ตอนเก่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้บทนำ http://pantip.com/topic/31487949
ตอนที่ 1 http://pantip.com/topic/31490758
ตอนที่ 2 http://pantip.com/topic/31495527
ตอนที่ 3 http://pantip.com/topic/31507721
ตอนที่ 4 http://pantip.com/topic/31507753
ตอนนี้เหลือผมกับโพลิที่ต้องเดินไปห้องผู้อำนวยการ เนื่องจากอีกสองคนต้องกลับไปเรียนต่อ ผมเดินตามหลังและจ้องแผ่นหลังของโพลิไปอย่างเงียบๆ แทบจะไม่ได้ดูทางเดินเพราะผมไม่ค่อยรู้จักเส้นทางของโรงเรียนเท่าไหร่นัก ประมาณว่าถ้าหากใครเข้ามาแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ อาจจะหลงทางเลยก็ได้ ไม่ได้โม้นะขอบอก
เธอหันมามองผมบ้างเป็นระยะๆ ตลอดการก้าวขาทุกๆ ประมาณ 30 วินาที จนในที่สุดก็มาถึงหน้าห้องผู้อำนวยการ
หน้าห้องมีแผ่นป้ายที่ทำด้วยไม้สักกรอบลายฉลุเคลือบทองเขียนไว้ว่า"ผู้อำนวยการ" แต่ว่า...นี่เราเดินมาลึกแค่ไหนหว่า แล้วไหงโพลิถึงรู้เส้นทางได้เนี่ย อ๋อ เป็นเพราะว่าไอ้นั่นละมั้ง เป็นหัวหน้าห้องก็ต้องมาปรึกษากับผอ. อย่างนั้น....ละมั้ง
"เอ่อ.....อาจารย์สุภชาติคะ หนูพาตัวคุณริกุมาแล้วค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงพอประมาณให้คนข้างในได้ยิน
"เข้ามาสิ" เสียงเข้มๆ แหลมนิดๆ จากอีกฟากประตูตอบกลับออกมา
โพลิบิดลูกบิดที่ผมคาดว่าน่าจะทำจากเงินแท้ช้าๆ แล้วค่อยๆ แง้มประตูออก
??
ภายในห้องนี้โล่งกว้างมาก ไม่มีอะไรประดับตกแต่งเลยเป็นห้องว่างๆ ที่มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้เด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้อง แฟ้มที่จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย ผิดคาด.....ผิดคาด ผิดคาด ผิดคาด แทบไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือห้องผอ. นี่มันห้องปลอดเชื้อชัดๆ
"ไง ริกุ รัตนเบศร์ ผู้ที่ถูกเลือกจากกลาสสโตส์" เสียงแหลมๆ ของผอ. โรงเรียนดังก้องขึ้นไปทั่วห้อง
"ผอ.ท่านอยู่ไหนครับ ผมมีเรื่องจะถามมากมายเลย" ผมตะโกนตอบกลับไป พร้อมกับสอดส่องสายตามองทั่วทิศทาง จนเห็นผอ. ยืนอยู่ตรงมุมของห้อง
วันนี้ ผอ.อยู่ในชุดสูทสีดำคล้ายๆ ชุดพ่อบ้านของสงค์ แต่ดูมีชาติตระกูลกว่า ดูได้จากยศที่ติดเต็มเเขนซ้าย นี่ผอ. แกจบอะไรมาบ้างฟะเนี่ย อยากได้ซักอันจัง
ผอ. สุภชาติค่อยๆ หันมาหาผม ส่งรอยยิ้มจริงใจให้ ทั้งๆ ที่ตอนปฐมนิเทศทำหน้าหยั่งกะไปโกรธใครมาเป็นร้อยปีแท้ๆ แต่เเบบนี้ค่อยคุยแบบสบายๆ หน่อย เอาล่ะก่อนอื่นก็ต้องยิงคำถามที่เราอยากถามมากที่สุดเลย เพราะหลายๆ อย่างเราพอจะฟังมาจากออทั่มแล้ว เอาล่ะ ถามเลยแล้วกัน!
