เลือกตั้งเพื่อฟอกตัว ขอคิดด้วยฅน เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง แนวหน้าออนไลน์ ...."เทือกตั้งเพื่ออะไร" ขอคำตอบด้ัวย

กระทู้สนทนา


นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน บอกว่าถ้าการจัดการ
เลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.สามารถผ่านไปได้ สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองจะจบลงเร็วขึ้น โดย
กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง รัฐบาลมีหน้าที่อำนวยความสะดวกและสนับสนุนการเลือกตั้ง การเลือกตั้ง
จะยังต้องเดินต่อไป และถ้าวันที่ 2 ก.พ.ได้ ส.ส.ไม่ครบตามกฎหมาย ก็ให้เลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน
ก็ต้องรอจนกว่าจะครบจำนวน ก็จะมีการเปิดประชุมสภา

                “เราต้องรักษาประชาธิปไตย และอยากเห็นการจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด”ยิ่งลักษณ์อ้าง

                ท่าทีและการให้สัมภาษณ์ของยิ่งลักษณ์ข้างต้นนั้น ตอกย้ำถึงความดื้อด้าน ดึงดัน และ
เจตนาไม่บริสุทธิ์ในการที่จะใช้การเลือกตั้งเป็นเพียงเครื่องมือรักษาผลประโยชน์ส่วนตัวของตนเอง



                1) ข้อเท็จจริงปรากฏเป็นที่ประจักษ์ และยุติแล้วในขณะนี้ คือ การเลือกตั้ง 2 ก.พ.นั้น
จะไม่มีการเลือกตั้ง ส.ส.จำนวน28 เขต ที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบเขต

                แสดงว่า จาก ส.ส.ทั้งหมด 500 คน จะขาดหายไป 28 คน ทำให้ได้ ส.ส.จากการเลือกตั้ง
2 ก.พ. มากที่สุดเพียง 472 คนไม่ถึง 475 คน หรือ 95% ตามเกณฑ์ที่บุญญัติไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
มาตรา 93 บัญญัติว่า

                “...ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใดๆ ทำให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใดมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรไม่ถึงห้าร้อยคน แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง
หมดให้ถือว่าสมาชิกจำนวนนั้นประกอบเป็นสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องดำเนินการให้มีสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรให้ครบจำนวนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และให้อยู่ในตำแหน่งได้
เพียงเท่าอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่”

                เมื่อไม่มี ส.ส.จำนวนอย่างน้อย 475 คน ก็จะประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกไม่ได้

                ประชุมสภาไม่ได้ ก็เลือกประธานสภาไม่ได้เลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตั้งรัฐบาลไม่ได้

                เลือกตั้งกันไปแล้ว ก็สูญเปล่า ไม่สามารถเปิดสภาได้

               2)วิธีคิดแบบศรีธนญชัยแบบยิ่งลักษณ์และพวก ที่บอกว่า “ถ้าวันที่ 2 ก.พ.ได้ ส.ส.ไม่ครบ
ตามกฎหมาย ก็ให้เลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน ก็ต้องรอจนกว่าจะครบจำนวน ก็จะมีการเปิดประชุมสภา”
ไม่น่าจะกระทำได้

                เพราะการเลือกตั้งซ่อม ตามมาตรา 109 บัญญัติว่า

                “เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวออกตาม
อายุของสภาผู้แทนราษฎรหรือเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

                (1) ในกรณีที่เป็นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต
เลือกตั้ง ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสี่สิบห้าวันนับแต่
วันที่ตำแหน่งนั้นว่าง เว้นแต่อายุของสภาผู้แทนราษฎรจะเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน...”

