อของครั้งต่อๆไป บางทีได้ลดเป็นร้อยบาท
แต่เค้ากลับทิ้ง ฉันเพิ่งมาเห็นว่ามันหมดอายุไปแล้ว
เวลาเติมน้ำมันปกติฉันจะใช้บัตรสะสมแต้ม แต่เขาไม่ใช้เลย ทั้งๆที่เติมน้ำมันเต็มถังทุกๆ2อาทิตย์
เขาบอกว่าเรื่องพวกนี้ไร้สาระ ส่วนตัวดิฉันเสียดายนะ
ฉันคิดว่าฉันทำหน้าที่แม่บ้านได้ดี บ้านช่องสะอาด เรื่องบนเตียงไม่บกพร่อง ฉันทำอาหารเช้า อาหารเย็นให้เขากิน
ทั้งๆที่ฉันก็ท้องแก่แล้ว เพลีย นอนไม่หลับ จะเคลิ้มหลับเอาตอนเกือบเช้า แต่ยังต้องตื่นมาเตรียมอาหารเช้าให้
ตอนที่เขาอยู่บ้าน เขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย เขาดูแลแค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่เขาชอบอยู่บ้านมากๆ
ฉันดีใจที่เขามีความสุขดี แต่ดูเขาไม่สนใจความรู้สึกฉัน ฉันร้องไห้อยากกลับบ้านหลายครั้ง ที่บ้านฉันรับรู้ก็บอกให้อดทนไปก่อน อีกไม่นานลูกจะคลอดแล้ว ให้เขารับผิดชอบเรื่องค่าทำคลอด ค่า รพ พ่อฉันบอกว่าเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้เราอดอยาก ให้เราทนไปก่อน คลอดลูกแล้วดูแลรูปร่างผิวพรรณตัวเองให้ดีแล้วกลับมาอยู่ที่บ้าน
ฉันรู้สึกแย่กับตัวเองมาก น้อยใจ เสียใจ ฉันผิดพลาดมีลูกกับเขาแล้วตัวเองไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลย ฉันต้องลาออกจากงานประจำ เงินเดือนที่เคยให้พ่อแม่ก็ไม่มีให้แล้ว อยากจะใช้เงินหาความสุขให้ตัวเองบ้างเวลาจะใช้เงินก็ต้องคอยขอเขาตลอดแล้วต้องเจอกับการประชดประชัน-ดันจากเขา ถ้าชีวิตฉันกับลูกจะต้องแขวนไว้กับผู้ชายคนนี้ตลอดเวลา ฉันคงประสาทเสีย ลูกคงเป็นเด็กมีปัญหา
ขอบคุณผู้อ่านที่อ่านจนจบนะคะ มาระบายค่ะ ขอบคุณพื้นที่เล็กๆแห่งนี้ด้วย
[กระทู้ระบาย]แม่บ้านที่ไม่มีเงินเดือน
เวลาจะใช้จ่ายอะไรเค้าก็ให้บอกเค้าจะเอาเงินมาให้ เค้าได้เงินเดือนค่อนข้างดี
แต่ไม่เคยเก็บเงินเป็นสัดส่วน เราแนะนำไปแล้วแต่ไม่เชื่อฟัง
ยิ่งตอนนี้กำลังจะคลอดลูกด้วย เค้าเชื่อว่าการเก็บเงินไว้ที่เดียวนี่แหละดี
เราก็ยอมตามเค้าเพราะเค้าเป็นคนรับผิดชอบลูกในท้อง
เราไม่ได้แต่งงานกัน แค่ฉันท้องแล้วเขาก็ชวนมาอยู่ด้วยกัน
ฉันเคยทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ได้เงินเดือนดีพอสมควร และมีเงินให้พ่อแม่ทุกเดือน
แต่เมื่อมาอยู่กับเขาแล้วทุกอย่างกลับกัน ฉันยอมมาเพราะกลัวพ่อแม่จะอายเพื่อนบ้านที่ลูกสาวอยู่ดีๆก็ท้อง
แต่เขาก็ดูแลฉันเรื่องอาหารการกิน เขาอยากมีลูกอยู่แล้ว เขาซื้อรถ(ชื่อเขา) แล้วให้พ่อฉันเป็นคนค้ำประกัน
เขาเป็นคนใช้เงินประหยัด แต่เรียกว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายหรือเปล่า
นั่นอาจเป็นรสนิยมของเขา เขาชอบซื้อเสื้อผ้าราคาถูก(ไม่ใช่มือสอง) แล้วใส่ได้ไม่นานมันก็ขาดหลุดลุ่ย
แล้วเค้าก็ซื้อใหม่เรื่อยๆ ตอนนี้เสื้อขาดเต็มบ้านไปหมด ฉันซ่อมไม่ทันเพราะฉันเย็บด้วยมือ
เรื่องน้ำดื่ม เขาชอบซื้อน้ำดื่มขวด1.5ลิตร มาทีละสองสามขวด พอหมดก็ซื้อใหม่ แต่ฉันอยากได้เครื่องกรองน้ำ
เรื่องเสื้อผ้า เขาส่งซักรีดสัปดาห์ละครั้ง แต่ละครั้งก็สองร้อยขึ้นไป แต่ฉันอยากได้เครื่องซักผ้า
เรื่องซื้อรถ เขาเลือกผ่อนนานที่สุด 72 งวด เพื่อจ่ายงวดละน้อยๆ
เรื่องบ้าน เขาเลือกที่จะเช่า ไม่ซื้อ
