ขอแฟนแต่งาน เวลาเดียวกัน ที่เดียวกัน งานเดียวกัน กับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยแก๊งค์เพื่อนตอน ม.1

กระทู้แรก ถ้าผิดที่ผิดทางชี้แนะด้วยนะครับ    

    งานนี้ ที่อยากแชร์ประสบการณ์เพราะตัวเองก็ไม่ได้วางแผนอะไรมาก แต่ประทับใจเพื่อนๆทั้งสามคน และอยากจะขอบคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือในคืนที่ 31 ธ.ค. 2556 "พนักงานผู้หญิงดูแลทางเข้าประตูลานเบียร์ช้างพาราด็อกคนนึงมากๆเลยครับ"

   เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว 31 ธ.ค. 2546 ตอนผมอยู่ ม.5 ผมกับแก๊งค์เพื่อนๆได้นัดกันไปนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ที่ World Trade Center โดยไปกันแต่ผู้ชาย ประมาณ 7-8 คน ก็ตามประสาเด็กกำลังคะนองนะครับไปกันตั้งแต่ 4 โมงเย็น สมัยนั้น  World Trade ยังให้ทุกคนเข้าไปนั่งจะเป็นโต๊ะเหล็ก เก้าอี้เหล็ก วางไว้ ใครเข้าไปแล้วก็จะมีพนักงานเด็กเชียร์เบียร์มาขายกัน เดินซื้อของกินตามบูทหรือซุ้มที่ตั้ง ไม่เหมือนสมัยนี้ ตรวจเข้มมาก (เข้มจนเกือบไม่ได้เข้า) กินรอนับถอยหลังเที่ยงคืน ตอนนั้นผมก็จีบผู้หญิงอยู่คนนึง เป็นเด็กใหม่เพิ่งเข้ามา ม.5 ก็ไม่กล้าชวนมาเพราะว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิง และตัวผมเองก็ยังไม่รู้จักที่บ้านของเธอสักเท่าไหร่ ก็เลยไปดูหนังกันก่อนแล้วก็แยกย้าย ผมก็มา World Trade กับเพื่อนเธอก็กลับบ้านไปหาครอบครัว (แหม่ถ้าเธอกลับบ้านเฉยๆ เรื่องก็จะไม่ลงเอยแบบนี้ซิครับ ฮี๊ๆ) ด้วยเหตุใดผมก็ไม่ทราบที่บ้านเธอก็พากันมากิน โออิชิที่สยาม เธอโทรหาผม (ตอนนั้นเป็นช่วงที่มือถือบูมมา 1-2 ปีแล้วหละครับ) บอกว่าอยู่สยามมากินโออิชิกันป่าว - -" แหงะ กำลังมันอยู่และคนก็เริ่มเยอะแล้วครับ ก็เลยบอกว่ากินเลยๆ เรากินแล้ว (แหม่ถ้าเธอกินเสร็จแล้วกลับบ้าน เรื่องก็จะไม่ลงเอยแบบนี้ซิครับ ฮี๊ๆ)
ที่บ้านเธอก็นึกไงกันก็ไม่รู้ (หรือแฟนผมบิ๊วจะแอบมาเช็คว่าผมเหล่สาวรึปล่าว) ก็บอกว่าจะเดินมา World Trade จ้า แล้วแฟนผมก็โทรมาบอก เดี๋ยวจะไป  ฮาๆ ผมอะดีใจจริงๆที่เธอมาพอมาถึงที่บ้านแฟนก็รอกันอยู่ในห้าง ผมก็เดินเข้าไปรับเธอออกมาและได้เจอกับที่บ้านเธอเป็นครั้งแรก ด้วยอาการ มึนนิดๆ (-/\-)  ก็พาออกมาแล้วเพื่อนก็เริ่มรู้จัก (ไอสามคนนี้ก็อยู่ด้วยครับ แต่คนนึงรู้สึกจะทำความเคารพกับรากต้นไม้อยู่) ก็รอกันจนถึงเวลานับถอยหลังครับ แฟนผมยืนอยู่บนฐานรากต้นไม้ที่เพื่อนผมกำลังเคารพอยู่นั่นแหละครับ (จริงๆมันเป็นที่นั่ง) ผมก็บอกเธอว่า อื้มเป็นแฟนกันนะ ^^ เธอพยักหน้า ผมก็เลยจุ๊บที่หน้าผากเธอทีนึง แล้วก็เดินไปส่งเธอกลับที่บ้าน ก็จากกันไปวันนั้น ก็คบกันมา ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นเวลา 10 ปี จนวันที่ 31 ธ.ค. 2556