                แต่การเลือกตั้ง 2 ก.พ.นั้น ตำแหน่ง ส.ส.อย่างน้อย 28 เขต ไม่มีผู้สมัครตั้งแต่ต้น ไม่อาจ
ถือได้ว่าเป็นการว่างลง แต่เป็นเพราะไม่มีผู้สมัครอยู่แล้ว จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสามารถดำเนินการเลือก
ตั้งซ่อมเอาในภายหลังตามอำเภอใจของพรรคพวกรัฐบาลในขณะนี้ได้ เนื่องจากเจตนารมณ์ของรัฐ
ธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้งนั้น จะต้องให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งในวันเดียวกัน สำหรับทุกๆ
เขตเลือกตั้งเพราะนี่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป หรือเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งการเลือกตั้งทั่วไปจะต้องทำเมื่อมีความ
พร้อมและจะใช้วิธีไปไล่ล่าหา ส.ส.ไปเรื่อยๆจนครบเงื่อนไข 95% ในภายหลังนั้นไม่ได้น่าจะถูกต้อง
ไม่สามารถกระทำได้อย่างแน่นอน



                3)การเลือกตั้งครั้งนี้ใช้เงินแผ่นดินเกือบ 4,000 ล้านบาท (3.8 พันล้าน)

                ยังไม่นับรวมเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวของประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งค่าเดินทาง ค่าเสีย
โอกาสทำงานจากการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง  ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 48 ล้านคน หากมีภาระจ่ายค่าเดินทาง
และค่าเสียโอกาสเพียงคนละ 100 บาท ก็จะรวมเป็นค่าใช้จ่ายถึง 4,800 ล้านบาท

                รวมถึงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต่างๆ อีกกว่า 1.2 ล้านคน ที่จะต้องมีค่าใช้จ่าย ค่า
เสียเวลาการทำงาน

                รวมภาระค่าใช้จ่ายของสังคมที่ต้องสูญเสียไปจากการเลือกตั้ง 2 ก.พ. มูลค่าไม่ต่ำกว่า
หมื่นล้านบาท

                เงินจำนวนนี้ สามารถนำไปสร้างโรงเรียน อาคารเรียน สถานพยาบาล โรงพยาบาล อุปกรณ์
การแพทย์ การศึกษา หรือลงทุนเพื่อสังคม เพื่อการศึกษาของคนในสังคมได้เป็นรูปธรรมมหาศาล

                แต่กลับจะต้องมาสูญเสียไปกับการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่ว่างเปล่า ได้เพียง ส.ส.ที่ไม่สามารถ
เปิดสภา

                เสมือนสร้างขยะพิษทางการเมืองให้กับประเทศชาติ

               

                4)สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือ "ด่วนที่สุด" ลงวันที่ 8 มกราคม 2557
เรื่อง การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่ว
ไปครั้งที่ 25 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  ถึงนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เพื่อขอให้
พิจารณาทบทวนการจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557  เนื้อความบางตอนระบุว่า

                “..มีความกังวล และห่วงใยต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินจำนวน 3,885 ล้านบาท และ
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเลือกตั้งของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากมี
ความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความสูญเปล่า ไม่ประหยัด ไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่า”

          สืบเนื่องจากการติดตามตรวจสอบของ สตง. พบว่า การดำเนินการจัดการเลือกตั้งของ กกต.
มีแนวโน้มไม่บรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมายของการเลือกตั้ง และอาจจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป
หลายครั้งในระยะเวลาใกล้เคียงกัน

                 5) กกต. ทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปถึงนายกรัฐมนตรี เห็นควรให้เลื่อนการเลือกตั้ง
โดยรัฐบาลควรกำหนด พ.ร.ฎ.กำหนดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งกกต.ทั้ง 5 คนได้เซ็นลงนามในหนังสือ
พร้อมอธิบายถึงเหตุผลและสภาพปัญหาการจัดการเลือกตั้งในขณะนี้ไว้โดยละเอียด

                กกต.ทั้ง 5 คนมีนายศุภชัย สมเจริญ เป็นประธาน ยังได้ร่วมกันแถลงข่าว เรียกร้องให้นายก
รัฐมนตรีมาหรือกับประธาน กกต. ในฐานะผู้รักษาการร่วมตาม พ.ร.ฎ. ยุบสภา โดยทาง กกต.พยายาม
นัดหมายหลายครั้ง แต่รักษาการนายกฯ ไม่ยอมรับนัดหมาย แต่ใช้วิธีหลบเลี่ยง บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา

                เรื่องนี้ หากนายกรัฐมนตรีหารือร่วมกับประธาน กกต. ในฐานะร่วมกันรักษาการตาม
กฎหมายแล้ว กกต.ต้องการเลื่อนการเลือกตั้ง แต่นายกรัฐมนตรียืนยันเดินหน้าเลือกตั้ง หากเห็นขัดกัน
ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ขณะนี้รัฐบาลจึงถูกมองว่า “ปูกรรเชียง” หนีปัญหา หนีความรับผิดชอบไปเรื่อยๆ ถูลู่ถูกังไปเลือกตั้ง