"โรงเรียนนี้มีประวัติเป็นมายังไงกันแน่ครับ ช่วยตอบผมที ผมน่ะได้รู้อะไรหลายๆเรื่องแล้วนะ ทั้งพลังผู้หญิงที่ใส่แว่นของโรงเรียนนี้ ทั้งองค์กรที่ต่อต้านการใส่แว่น ทั้ง"พลัง" ในตัวผม ผมจึงอยากรู้ว่าโรงเรียนนี้ แท้ที่จริงแล้วเบื้องหลังเป็นยังไง ช่วยอธิบายเถอะครับ เผื่อผมจะช่วยอะไรได้บ้าง"
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้พูดออกไปเมื่อกี๊ ล้วนมาจากความจริงใจทั้งสิ้น เพราะอย่างนั้น ผมถึงไม่อายในคำที่พูดไปเลยแม้แต่วลีเดียว
"ขอร้องล่ะครับ" ความอัดอั้นมาถึงที่สุดแล้ว ผมคุกเข่าลงแล้วก้มคำนับ ตัวผมสั่นไปหมด เหงื่อของผมเริ่มไหลออกมาทั้งๆ ที่อากาศในห้องเย็นพอสมควร ทางด้านโพลิก็คงตกใจกับสิ่งที่ผมทำเช่นกัน เพราะเมื่อกี๊เธอร้อง "เอ๊ะ" แล้วสะดุ้งนิดหน่อย ศักดิ์ศรีในการก้มหัวเหรอ ไม่สนแล้ว จะยังไงก็ช่าง เราอยากรู้ อยากรู้ อยากรู้ อยากรู้มากๆเลยนี่นา การกระทำแบบนี้คงไม่เสียหลาย จะหัวก้อยก็ดูเอาล่ะ
"ถ้าอยากรู้ถึงขนาดนั้น จะเล่าก็ได้" ผอ. เอ่ยขึ้น
เป็นคำพูดที่ผมอยากได้ยินที่สุด ผมเงยหน้าขึ้นมา ความรู้สึกตอนนี้เหมือนยกหินที่หนักในหัวออกไปได้โดยอิสระ
"ขอบคุณครับ"
"งั้น...จะเล่าให้ฟังนะ ทั้งนี้จะขอเล่าตั้งแต่ความเป็นมาก่อนหน้านั้นด้วยไปเลยละกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องย้อนถามอีก" ผอ. กระแอมเล็กน้อย ครับ ถ้าแบบนี้ เรื่องสืบข้อมูลในโรงเรียนก็จะได้คลี่คลายซักที
"เรื่องมันเริ่มเมื่อ 5,000 กว่าปีก่อน"
ชะ!! หา??
"ตอนนั้น มีการค้นพบกระจกชิ้นแรกของโลก ซึ่งเราเรียกมันว่ากลาสสโตนส์ ทั้งนี้ ชื่อของมันจะมีแตกต่างออกไปตามภูมิประเทศ บ้างก็เรียกไฮป์โดเปีย เป็นที่ๆ ไป"
"......"
"มีกลุ่มคนนำมันมาใส่พลังเวทย์ซึ่งจะทำให้ผู้ถือครองหายเจ็บป่วยได้รวดเร็ว ช่วยเหลือใครจะประสบผลสำเร็จ เธอก็คงได้เห็นถึงฤทธิ์ของมันแล้วสินะ ที่จริงแผลนั่น ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เธอต้องรักษาตัวอย่างน้อย 3 เดือนเลยนะ ถ้าไม่มีพลังนี่อยู่กับเธอ ป่านนี้เธอก็คงเป็นมัมมี่ในห้องพักฟื้นนั่นแหละ"
"......"