   ต้องบอกไว้ก่อนว่า ผมกับแฟนเนี่ย ได้ตกลงว่าจะแต่งงานกันแล้วก่อนหน้านี้ประมาณ 3 เดือน (แต่ผมไม่ได้ขอด้วยตัวเองอย่างเป็นทางการ เป็นการตกลงกัน 2 คนเฉยๆ เนื่องจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ได้ถามกันมากมายว่าจะแต่งเมื่อไหร่ ก็เลยตามนั้นไปครับ ไปขอฤกษ์แต่ง ไว้ก่อน)

ทีนี้ยังไง ทำไมผมถึงต้องขอเธอแต่งงาน เธอเคยถามผมครับว่า "เธอจะขอเราแต่งงานแบบไหน" ผมก็ดันปากไวไปบอกว่า เดี๋ยวขอเมื่อไหร่ก็รู้เอง >.< จะถามเพื่อ ???? (อุปนิสัยส่วนตัวของผมเป็นคนไม่ค่อยเห็นความสำคัญอะไรเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ เพราะฉะนั้น เวลาถามผมผมจะหงุดหงิด จะทำไปเพื่ออะไร ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่คบกันมา 10 ปีทำให้ผมรู้ว่า ทำไมผมถึงอยากทำ เหตุผลส่วนตัวไม่ขอชี้แจงน๊ะจ๊ะ)

มาต่อกันที่ Central World "เดี๋ยวขอเมื่อไหร่ก็รู้เอง" ดันมานึกขึ้นได้ตอน 10.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 2556
แต่วันนั้นผมเหนื่อยเหลือเกินครับปาตี้หนักๆติดกัน 3 วันรวดแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่ก็นึกในใจแค่ "เฮ้ย มันไม่มีเวลาไหนเหมาะไปกว่านี้แล้วนะ(พูดกะตัวเอง)"

ก็เลยบอกเพื่อนกลุ่มนี้ไปใน line


ตอนที่บอกเพื่อนเพิ่งไปส่งแฟนทำงาน แฟนผมทำงานวันปีใหม่ เป็นโอกาสดี
แต่ด้วยความเหนื่อยผมกลับมาบ้าน หลับเป็นตายไปจนถึง 17.00 น. ทำให้หมดโอกาสไปจองโต๊ะที่ CTW และก็ไม่ได้บอกเพื่อนไว้ก่อนด้วย
งานเข้า
ตื่นมาอีกที



มาแล้วจ๊ะ กองเชี่ย เอ้ย กองเชียร์

ผมก็จัดแจงไปหาซื้อแหวน (จริงๆแหวนแต่งงานทำไว้แล้วนะครับแต่อยู่ในเซพของป้าแฟน) ก็เลยตั้งงบไว้ว่าจะไปซื้อแหวนเกลี้ยง ประมาณ 5พันหาเท่าไหร่ก็ไม่มีขนาดที่แฟนผมจะใส่ได้เลย ไอ๊ย่ะ งานเข้า ก็เลยต้องเพิ่มวงเงินอีก