เรื่องประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เขาไม่คิดจะทำเลย จนกระทั่งต้องผ่าตัดแล้วเสียเงินเองเกือบๆสองแสนแล้วไม่ได้จ่ายเงินก้อนด้วย ทั้งๆที่ตัวเองมี แต่กลับทะยอยจ่ายให้ รพ เดือนละสองหมื่น รพ ไม่ยอมก็ต้องยอม สุดท้ายยอมทำประกันสังคมแล้วไปรักษาที่อื่น
เรื่องเงินเดือนของฉัน ฉันขอให้เขาจ่ายฉันเป็นเงินเดือน ฉันจะได้ไม่ขอบ่อยๆ แต่เขาไม่ยอมให้
เขายืนยันว่าถ้าฉันต้องการอะไร ให้บอกแล้วจะให้เงินไปซื้อ
แต่ฉันอยากจัดการเรื่องการซื้อของด้วยตัวเอง ฉันอยากซื้อชุดชั้นในที่คุณภาพดี ทนทาน
(มีใครเคยใส่ กกน ตัวละ29บาทแล้วขอบหลุดบ้าง)
ฉันต้องใช้ของบำรุงผิวที่ฉันเคยซื้อใช้เป็นประจำ(ราคาที่ซื้อต่อครั้งก็หลักพัน คุณผู้หญิงน่าจะเข้าใจค่ะ)
ฉันจะซื้อชุดคลุมท้องกับเสื้อผ้าที่ใส่แล้วสบายไม่อึดอัดท้อง
แต่ที่ผ่านมาทุกครั้ง เขาไม่เคยเต็มใจให้เลย เขาจะพาไปซื้อ แต่พอตอนจ่ายเงินก็ชักสีหน้าตลอดแล้วก็บ่นพึมพำ
ของที่ฉันซื้อมันไม่ใช่ของที่แพงจนไร้เหตุผล ฉันเลือกซื้อที่คุณภาพมากกว่า
เขาให้ฉันใช้เงินอย่างประหยัด ปกติฉันไม่ใช่คนใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย
ฉันไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ติดสังคม ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ ไม่บ้าแฟชั่น ไม่ใช้สมาร์ทโฟน
เวลาไป Lotus จะมีการสะสมแต้มถ้าเราใช้คลับการ์ด แล้วเราจะได้ส่วนลด แต่เขาไม่ใช้
เวลาซื้อของที่ Big C ที่ท้ายใบเสร็จจะมีส่วนลดใช้ซื้อของครั้งต่อๆไป บางทีได้ลดเป็นร้อยบาท
แต่เค้ากลับทิ้ง ฉันเพิ่งมาเห็นว่ามันหมดอายุไปแล้ว
เวลาเติมน้ำมันปกติฉันจะใช้บัตรสะสมแต้ม แต่เขาไม่ใช้เลย ทั้งๆที่เติมน้ำมันเต็มถังทุกๆ2อาทิตย์
เขาบอกว่าเรื่องพวกนี้ไร้สาระ ส่วนตัวดิฉันเสียดายนะ
ฉันคิดว่าฉันทำหน้าที่แม่บ้านได้ดี บ้านช่องสะอาด เรื่องบนเตียงไม่บกพร่อง ฉันทำอาหารเช้า อาหารเย็นให้เขากิน
ทั้งๆที่ฉันก็ท้องแก่แล้ว เพลีย นอนไม่หลับ จะเคลิ้มหลับเอาตอนเกือบเช้า แต่ยังต้องตื่นมาเตรียมอาหารเช้าให้
ตอนที่เขาอยู่บ้าน เขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย เขาดูแลแค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่เขาชอบอยู่บ้านมากๆ
ฉันดีใจที่เขามีความสุขดี แต่ดูเขาไม่สนใจความรู้สึกฉัน ฉันร้องไห้อยากกลับบ้านหลายครั้ง ที่บ้านฉันรับรู้ก็บอกให้อดทนไปก่อน อีกไม่นานลูกจะคลอดแล้ว ให้เขารับผิดชอบเรื่องค่าทำคลอด ค่า รพ พ่อฉันบอกว่าเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้เราอดอยาก ให้เราทนไปก่อน คลอดลูกแล้วดูแลรูปร่างผิวพรรณตัวเองให้ดีแล้วกลับมาอยู่ที่บ้าน
ฉันรู้สึกแย่กับตัวเองมาก น้อยใจ เสียใจ ฉันผิดพลาดมีลูกกับเขาแล้วตัวเองไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลย ฉันต้องลาออกจากงานประจำ เงินเดือนที่เคยให้พ่อแม่ก็ไม่มีให้แล้ว อยากจะใช้เงินหาความสุขให้ตัวเองบ้างเวลาจะใช้เงินก็ต้องคอยขอเขาตลอดแล้วต้องเจอกับการประชดประชัน-ดันจากเขา ถ้าชีวิตฉันกับลูกจะต้องแขวนไว้กับผู้ชายคนนี้ตลอดเวลา ฉันคงประสาทเสีย ลูกคงเป็นเด็กมีปัญหา
ขอบคุณผู้อ่านที่อ่านจนจบนะคะ มาระบายค่ะ ขอบคุณพื้นที่เล็กๆแห่งนี้ด้วย