"หลังจากนั้นมาอีก 1000 ปีมีผู้นำเลนส์ซึ่งจากวัสดุที่ไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมา ทำขึ้นมาเพราะต้องการใส่ เธอเป็นคนที่มีสายตายาวแล้วฝังกลาสชิพอันแรกไว้ ซึ่งหน้าแปลก ทั้งๆที่พลังงานวิทยาศาสตร์กับไสยศาสตร์ที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ ในคืนนั้น หญิงผู้ทำเลนส์ได้พบกับ ชายผู้ครอบครองกลาสสโตนส์ เมื่อทั้งสองเจอกัน ก็ตกหลุมรักกัน จนกระทั่งอยู่กินด้วยกัน วันหนึ่ง กลุ่มคนที่อิจฉาหญิงผู้นี้เริ่มไล่ล่าแล้วออกตามหา เธอจึงดึงอาวุธจากแว่นของตัวเองซึ่งฝังไว้ในกลาสชิพซึ่งก็คือ "ธนูประจุไฟฟ้า" มาใช้ต่อสู้ แต่ด้วยความที่ไม่มีแว่นทำให้เธอมองเห็นเลือนราง จนถูกพวกไล่ล่ารุมทุบตีจนปางตาย"
"......"
"ในขณะที่จวนจะสิ้นชีวิตรอมร่อ ชายผู้ครอบครองกลาสสโตส์ตามหาแล้วเริ่มบรรจงจูบกับหญิงผู้นั้น ทันใดนั้นแว่นตาที่เธอถือกับแสงจากหน้าอกของเขาก็ประสานเข้ากัน ร่างกายที่เต็มไปด้วยแผลของเธอก็ค่อยๆ หายแล้วกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม จากนั้นการใช่แว่นตาโดยการใส่กลาสชิพก็เริ่มแพร่ขยายไปทั่วอาณาเขตคนตาฟ่าฟางกลับมามองเห็นได้อีกครั้งก็เพราะแว่นตา จนมีโรงเรียนฝึกสอนการใช้กลาสชิพให้คล่องแคล่ว จากเพียงโรงเรียนเดียว ก็กระจายไปตามเมือง จนทวีป และทั่วโลก"
"......"
แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีนักวิทยาศาสตร์ คิดค้นคอนแทคเลนส์ขึ้นเพื่อต่อต้านการใส่แว่น จนทำให้โรงเรียนฝึกสอนการใช้กลาสชิพ ค่อยๆ ปิดตัวลง บ้างก็ถอดใจปิดตัวโรงเรียนเอง บ้างก็ถูกพวกที่ใช้คอนแทคเลนส์ข่มขู่ จนเมื่อต่างฝ่ายหมดความอดทน ก็มีสงครามระหว่างผู้ใช่กลาสสโตนส์ กับคอนแทคเลนส์เกิดขึ้น"
".....!?"
"ผลในการต่อสู้ครั้งนั้น พวกเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เนื่องจากวิทยาการพวกนั้นล้ำหน้าเกินไป จนทำเอาโรงเรียนของพวกเราแทบไม่เหลือ การต่อสู้นี้เริ่มกระจายไปเรื่อยๆ จากสงคราม ก็เริ่มล้ำเข้าไปในเศรษฐกิจ ทั้งคอนแทคเลนส์ทั้งแว่นตาต่างก็มีการแข่งขันที่สูสีกันมาก จนในช่วงหลัง ๆ แว่นตาก็เริ่มพัฒนามาใช้ต่อสู้กับพวกนั้นได้อย่างจริงจัง ถึงมันจะผ่านมานาน แต่ปัจจุบันนี้เราก็ยังต่อสู้กันอยู่ จนกระทั่งมีคนแบบเธอเข้ามา เธอเป็นคนเดียวในรอบ 100 ปีที่มีกลาสสโตนส์สถิตอยู่ภายในร่างกาย พลังเวทย์ในกลาสสโตส์จะเลือกคน และจะเข้าไปสถิตเอง ต่างจากเมื่อก่อนที่เราสามารถใช้เป็นเครื่องประดับได้ เพราะอะไร เพราะว่ามันไม่อยากไปอยู่ในมือคนไม่ดีไง ใช่ เพราะเธอเป็นคนดี มันจึงเลือกเธอ"
ถึงตรงนี้ผมถึงกับอึ้งพูดไม่ออกเลย ทั้งการต่อสู้อันยืดยาว ประวัติต่างๆ นาๆ ตอนนี้คลี่คลายกระจ่างหมดแล้ว กระจ่างซะจนไม่ต้องถามอะไรอีก แต่ผมช็อกเพราะเหมือนกับว่า ตัวเองได้รับชะตากรรมอันใหญ่หลวงซะแล้วสิ