ได้มาแล้ว แหวนขอเมีย ฮู้ๆๆๆ
GOGOGO ไป CTW ครับ
ผมไปถึง CTW ประมาณ 19.กว่าๆ เดินหาร้าน โอ้วบร๊ะเต็มหมด งานเข้าอีกแล้ว
จะใช้โทรศัพท์แบตเหลือ 28% ต้องรอแฟนเลิกงาน และรอเพื่อนมาประมาณ 21.30 โอ้ยตาย (ด่าตัวเองว่า มึ-นี่นะไม่เตรียมตัว)
ไม่มีร้าน แต่ตอนนั้นคนยังไม่มาก ก็ยังชะล่าใจ ว่ายังไงก็มีพื้นที่ให้ขอแต่งงานแน่ๆไม่เป็นไร เดินไปหาที่ชาร์ตแบตก่อน
ก็ไปถามทางศูนย์บริการลูกค้า CTW ว่ามีร้านชาร์ตแบตหรือปล่าว เค้าแนะนำร้านนึงอยู่ชั้น 4 ชื่อ luckey อะไรซักอย่างผมไม่ได้จำเพราะว่าผมขึ้นไปแล้วขอชาร์ต 20 นาที (แค่แบตไม่หมดมากไปกว่านี้) ผู้หญิงในร้านรับโทรศัพท์ผมเดินไปให้ผู้ชายอีกฝั่งของร้าน ซึ่งผมก็เดินตามไปด้วย แล้วผมก็ได้ยินผู้ชายเหวี่ยงกลับมาว่า ไม่รับจะปิดร้านแล้ว ตอนนั้น 19.50น. (โอเค้ ไม่เป็นไรผมผิดเอง) ผมก็เดินหาร้านเรื่อยๆจนเจอร้านใหม่ชื่อร้าน ijacket ให้ผมชาร์ตในราคา 20 บาท ตอนนั้นแบตเหลือ 18% ตายๆ ผมก็เลยขอใช้คอมที่ร้าน ให้ใช้ไป 15 นาที ก็เลยจ่ายไปอีก 40 บาท เค้าปิดร้าน 20.30 ครับก็คือกำลังเก็บร้านผมก็ไม่รบกวนแล้ว เลยซื้อสายชาร์ตด้วยเกรงใจอุส่าห์ช่วยเรา แล้วเดินกลับไป ร้านแรกยังไม่ปิด -*-อืมม ไม่เป็นไรช่างเถอะ ไปหาร้านนั่งรอแฟนกะเพื่อนใน CTW โอ้ว เต็มเกือบหมด เจอที่ว่างร้านนึง Haagen Dazs ก็เข้าไปนั่ง สั่งโกโก้กิน (แพ้กาแฟและ ไม่ชอบไอศกรีมครับ) นั่งรอ โทรศัพก็ใช้ไม่ได้ตอนนั้นเหลือประมาณ 15% รอเพื่อนมาดั้นมาพร้อมแฟน จะบี๊บงานซะหน่อย อดครับ

พอแฟนกับเพื่อนผมมาเรียบร้อยแล้ว (ตอนแรกบอกจะมาสองคน บอกแฟนไปว่าเพื่อนมาด้วย ไม่รู้จะโดนเหวี่ยงรึปล่าว แต่ไม่โดนครับฮูๆรอดไปที) หลังจากนั้นลงมาหน้าลาน CTW ตายตาย ไม่มีที่เดินพาแฟนกะเพื่อนเดินเบียดไปหน้าลานเบียร์ช้างที่ตอนแรกหน้าลานยังเข้าได้ แต่ตอนไปถึงปิดไม่ให้เข้าแล้ว ตายๆ (ตอนแรกกะไปยืนจิบเบียร์รอนับถอยหลังแล้วจะขอแต่งงาน) พังแล้วครับ ตอนนี้แฟนผมเริ่มเหวี่ยงในระดับ 10% เพราะคนเยอะแล้วก็ผมไม่แสดงท่าทีว่าจะกลับ ผมกับเพื่อนก็เดินไปถาม พนักงานผู้หญิงดูแลทางเข้าประตูลานเบียร์ช้าง < คนนี้แหละครับที่ผมอยากจะขอขอบคุณมากๆเลย ตอนแรกผมเข้าไปถามกับเพื่อน ว่าสามารถเข้าไปได้หรือไม่
เธอตอบกลับมาว่า : เต็มแล้วจ้ะ ไม่ได้จ้ะ ยังไงก็ไม่ได้จ้ะ
เพื่อนผมพูดว่า : เนี่ยเพื่อนผมมันจะมาขอแฟนแต่งงานดูดิแต่งตัวมาเต็มขนาดนี้
เธอตอบกลับมาว่า : ไม่ได้คะ แบบนี้ถ้ามาอ้างกันแบบนี้ หนูก็ต้องให้ทุกคนใช่มั้ยค๊ะ
ผม : อ่อโอเค ไม่เป็นไรครับ ผมเหลือบไปเห็นที่นั่งรอข้างๆ ผมถามเธอว่า ถ้าผมซื้อเบียร์นั่งตรงนี้ได้มั้ย
เธอตอบกลับมาว่า :  ได้ค่า เบียร์ป๋องละ ร้อยคะ (ผมเงิบไปแป๊บ)
ผม : เอามา 5 ป๋อง แล้วผมดึงแหวนออกมาจากกระเป๋าให้เธอดู ผมบอกพนักงานคนนั้นว่า ขอเข้าไปแค่ ตอนนับถอยหลังจริงๆ แล้วผมจะออกมาเลย
เธอตอบกลับมาว่า : เดี๋ยวไปถามให้นะคะ แต่ไม่รับปาก
ผมแฟนและเพื่อน ก็เข้าไปนั่งจิบเบียร์ป๋องรอ ที่นั่งเป็นที่มุมอับซึ่งทำให้แฟนผมเหวี่ยงเพิ่มมาเป็น 20% ระหว่างนั้นผมพยายามติดต่อเพื่อนทุกคนที่คิดว่าจะมีโต๊ะอยู่ข้างใน ซึ่งมีอยู่คนนึงแต่ยังมาไม่ถึง โอ้ย ทำไงดีผ่านไป 20 นาที ผมหันไปมองหน้าพนักงานดูแลทางเข้า แล้วผมทำตาปริบๆ แล้วหันกลับมา สักพักแล้วหันไปอีกครั้ง เธอส่งสัญญาณมือ ให้ผมว่า ห้าทุ่มห้าสิบ เดี๋ยวให้เข้าไป  บอกเลยนะครับว่าผมไม่แม้แต่แสดงตัวว่าจะให้สินบนใดใดทั้งสิ้น
ผมบอกเพื่อน ช่วยเอนเตอร์เทน แฟนผมหน่อย เหวี่ยงหนักละ ทุกคนก็จัดเต็มให้เลยครับ เรียกว่าตลกคาเฟ่ดังๆนี่เทียบไม่ติด ทันไดนั้นประมาณ 23.00 น. พาราด็อกขึ้นเวที โอ้ว เกิดม๊อบมวลมหาชนดันแผงกันจนพวกผม 4 คนต้องกระเด็นไปยืนตั้งการ์ดล้อมแฟนผมไว้ เธอตอนนี้เริ่มเครียดหนักเริ่มเหวี่ยงมากขึ้นเป็น 50% คนน่ากลัวมากครับที่ดันเข้ามา ซักพักการ์ดวิ่งกรูกระโดดแผงกั้นกันมาเคลีร์ยคนออก แต่ก็ไม่ทันแล้ว ต้องยืนแล้วครับตอนนั้น เหวี่ยงหนักขึ้นไปอีก เพื่อนๆผมนี่แหละครับ ที่ยังทำให้แฟนผมไม่เหวี่ยงไปมากกว่านี้ คอยพูดคุย ร้องเพลงให้บรรยากาศมันดีขึ้น หลังจากนั้นประมาณ 23.40 น. พนักงานก็เดินมาหาผมและ