                 6)อาจารย์วัชรา หงส์ประภัศร นักกฎหมาย อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ส่งข้อคิด
เห็นเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ. “ผ่าทางตัน... เลือกตั้ง”  เนื้อหาน่าสนใจ ความว่า

                “พระราชกฤษฎีกายุบสภา และกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น มี
ปัญหาให้ขบคิดว่าจะเลือก หรือจะเลื่อนดี

          ฝ่ายที่เห็นว่าไม่เลื่อน ให้เลือกในวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานั้น มีเหตุผลที่สำคัญก็คือ ไม่มีกฎหมายให้อำนาจเลื่อนไว้ส่วนฝ่ายที่เห็นว่าควรเลื่อนออกไปก่อนก็มีเหตุผลว่า เลือกไปก็เปล่าประโยชน์
เพราะเลือกไปก็จะได้ ส.ส.มาไม่ครบร้อยละ 95ซึ่งไม่อาจ เปิดสภาได้ และจำนวนไม่ครบนี้ เป็นข้อมูลจริง
ประจักษ์ตั้งแต่รับสมัครแล้ว

          มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่เหตุที่อ้างว่า ไม่มีกฎหมายให้อำนาจเลื่อนไว้นั้น ดูจะขัดแย้งกับ
ความจริง เพราะจริงๆแล้ว เหตุผลธรรมดาของการเลื่อนหรือขยายเวลาออกไป ไม่จำต้องมีกฎหมายระบุ
ให้เลื่อนได้ไว้ก็ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้

          พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งมีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา 2 คน คือ นายกรัฐมนตรี และประธาน กกต       ซึ่งโดยลักษณะอำนาจหน้าที่แล้ว ไม่ใช่ว่าต้องร่วมกันทำทั้งสองคนทุกขั้นทุกตอน
แต่ต่างรับผิดชอบในส่วนงานในอำนาจหน้าที่ของตนเท่านั้น กล่าวโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ก็ทำหน้าที่
เดินสาร ตั้งแต่ทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และรับพระราชกฤษฎีกาลงประกาศราชกิจจานุเบกษา
และแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบ ส่วนประธาน กกต.ก็ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งซึ่งในขณะนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของ
ประธาน กกต.

          ถ้าประธาน กกต.เห็นสมควรเลื่อนการเลือกตั้งก็ชอบที่จะเสนอเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี อำนาจ
หน้าที่ของประธาน กกต.น่าจะมีเพียงเท่านี้ ไม่มีอำนาจก้าวล่วงไปบังคับนายกรัฐมนตรี

          แต่ถ้าจะให้ได้ผลในทางปฎิบัติ ในกรณีนายกรัฐมนตรีไม่ทำตามความเห็นของประธาน กกต.
ประธาน กกต. ก็ตัดสินใจเอง

          เป็นการปฏิบัติไม่อาศัยกฎหมาย แต่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติคือสงวนงบประมาณแผ่นดิน
ซึ่งจะต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีทางอาญาในกรณีจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 157

          ซึ่งน่าจะเสี่ยง เนื่องจากมีทางต่อสู้คดีว่ากระทำโดยสุจริต และเพื่อประโยชน์ประเทศชาติไม่เสีย
หาย ซึ่งถ้าศาลเห็นด้วยก็ไม่มีความผิด มิฉะนั้นก็จะถูกโทษจำคุกหนึ่งปีถึงสิบปี ซึ่งกรณีทำเพื่อประโยชน์ทางราชการนี้ศาลเคยรอการกำหนดโทษ (ไม่ใช่รอการลงโทษ)

          กรณีน่าจะเป็นการผ่าทางตันที่พอมีอยู่

          ลองคิดในแง่มุมชนกำแพงเช่นนี้ดู ก็จะพอเห็นทางออกอยู่บ้าง แม้เป็นช่องทางเล็กๆก็ตาม”

               
ยังไม่จบ  ช่วยกันอ่านหน่อย  ....   ยิ้ม

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่