ผอ. เดินดุ่มๆ มาทางผม พอเดินมาถึงผม ผอ. ก็เอามือจับไหล่ผมทั้งสองข้างแล้วเริ่มกำอย่างหนักแน่น
"ขอร้องล่ะ เธอช่วยเป็น"กำลัง"ให้โรงเรียนเรา ไม่สิ ให้กับพวกเราด้วย" น้ำเสียงผอ. แลดูเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด
ไหงเรื่องมันถึงได้โอเวอร์ปานนิยายแฟนตาซีแบบนี้ละเนี่ย ชักจะไปกันใหญ่แล้ว แต่เดี๋ยว ตอนที่ออทั่มมาแตะตัวเราแล้วมีแสงประหลาด ๆ อันอบอุ่นออกมาจากร่างกายเรานั่นก็พอเป็นข้อพิสูจน์ได้ละนะว่าเราก็น่าจะไม่ใช่คนธรรมดา ตอนนี้ที่ผมยังสงสัยอยู่สองอย่างก็คือ
พลังของผมเริ่มมีตั้งแต่ตอนไหน ?
และผมจะควบคุมพลังที่ว่านี่ได้ยังไง ?
แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าเรามีพลังที่น่าค้นหาแบบนี้จริง ๆ เราก็เริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ
"ตกลงครับ ผมจะ ช่วยดูแลโรงเรียนนี้ให้เอง!"
นี่คือสื่งที่ผมพูดก่อนออกจากห้องผอ.
ติดตามต่อพรุ่งนี้
...............................................................................
เอาล่ะ ๆๆ นี่แหละคือเนื้อหาหลักล่ะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ ถึงจะมีคนอ่านน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีเลย ถือว่าเป็นการเติมสีสันให้ห้องนักเขียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ละกันครับ ขอคำติชมด้วยนะครับ
Rikuro.
Glass @ School : โรงเรียนนี้มีแต่(สาว)แว่น ตอนที่ 5: ประวัติโรงเรียนจากคำพูดของผอ.
ตอนนี้เหลือผมกับโพลิที่ต้องเดินไปห้องผู้อำนวยการ เนื่องจากอีกสองคนต้องกลับไปเรียนต่อ ผมเดินตามหลังและจ้องแผ่นหลังของโพลิไปอย่างเงียบๆ แทบจะไม่ได้ดูทางเดินเพราะผมไม่ค่อยรู้จักเส้นทางของโรงเรียนเท่าไหร่นัก ประมาณว่าถ้าหากใครเข้ามาแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ อาจจะหลงทางเลยก็ได้ ไม่ได้โม้นะขอบอก
เธอหันมามองผมบ้างเป็นระยะๆ ตลอดการก้าวขาทุกๆ ประมาณ 30 วินาที จนในที่สุดก็มาถึงหน้าห้องผู้อำนวยการ
หน้าห้องมีแผ่นป้ายที่ทำด้วยไม้สักกรอบลายฉลุเคลือบทองเขียนไว้ว่า"ผู้อำนวยการ" แต่ว่า...นี่เราเดินมาลึกแค่ไหนหว่า แล้วไหงโพลิถึงรู้เส้นทางได้เนี่ย อ๋อ เป็นเพราะว่าไอ้นั่นละมั้ง เป็นหัวหน้าห้องก็ต้องมาปรึกษากับผอ. อย่างนั้น....ละมั้ง
"เอ่อ.....อาจารย์สุภชาติคะ หนูพาตัวคุณริกุมาแล้วค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงพอประมาณให้คนข้างในได้ยิน
"เข้ามาสิ" เสียงเข้มๆ แหลมนิดๆ จากอีกฟากประตูตอบกลับออกมา
โพลิบิดลูกบิดที่ผมคาดว่าน่าจะทำจากเงินแท้ช้าๆ แล้วค่อยๆ แง้มประตูออก
??