เธอพูดว่า : พี่ค่ะ เข้าไปกี่คน แค่ที่จำเป็นได้มั้ย
เพื่อนผมเงียบๆ
แฟนผมเริ่มไม่เครียดละ
ผมบอกแบบกระซิบๆ : เพื่อนผมมาถ่ายภาพ กะคลิป อีก 3 คน ครับ
เธอเรียกคนเฝ้าประตู แล้วชี้หัว ผม แฟน และเพื่อนอีก 3 คนให้เข้าไป
เวลา 23.45 น. ทุกคน ยิ้มออกแฟนผมเลิกเหวี่ยง และผมเดินไปซื้อเบียร์อีกสามกระป๋อง และขอบคุณเธออีกครั้งนึง

มาถึงตอนนี้ก็หมดกังวลแล้วครับเรื่องสถานที่ แต่บอกเลยผมยังไม่เลิกกังวล ผมก็คุยกับเพื่อนว่า ถ่ายคลิป 2 คน ถ่ายรูปคนนึง
เตรียมการกันเรียบร้อยยื่นคุยกันพูดถึงสิบปีที่แล้วได้ไม่กี่นาที ก็มีเสียงพรุขึ้นมา เข้าสู่ปี 2557 ผมคุกเข่า ขอแฟนแต่งงาน ที่เดิม เวลาเดิมกับที่ขอเป็นแฟนกับเมื่อสิบปีที่แล้ว
แฟนผมน้ำตาไหล ผมก็น้ำตาไหลตาม บอกเลยตอนนั้นมันงงไปหมด มันเป็นความรู้สึกว่าได้ทำอะไรให้คนที่เรารัก และดีใจมากที่ได้เห็นน้ำใจของคนรอบรอบตัวเรา



เมื่อผมขอแต่งงานเสร็จแล้ว ผมขอบคุณเพื่อนๆทุกคนและขอโทษแฟนด้วยที่ไม่ได้เตรียมอะไรให้มันดีไปกว่านี้ และสุดท้าย 00.10 พวกผมเดินออก ผมเดินย้อนหลังกลับไปขอบคุณพนักงานท่านนั้นอีกครับนึง ขอบคุณมากครับ ^^ ถ้ามีโอกาศได้เข้ามาเจอกระทู้นี้ หลังไมล์ผมมานิดนึงนะครับ ^^

ปล.เพื่อนเจ้าของกระทู้ แซวได้แต่ไม่ต้อง Tag มานะจ๊ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่