ภายในห้องนี้โล่งกว้างมาก ไม่มีอะไรประดับตกแต่งเลยเป็นห้องว่างๆ ที่มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้เด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้อง แฟ้มที่จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย ผิดคาด.....ผิดคาด ผิดคาด ผิดคาด แทบไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือห้องผอ. นี่มันห้องปลอดเชื้อชัดๆ
"ไง ริกุ รัตนเบศร์ ผู้ที่ถูกเลือกจากกลาสสโตส์" เสียงแหลมๆ ของผอ. โรงเรียนดังก้องขึ้นไปทั่วห้อง
"ผอ.ท่านอยู่ไหนครับ ผมมีเรื่องจะถามมากมายเลย" ผมตะโกนตอบกลับไป พร้อมกับสอดส่องสายตามองทั่วทิศทาง จนเห็นผอ. ยืนอยู่ตรงมุมของห้อง
วันนี้ ผอ.อยู่ในชุดสูทสีดำคล้ายๆ ชุดพ่อบ้านของสงค์ แต่ดูมีชาติตระกูลกว่า ดูได้จากยศที่ติดเต็มเเขนซ้าย นี่ผอ. แกจบอะไรมาบ้างฟะเนี่ย อยากได้ซักอันจัง
ผอ. สุภชาติค่อยๆ หันมาหาผม ส่งรอยยิ้มจริงใจให้ ทั้งๆ ที่ตอนปฐมนิเทศทำหน้าหยั่งกะไปโกรธใครมาเป็นร้อยปีแท้ๆ แต่เเบบนี้ค่อยคุยแบบสบายๆ หน่อย เอาล่ะก่อนอื่นก็ต้องยิงคำถามที่เราอยากถามมากที่สุดเลย เพราะหลายๆ อย่างเราพอจะฟังมาจากออทั่มแล้ว เอาล่ะ ถามเลยแล้วกัน!
"โรงเรียนนี้มีประวัติเป็นมายังไงกันแน่ครับ ช่วยตอบผมที ผมน่ะได้รู้อะไรหลายๆเรื่องแล้วนะ ทั้งพลังผู้หญิงที่ใส่แว่นของโรงเรียนนี้ ทั้งองค์กรที่ต่อต้านการใส่แว่น ทั้ง"พลัง" ในตัวผม ผมจึงอยากรู้ว่าโรงเรียนนี้ แท้ที่จริงแล้วเบื้องหลังเป็นยังไง ช่วยอธิบายเถอะครับ เผื่อผมจะช่วยอะไรได้บ้าง"
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้พูดออกไปเมื่อกี๊ ล้วนมาจากความจริงใจทั้งสิ้น เพราะอย่างนั้น ผมถึงไม่อายในคำที่พูดไปเลยแม้แต่วลีเดียว
"ขอร้องล่ะครับ" ความอัดอั้นมาถึงที่สุดแล้ว ผมคุกเข่าลงแล้วก้มคำนับ ตัวผมสั่นไปหมด เหงื่อของผมเริ่มไหลออกมาทั้งๆ ที่อากาศในห้องเย็นพอสมควร ทางด้านโพลิก็คงตกใจกับสิ่งที่ผมทำเช่นกัน เพราะเมื่อกี๊เธอร้อง "เอ๊ะ" แล้วสะดุ้งนิดหน่อย ศักดิ์ศรีในการก้มหัวเหรอ ไม่สนแล้ว จะยังไงก็ช่าง เราอยากรู้ อยากรู้ อยากรู้ อยากรู้มากๆเลยนี่นา การกระทำแบบนี้คงไม่เสียหลาย จะหัวก้อยก็ดูเอาล่ะ
"ถ้าอยากรู้ถึงขนาดนั้น จะเล่าก็ได้" ผอ. เอ่ยขึ้น
เป็นคำพูดที่ผมอยากได้ยินที่สุด ผมเงยหน้าขึ้นมา ความรู้สึกตอนนี้เหมือนยกหินที่หนักในหัวออกไปได้โดยอิสระ
"ขอบคุณครับ"
"งั้น...จะเล่าให้ฟังนะ ทั้งนี้จะขอเล่าตั้งแต่ความเป็นมาก่อนหน้านั้นด้วยไปเลยละกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องย้อนถามอีก" ผอ. กระแอมเล็กน้อย ครับ ถ้าแบบนี้ เรื่องสืบข้อมูลในโรงเรียนก็จะได้คลี่คลายซักที
"เรื่องมันเริ่มเมื่อ 5,000 กว่าปีก่อน"
ชะ!! หา??
"ตอนนั้น มีการค้นพบกระจกชิ้นแรกของโลก ซึ่งเราเรียกมันว่ากลาสสโตนส์ ทั้งนี้ ชื่อของมันจะมีแตกต่างออกไปตามภูมิประเทศ บ้างก็เรียกไฮป์โดเปีย เป็นที่ๆ ไป"
"......"
"มีกลุ่มคนนำมันมาใส่พลังเวทย์ซึ่งจะทำให้ผู้ถือครองหายเจ็บป่วยได้รวดเร็ว ช่วยเหลือใครจะประสบผลสำเร็จ เธอก็คงได้เห็นถึงฤทธิ์ของมันแล้วสินะ ที่จริงแผลนั่น ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เธอต้องรักษาตัวอย่างน้อย 3 เดือนเลยนะ ถ้าไม่มีพลังนี่อยู่กับเธอ ป่านนี้เธอก็คงเป็นมัมมี่ในห้องพักฟื้นนั่นแหละ"
"......"
"หลังจากนั้นมาอีก 1000 ปีมีผู้นำเลนส์ซึ่งจากวัสดุที่ไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมา ทำขึ้นมาเพราะต้องการใส่ เธอเป็นคนที่มีสายตายาวแล้วฝังกลาสชิพอันแรกไว้ ซึ่งหน้าแปลก ทั้งๆที่พลังงานวิทยาศาสตร์กับไสยศาสตร์ที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ ในคืนนั้น หญิงผู้ทำเลนส์ได้พบกับ ชายผู้ครอบครองกลาสสโตนส์ เมื่อทั้งสองเจอกัน ก็ตกหลุมรักกัน จนกระทั่งอยู่กินด้วยกัน วันหนึ่ง กลุ่มคนที่อิจฉาหญิงผู้นี้เริ่มไล่ล่าแล้วออกตามหา เธอจึงดึงอาวุธจากแว่นของตัวเองซึ่งฝังไว้ในกลาสชิพซึ่งก็คือ "ธนูประจุไฟฟ้า" มาใช้ต่อสู้ แต่ด้วยความที่ไม่มีแว่นทำให้เธอมองเห็นเลือนราง จนถูกพวกไล่ล่ารุมทุบตีจนปางตาย"
"......"
"ในขณะที่จวนจะสิ้นชีวิตรอมร่อ ชายผู้ครอบครองกลาสสโตส์ตามหาแล้วเริ่มบรรจงจูบกับหญิงผู้นั้น ทันใดนั้นแว่นตาที่เธอถือกับแสงจากหน้าอกของเขาก็ประสานเข้ากัน ร่างกายที่เต็มไปด้วยแผลของเธอก็ค่อยๆ หายแล้วกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม จากนั้นการใช่แว่นตาโดยการใส่กลาสชิพก็เริ่มแพร่ขยายไปทั่วอาณาเขตคนตาฟ่าฟางกลับมามองเห็นได้อีกครั้งก็เพราะแว่นตา จนมีโรงเรียนฝึกสอนการใช้กลาสชิพให้คล่องแคล่ว จากเพียงโรงเรียนเดียว ก็กระจายไปตามเมือง จนทวีป และทั่วโลก"
"......"
แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีนักวิทยาศาสตร์ คิดค้นคอนแทคเลนส์ขึ้นเพื่อต่อต้านการใส่แว่น จนทำให้โรงเรียนฝึกสอนการใช้กลาสชิพ ค่อยๆ ปิดตัวลง บ้างก็ถอดใจปิดตัวโรงเรียนเอง บ้างก็ถูกพวกที่ใช้คอนแทคเลนส์ข่มขู่ จนเมื่อต่างฝ่ายหมดความอดทน ก็มีสงครามระหว่างผู้ใช่กลาสสโตนส์ กับคอนแทคเลนส์เกิดขึ้น"
".....!?"
"ผลในการต่อสู้ครั้งนั้น พวกเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เนื่องจากวิทยาการพวกนั้นล้ำหน้าเกินไป จนทำเอาโรงเรียนของพวกเราแทบไม่เหลือ การต่อสู้นี้เริ่มกระจายไปเรื่อยๆ จากสงคราม ก็เริ่มล้ำเข้าไปในเศรษฐกิจ ทั้งคอนแทคเลนส์ทั้งแว่นตาต่างก็มีการแข่งขันที่สูสีกันมาก จนในช่วงหลัง ๆ แว่นตาก็เริ่มพัฒนามาใช้ต่อสู้กับพวกนั้นได้อย่างจริงจัง ถึงมันจะผ่านมานาน แต่ปัจจุบันนี้เราก็ยังต่อสู้กันอยู่ จนกระทั่งมีคนแบบเธอเข้ามา เธอเป็นคนเดียวในรอบ 100 ปีที่มีกลาสสโตนส์สถิตอยู่ภายในร่างกาย พลังเวทย์ในกลาสสโตส์จะเลือกคน และจะเข้าไปสถิตเอง ต่างจากเมื่อก่อนที่เราสามารถใช้เป็นเครื่องประดับได้ เพราะอะไร เพราะว่ามันไม่อยากไปอยู่ในมือคนไม่ดีไง ใช่ เพราะเธอเป็นคนดี มันจึงเลือกเธอ"
ถึงตรงนี้ผมถึงกับอึ้งพูดไม่ออกเลย ทั้งการต่อสู้อันยืดยาว ประวัติต่างๆ นาๆ ตอนนี้คลี่คลายกระจ่างหมดแล้ว กระจ่างซะจนไม่ต้องถามอะไรอีก แต่ผมช็อกเพราะเหมือนกับว่า ตัวเองได้รับชะตากรรมอันใหญ่หลวงซะแล้วสิ
ผอ. เดินดุ่มๆ มาทางผม พอเดินมาถึงผม ผอ. ก็เอามือจับไหล่ผมทั้งสองข้างแล้วเริ่มกำอย่างหนักแน่น
"ขอร้องล่ะ เธอช่วยเป็น"กำลัง"ให้โรงเรียนเรา ไม่สิ ให้กับพวกเราด้วย" น้ำเสียงผอ. แลดูเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด
ไหงเรื่องมันถึงได้โอเวอร์ปานนิยายแฟนตาซีแบบนี้ละเนี่ย ชักจะไปกันใหญ่แล้ว แต่เดี๋ยว ตอนที่ออทั่มมาแตะตัวเราแล้วมีแสงประหลาด ๆ อันอบอุ่นออกมาจากร่างกายเรานั่นก็พอเป็นข้อพิสูจน์ได้ละนะว่าเราก็น่าจะไม่ใช่คนธรรมดา ตอนนี้ที่ผมยังสงสัยอยู่สองอย่างก็คือ
พลังของผมเริ่มมีตั้งแต่ตอนไหน ?
และผมจะควบคุมพลังที่ว่านี่ได้ยังไง ?
แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าเรามีพลังที่น่าค้นหาแบบนี้จริง ๆ เราก็เริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมานิดหน่อยแล้วสิ
"ตกลงครับ ผมจะ ช่วยดูแลโรงเรียนนี้ให้เอง!"
นี่คือสื่งที่ผมพูดก่อนออกจากห้องผอ.
ติดตามต่อพรุ่งนี้
...............................................................................
เอาล่ะ ๆๆ นี่แหละคือเนื้อหาหลักล่ะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ ถึงจะมีคนอ่านน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีเลย ถือว่าเป็นการเติมสีสันให้ห้องนักเขียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ละกันครับ ขอคำติชมด้วยนะครับ
Rikuro.